facebook  youtube  line

10 ประกันออมทรัพย์เพื่อลูก เลือกแบบไหน คุ้มค่าที่สุด

ประกันออมทรัพย์- ออมเงิน- ออมเงินให้ลูก- ออมเงินเพื่อลูก- เปิดบัญชีให้ลูก- วิธีเก็บเงิน- วิธีออมเงิน- วิธีออมเงินเพื่อลูก- รวมประกันออมทรัพย์- รวมประกันออมทรัพย์2021-รวมประกันออมทรัพย์2564

ประกันออมทรัพย์เพื่อลูก เลือกแบบไหน คุ้มค่าที่สุด

ออมเงินให้ลูกแบบไหนเวิร์กสุด วิธีออมเงินแบบ 'ประกันออมทรัพย์' ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจค่ะ จะมีประกันออมทรัพย์อะไรบ้าง มาดูกัน!

 

ประกันออมทรัพย์คือหนึ่งในรูปแบบประกันชีวิตที่บริษัทประกันจะจ่ายคืนจำนวนเงินเอาประกันภัยในจำนวนที่ตกลงไว้ให้กับผู้ทำประกันเมื่อมีชีวิตอยู่ครบตามกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัยให้กับ ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาเอาประกันภัย

 

แนะนำ 10 ประกันออมทรัพย์เพื่อลูก 

1.ไทยประกันชีวิตประกันออมทรัพย์ “แฮปปี้มีเงินใช้”

แผนประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ออมสั้นเพียง 5 ปี แต่คุ้มครองยาว 15 ปี รับประกันตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 65 ปี รับเงินคืนให้ทุก 2 ปี ปีละ 3% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ครบกำหนดสัญญารับเงินคืน 500% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมเงินคืนตลอดสัญญา 521% ของจำนวนเงินประกันภัย ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี

 

2.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)ประกันเพราะอุ่นใจ ออมสั้นทันใจ 15/5

การันตีเงินคืนทุกปี รับผลตอบแทนเงินคืนทุกปี ปีละ 5% ของทุนประกันภัย ลดหย่อนภาษีได้ สามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยไปหักลดหย่อนภาษี สูงสุดถึง 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี

 

3.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกันเพราะอุ่นใจ ได้เงินหมุน 15/7

จุดเด่น รับผลตอบแทนสูง รับผลตอบแทนแน่นอนต่อเนื่องสูงสุด 20% ของทุนประกันภัย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ สมัครง่ายไม่ต้องตรวจและตอบคำถามสุขภาพ รับเงินก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนด รับเงินก้อนครบกำหนดสัญญาสูงถึง 490% ของทุนประกันภัย

คุณสมบัติและเงื่อนไขในการสมัคร

  • อายุที่รับประกันภัย : 1 วัน – 55 ปี
  • ระยะเวลาเอาประกันภัย : 15 ปี
  • ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย : 7 ปี
  • จำนวนเงินเอาประกันภัย : 30,000 บาท - ไม่จำกัด

 

4.กรุงเทพประกันชีวิต บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 2515 (มีเงินปันผล)

อายุรับประกันภัย ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 65 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 100,000 บาท เลือกชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี หรือรายเดือน

สัญญาเพิ่มเติม บีแอลเอ เอดีบี เป็นสัญญาเพิ่มเติมที่บริษัทมอบความคุ้มครองให้ผู้เอาประกันภัยโดยไม่คิดเบี้ยประกันภัย การตรวจสุขภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยของบริษัท สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมอื่นแนบได้ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

 

5.กรุงเทพประกันชีวิต บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 18/10 (มีเงินปันผล)

ชำระเบี้ยประกัน 10 ปี รับความคุ้มครองชีวิต 18 ปี พร้อมออมเงินเพื่ออนาคตของครอบครัว และเพิ่มโอกาสรับเงินปันผล

​​เงื่อนไขการรับประกัน

  • อายุรับประกันภัย ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 70 ปี
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 50,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัยแบบรายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน หรือรายเดือน

ประกันออมทรัพย์- ออมเงิน- ออมเงินให้ลูก- ออมเงินเพื่อลูก- เปิดบัญชีให้ลูก- วิธีเก็บเงิน- วิธีออมเงิน- วิธีออมเงินเพื่อลูก- รวมประกันออมทรัพย์- รวมประกันออมทรัพย์2021-รวมประกันออมทรัพย์2564

6.กรุงเทพประกันชีวิต บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 14/7 (มีเงินปันผล)

ชำระเบี้ยประกันสั้นเพียง 7 ปี รับความคุ้มครองชีวิต 14 ปี พร้อมการันตีเงินคืนรายปี และเพิ่มโอกาสรับเงินปันผล

​​เงื่อนไขการรับประกัน

  • อายุรับประกันภัย ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 70 ปี
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 50,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัยแบบรายปี

 

7.เอไอเอ เอ็กเซลเลนท์ (ไม่มีเงินปันผล)

ระยะเวลาความคุ้มครอง 20 ปี อายุผู้ขอเอาประกันภัย 1 เดือน - 75 ปี

เงินประกันภัยที่เพิ่มขึ้นเป็นระยะ ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 11 – 15 เท่ากับ 200% และเพิ่มขึ้นเป็น 300% ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 16 – 20 รับเงินคืนรายงวด1 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น ทุก 4 ปี เริ่มสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 4, 8, 12 และ 16 และรับเงินคืนครบสัญญาสูงถึง 300% รวมผลประโยชน์เงินคืนตลอดสัญญาทั้งสิ้น 340% รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด

 

8.แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต (ประเทศไทย) ออมคุ้มคุ้ม 10/5

ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ออมก็ง่าย คืนคุ้มยิ่งกว่า ผลตอบแทนสูง การันตีผลตอบแทนรวมสูงถึง 555% ของทุนประกัน ออมสั้น 5ปี คุ้มครองยาว 10 ปี พร้อมลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 100,000 บาท ทุกปีที่ชำระเบี้ย

 

9.FWD เอฟดับบลิวดี อิ่มใจ 10/5

การออมเงินเพียง 5 ปี และรับความคุ้มครองนานถึง 10 ปี พร้อมรับเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา รับสูงสุด 500% ของทุนประกัน เมื่ออยู่ครบสัญญา รับเงินก้อนในสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 

วางแผนระยะสั้น พร้อมความคุ้มครองชีวิต จ่ายเบี้ยประกัน 5 ปี รับความคุ้มครองชีวิตนานถึง 10 ปี พร้อมโอกาสรับเงินปันผลเมื่อครบกำหนดสัญญา

ออมเงินให้งอกเงย ถึงเป้าหมายได้ไวกว่าเดิมกับเงินคืน 5% ของทุนประกัน ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-10

 

10.อาคเนย์ ประกันชีวิต ประกันชีวิตออมทรัพย์ คุ้มสุข เต็มสิบ 10/5

ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี เบี้ยประกันภัยขั้นต่ำเริ่มต้นเพียงปีละ 15,000 บาท รับจ่ายคืน 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทุกสิ้นปีกรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 1-10 รับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาสูงถึง 300% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ครบกำหนดสัญญารับ 250% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

เงื่อนไข

  • อายุประกันภัย ตั้งแต่ 30 วัน - 65 ปี
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 30,000 บาท สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมแนบท้ายได้ 

 

หากวางแผนในระยะยาว การออมเงินให้ลูกด้วยวิธีการใช้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว เพราะเป็นประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อการออมเงินไว้ใช้ในอนาคต เมื่อเราส่งเบี้ยประกันครบตามระยะเวลาประกันชีวิตก็จะจ่ายเงินคืนให้นั่นเอง

 
ในกรณีที่เราเสียชีวิตระหว่างส่งกรมธรรม์ ตัวแทนของเราก็จะได้รับเงินก้อนนั้นไป เป็นการการันตีว่าจะได้รับผลตอบแทนในจำนวนที่แน่นอน คุ้มครองชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับลูกได้ในวันที่เราอาจไม่มีโอกาสเห็นความสำเร็จของลูกแล้ว เรียกว่าได้ทั้งออมเงินให้ลูก และความอุ่นใจไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

 

คัดมาแล้ว! 4 ธนาคาร เปิดบัญชีออมเงินให้ลูก แบบไหนดอกเบี้ยสูงกว่า

 ออมเงิน-เปิดบัญชีให้ลูก-ฝากเงินให้ลูก-ธนาคารสำหรับเด็ก-ออมเงินลูกรัก-ฝากเงินลูกรัก

4 ธนาคาร เปิดบัญชีออมเงินให้ลูก แบบไหนดอกเบี้ยสูงกว่า

สิ่งที่ รักลูกแนะนำ นั้นต้องดีที่สุดค่ะ! เพื่ออนาคตที่ดีของลูก พ่อแม่อย่างเราก็ต้องทำบัญชีออมเงินไว้ให้ลูกน้อยตั้งแต่เด็ก ใครที่กำลังศึกษาอยู่ว่าจะเลือกธนาคารไหนดี วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ หวังว่าจะช่วยให้ทุกท่านเลือกได้ว่าธนาคารไหนตอบโจทย์ที่สุดนะคะ

เปิดบัญชีให้ลูก ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

1.บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนปลอดภาษี บัญชีประเภทนี้เหมาะแก่การออมเงินให้ลูก เนื่องจากว่าหากผู้ปกครองนำเงินเข้าฝากในบัญชีเป็นประจำทุกเดือน ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ก็จะไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากนั่นเอง

2.บัญชีออมทรัพย์เพื่อการออมเงินสำหรับลูกโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์จำนวนมากที่ให้บริการบัญชีออมทรัพย์สำหรับการออมเงินเพื่อลูกโดยเฉพาะ ซึ่งลักษณะพิเศษของบัญชีเหล่านี้คือสามารถฝากเงินได้ในระยะยาวตั้งแรกแรกเกิดจนถึงเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น โดยไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก และไม่จำเป็นต้องฝากเงินจำนวนมากต่อเดือน แต่เดือนละ 500 บาท ก็เพียงพอแล้ว

3.อัตราดอกเบี้ยพิเศษหรือโบนัสกระตุ้นการออมเงิน บางธนาคารพาณิชย์จะให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับบัญชีออมทรัพย์ของลูกเท่าหรือสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ปกติ รวมทั้งมีโบนัสเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากให้เมื่อมียอดเงินฝากมากกว่าปกติในแต่ละเดือน

เอกสารประกอบการเปิดบัญชีเงินฝากให้ลูก

1.กรณีที่เด็กมีอายุตั้งแต่แรกเกิด แต่ไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์

  • สูติบัตร
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อของเด็ก
  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองที่ต้องการขอเปิดบัญชีให้ลูก

2.กรณีที่เด็กมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ และทำบัตรประชาชนเรียบร้อยแล้ว

  • บัตรประชาชนของเด็ก
  • สำเนาทะเบียนบ้าน

3.กรณีที่เด็กอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองที่ไม่ใช่บุพการี พ่อแม่ตามสายเลือด

  • สูติบัตร
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อของเด็ก
  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง
  • คำสั่งศาลศาลแต่งตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ หรือเอกสารรับบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)
 

4 ธนาคารเปิดบัญชีออมเงินให้ลูก แบบไหนดอกเบี้ยสูงกว่า

1.ธนาคารออมสิน

บัญชีเงินฝาก Youth Saving อายุ 7-23 ปี สำหรับพ่อแม่ที่ต้องการฝากเงินให้ลูกโดยเฉพาะ โดยมีความพิเศษคือไม่หักภาษีดอกเบี้ย และมีการให้ดอกเบี้ยพิเศษปีละ 2 ครั้งค่ะ

อัตราดอกเบี้ย : เงินฝากต่ำกว่า 100,000 บาท 1.25% ต่อปี เงินฝาก 100,000 บาทขึ้นไป 0.50% ต่อปี

เงื่อนไข :เปิดบัญชีออมสินให้ลูกครั้งแรก ฝากขั้นต่ำ 100 บาท จากนั้นฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 50 บาท

 

2.ธนาคารกสิกรไทย

บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์ สำหรับเงินฝากระยะยาวให้ดอกเบี้ยสูง เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่วางแผนการเงินให้ลูกตั้งแต่แรกเกิดไปจนเข้ามหาวิทยาลัย โดยบัญชีดังกล่าวมีจุดเด่นตรงที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินฝากแต่อย่างใด หากฝากเงินสดเป็นประจำต่อเนื่องติดต่อกันจำนวน 24 เดือน หรือ 2 ปี โดยสามารถขาดฝากได้ไม่เกิน 2 ครั้ง

อัตราดอกเบี้ย : เท่ากับบัญชีออมทรัพย์ปกติ

เงื่อนไข :เปิดบัญชีกสิกรให้ลูกครั้งแรก ฝากขั้นต่ำ 500 บาท หลังจากนั้นให้ฝากจำนวนเท่ากันทุกเดือน หรือมากกว่าไม่เกิน 25,000 บาท ไปเป็นเวลาติดต่อกัน 24 เดือน

 

ออมเงิน-เปิดบัญชีให้ลูก-ฝากเงินให้ลูก-ธนาคารสำหรับเด็ก-ออมเงินลูกรัก-ฝากเงินลูกรัก

 

3.ธนาคารกรุงเทพหรือบัวหลวง

เปิดบัญชีเพื่อสนับสนุนการออมเงินให้กับบุตรธิดาในชื่อ ‘บัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวี’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บัวหลวงคิดส์’ นั่นเอง เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มีลูกอายุตั้งแต่แรกเกิด – 14 ปี โดยการฝากเงิน ออมเงินกับบัญชีบัวหลวงคิดส์ ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากดอกเบี้ย เมื่อฝากครบตามเงื่อนไขเป็นเวลาติดต่อกัน 24 เดือน

อัตราดอกเบี้ย: เท่ากับบัญชีออมทรัพย์ปกติ

เงื่อนไข: เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพให้ลูกครั้งแรก ฝากขั้นต่ำ 500 บาท และฝากต่อเนื่องติดต่อกันเป็นประจำ 24 เดือน ไม่เกิน 25,000 บาท/เดือน

 

4.ธนาคารกรุงไทย

บัญชีเงินฝากสำหรับบุตรเช่นเดียวกัน โดยใช้ชื่อ ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษสำหรับผู้เยาว์’ (Krungthai Kids Saving) เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มีลูกอายุตั้งแต่แรกเกิด – 15 ปี ซึ่งมีความพิเศษแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ตรงที่ว่าบัญชีเงินฝากให้ลูกของธนาคารกรุงไทย พ่อแม่ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องฝากเป็นประจำต่อเนื่องทุกเดือน และได้รับดอกเบี้ยเพิ่มมากพิเศษในกรณีที่มีการฝากเงินมากกว่าการถอนเงิน ตลอดจนสามารถฝาก-ถอน-โอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่ต้องฝากต่อเนื่องทุกเดือน

อัตราดอกเบี้ย : เท่ากับบัญชีออมทรัพย์ปกติ

เงื่อนไข :เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทยให้ลูกครั้งแรก ฝากขั้นต่ำ ที่ 2,000 บาท ฝากสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท ไม่จำเป็นต้องฝากติดต่อกันทุกเดือน หมายเหตุ. หลังจากอายุ 15 ปี บัญชีออมทรัพย์พิเศษสำหรับผู้เยาว์จะเปลี่ยนเป็นบัญชีออมทรัพย์ปกติ

 

 

ที่มา : bkklovehoro

ลงทุนเพื่อการศึกษาลูก เริ่มจากเลือกโรงเรียนจนถึงการออม

การออม, การออมเพื่อลูก, การศึกษา, เลือกโรงเรียน, การออมเพื่อการศึกษา, การเลี้ยงลูก, การศึกษาของลูก

ลงทุนเพื่อการศึกษาลูก เริ่มจากเลือกโรงเรียนจนถึงการออม

ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของพ่อแม่ก็คือลูก ในหนังสือมีลูกกี่คนก็รวยได้นั้น ได้มีสิ่งหนึ่งที่ได้เขียนไว้ว่า การที่โบราณว่ามีลูกหนึ่งคนจนไป 7 ปีนั้นไม่จริง เพราะต่อให้เป็นคนที่ไม่มีลูกแล้วไม่ขวนขวายทำงาน ไม่ประหยัดอดออมก็จนไป 7 ปีหรือมากกว่าได้ ในขณะที่เลี้ยงลูกให้ได้ดี ลูกแต่ละคนประสบความสำเร็จในชีวิตก็กลับมาเลี้ยงดูแลพ่อแม่ กลับดีเสียยิ่งกว่าเหมือนกับถูกหวยเป็นสิบงวดกันเลยทีเดียว นี่ยังไม่นับการที่อาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิดกับคุณพ่อคุณแม่ การเตรียมพร้อมเรื่องการศึกษาให้ลูกในวันนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

 
เลือกโรงเรียนเรื่องสำคัญ

ในขณะที่เขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนและหาเงินให้งอกเงย ก็เลยอยากจะฝากในส่วนของการลงทุนที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา คือการให้การศึกษากับลูก การอบรมสั่งสอนให้เขาเป็นคนดีมีจริยธรรมและดูแลตัวเขาและคนที่เขารักได้ การที่เราจะทำตรงนี้ได้ ก็มาถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องกำลังกายและทุนทรัพย์เพื่อให้ลูกเราได้เข้าโรงเรียนที่เหมาะกับเขาที่สุด ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือการเลือกโรงเรียนให้ลูก เพราะการเลือกนี้จะมีผลต่อเขาไปตลอดชีวิต เพราะที่นี่จะเป็นสังคมของเขา เพื่อนสนิทของเขา ครูอาจารย์ แนวความคิด การแสดงออกกับบุคคลอื่นนอกเหนือจากบุคคลในครอบครัว และไปจนถึงสายวิชาที่เขาชอบ สู่ภาควิชาที่เขาสนใจและนำไปสู่อาชีพและการดำเนินชีวิตเขาในที่สุด

ในขณะที่สังคมปัจจุบันมีเปลี่ยนแปลงไป ทั้งสภาพแวดล้อม การศึกษา เศรษฐกิจ ปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีลูกน้อยลง บางครอบครัวมีลูกแค่หนึ่งคนหรือสองคนเท่านั้นเอง แต่จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น กลับทำให้การแข่งขันในยุคปัจจุบันยิ่งสูงขึ้น พ่อแม่จึงทุ่มเทให้กับลูกทุกๆ ด้านโดยเฉพาะในด้านการศึกษาเพื่อเป็นการปูทางอนาคตให้กับลูก ซึ่ง แนวทางในการเลือกโรงเรียนจึงหนีไม่พ้น... แนวทางการเรียนการสอน จำนวนนักเรียนต่อห้อง สภาพแวดล้อมของโรงเรียน การเรียนต่อเนื่องจนจบมัธยมปลาย ความเป็นศิษย์เก่าของพ่อหรือแม่ ครูอาจารย์และบุคคลากร ระยะเวลาเดินทาง การมองถึงอนาคตอาชีพการงาน เพื่อนร่วมชั้น ค่าใช้จ่าย ซึ่งสมัยก่อนอาจจะมีแค่โรงเรียนรัฐกับโรงเรียนเอกชน แต่ปัจจุบันการศึกษาของแต่ละโรงเรียนมีให้เลือกมากขึ้น เช่น โรงเรียนเครือสาธิต โรงเรียนคาทอลิก โรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนอินเตอร์ โรงเรียนสองภาษา

นำโด่งฝั่งโรงเรียนรัฐก็คือโรงเรียนเครือสาธิต เพราะตอบโจทย์ได้เกือบทุกข้อ ตั้งแต่แนวทางการเรียนการสอนที่มีการปรับปรุงตามยุคสมัย สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน จำนวนนักเรียนต่อห้องไม่มากแถมยังมีครูอาจารย์ห้องละ 2-3 คน มีอาจารย์นิสิตช่วยฝึกสอนเพิ่มเติมอีก แถมมีอาจารย์เฉพาะแต่ละวิชาแต่ละท่านก็สำเร็จระดับปริญญาและทำงานวิจัยทางด้านการศึกษามายาวนาน ส่วนสภาพแวดล้อมไม่ต้องพูดถึงเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย บางทีเหมือนเห็นลูกเข้ามหาวิทยาลัยนั้นกลายๆ แถมเรียนได้ถึง 12 ปีจนจบมัธยมปลายเหนื่อยครั้งเดียวตอนเข้าป. 1 แถมค่าใช้จ่ายก็ถูก

และเนื่องจากที่ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยการเดินทางจึงมักสะดวกสบายเข้าได้หลายทางมี บริการทั้งขนส่งสาธารณะ และที่สำคัญคือเพื่อนร่วมห้อง จะประกอบไปด้วยเด็กที่เก่งมากๆ สอบเข้ามา 100 คนจากเด็กเป็น 1000 และเด็กธรรมดาที่พ่อแม่เป็นบุคคลากรของมหาวิทยาลัยหรือผู้ทำคุณประโยชน์ต่อโรงเรียน เพื่อนร่วมห้องจึงที่มีทั้งคนที่ฐานะดีกว่ามากๆ และคนที่มีโอกาสด้อยกว่าลูกเรา มีการเรียนแบบสหศึกษาคือมีสัดส่วนทั้งเพื่อนหญิงเพื่อนชายในแต่ละห้อง และทุกคนสามารถเป็นเพื่อนกันได้ สะท้อนสังคมจริงๆ ที่ลูกเราจะออกไปเจอ

ในขณะที่ฝั่งโรงเรียนเอกชน โรงเรียนเครือคาทอลิกก็มาแรงสม่ำเสมอ แถมปัจจุบันโรงเรียนอินเตอร์ก็สอดแทรกมาเป็นดวงใจของพ่อแม่ ว่าด้วยเรื่องความสำคัญของภาษา แต่ที่แตกต่างคือเครือคาทอลิกเรามักจะนึกถึงความเข้มแข็งทางวิชาการ ความเคร่งครัดในระเบียบวินัย ซึ่งลูกจะได้รับการฝึกฝนดูแลเป็นอย่างดี มีความผูกพันแน่นแฟ้นในกลุ่มเพื่อนฝูงในรุ่นเดียวกัน และมักจะแยกหญิงชายชัดเจน ใช้ระยะเวลาเรียนร่วมกันยาวนานโดยส่วนใหญ่ตั้งแต่ระดับประถมต้นจนถึงระดับมัธยมปลาย จึงเป็นกลุ่มที่มีความสนิทสนมทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องและแน่นแฟ้นกันมากส่งต่อถึงกลุ่มทำงานในอนาคตด้วย แต่ตรงข้ามกับโรงเรียนอินเตอร์ที่นักเรียนมักจะย้ายตามพ่อแม่ที่เป็น Expat มาทำงานจึงมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย การมีเพื่อนที่สนิทมากๆ จะจำกัดกว่า ลักษณะการเรียนการสอนจะเป็นทักษะการใช้ชีวิตการตัดสินใจและเน้นการอยู่ร่วมกันทำงานร่วมกันกับการใช้ชีวิตมากกว่าคร่ำเคร่งในเรื่องวิชาการ ไม่ต้องพูดถึงภาษาที่ลูกมีโอกาสพัฒนาถึงขีดสุด จนเกือบเหมือน Native Language ประกอบกับแหล่งความรู้ในปัจจุบันที่สามารถหาได้จากทาง Social Media ต่างๆ การได้เปรียบในเรื่องภาษาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

 
วางแผนให้พร้อมเพื่ออนาคตลูก

แต่ที่สำคัญกว่าคือค่าใช้จ่ายแตกต่างกันมาก คือตกปีละไม่ถึงหมื่นเป็นปีละหลายแสน และถ้าเลือกสายโรงเรียนอินเตอร์ต้องพร้อมรับค่าใช้จ่ายการศึกษาที่อาจจะต้องไปต่อปริญญาตรีในต่างประเทศ ฉะนั้นหลักการเก็บสตางค์ให้ลูกสำหรับการวางแผนการศึกษาควรมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

      1. ศึกษาว่าตั้งแต่ลูกเริ่มเรียนจนจบปริญญาตรีต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไร
      2. แบ่งช่วงการเก็บเงินเป็น 4 ช่วง คือฃ


        ช่วงที่ 1 : 7 ปีแรก คือแรกเกิดจน 7 ขวบ หรือก่อนเข้าป.1

        ช่วงที่ 2 : 6 ปีที่ 2 คือช่วงประถม ป.1-ป.6

        ช่วงที่ 3 : 6 ปีที่ 3 คือช่วงมัธยม ม. 1- ม.6

        ช่วงที่ 4 : 4 ปีของปริญญาตรี

      3. ช่วง 23 ปีนี้ขอให้เก็บ 20% ของรายได้ทุกปีสำหรับการศึกษาของลูก ซึ่งจะมากกว่าหรือน้อยนี้ขึ้นอยู่กับว่าเงินเก็บช่วงที่ 1 ระยะเวลา 7 ปีแรกจะมีเงินก้อนพอส่งลูกเรียนตลอด 6 ปีของชั้นประถม ขณะที่เงินเก็บชั้นประถมเพียงพอที่จะส่งมัธยม และเงินเก็บมัธยมอย่างน้อยเพียงพอส่งครึ่งหนึ่งของปริญญาตรี และระหว่างเรียนปริญญาตรีถ้าเงินเก็บมัธยมสะสมเพียงพอก็มีโอกาสส่งเรียน ปริญญาโทหรือมีเงินก้อนให้ลูกอยากลองประกอบอาชีพอิสระ
      4. การนำเงินก้อนนี้มาลงทุน ขึ้นอยู่กับความรู้ความชำนาญของคุณ ในต่างประเทศมักแนะนำให้ลงทุนในหุ้นเพราะมีระยะเวลาพอควร แต่ถ้าคุณไม่ชำนาญมาได้ไกลสุดคือกองทุน LTF. กองทุนหุ้นที่นำไปหักลดหย่อนภาษีและมีระยะเวลาลงทุนอย่างน้อย 5 ปี หรือซื้อประกันที่ได้ผลตอบแทนและเงินต้นตามเงื่อนเวลาที่เราวางแผนไว้ ถ้าไม่ถนัดก็เอาเป็นเงินฝากหรือซื้อพันธบัตรไปก่อนแล้วกันค่ะ
      5. ทบทวนทุกๆ ปี เพราะค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้น หรือเงินที่กันไว้อาจมากหรือน้อยไป การเก็บมากไปคงไม่เป็นไรแต่การเก็บน้อยไปนี่คงต้องรีบเร่งทำเวลากันสักนิดนะ คะ

 

 

นอกจากการวางแผนเก็บเงินเพื่อการศึกษาให้ลูกจะมีความสำคัญ แต่การที่พ่อแม่ช่วยลูกให้มีความฉลาดทั้งทางด้านบุคลิกและอารมณ์ รวมทั้งการให้ลูกมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนให้ดีที่สุด จะทำให้เราจะได้รับผลตอบแทนสูงสุดคือการที่ลูกของเราประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตและเติบโตเป็นคนดีของสังคมต่อไป ดูแลตัวเขาและคนที่เขารักต่อไปค่ะ และอาจจะเป็นการลงทุนที่พ่อแม่มีความสุขที่สุดนะคะ



อัปเดต! 8 บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง บัญชีออมเงินให้ลูก ปี 2567

เงินฝาก ดอกเบี้ยสูง 2567, ออมเงินให้ลูก, บัญชีเงินฝาก เด็ก, ออมเงิน, เงินฝากประจํา ดอกเบี้ยสูง 2567, เงินออม การศึกษา, เปิดบัญชี ออมเงินให้ลูก

คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนกำลังวางแผนออมเงินให้ลูก ออมเงินเพื่อการศึกษาของลูก มาดู 7 บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยงสูง บัญชีเงินออมให้ลูกต่อไปนี้เลยค่ะ คุ้มค่าแก่การออมสุด ๆ 

อัปเดต! 8 บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง บัญชีออมเงินให้ลูก ปี 2567

1. กรุงไทย : เงินฝากออมทรัพย์ พิเศษสำหรับผู้เยาว์ (Krungthai Kids Savings)

  • เปิดบัญชีได้ตั้งแต่แรกเกิด - อายุ 15 ปี
  • ทำธุรกรรมทางการเงินได้เช่นเดียวกับเงินฝากออมทรัพย์
  • ไม่ต้องฝากต่อเนื่องทุกเดือน
  • ได้ดอกเบี้ยพิเศษหากฝากมากกว่าถอน
  • โบนัสพิเศษ หากฝากมากกว่าถอนจะได้โบนัสเพิ่ม 100% จากอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ ทุกต้นเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายดอกเบี้ย
  • การจ่ายดอกเบี้ย จ่ายดอกเบี้ยทุกวันสิ้นเดือน
  • อัตราดอกเบี้ย เงินฝากออมทรัพยพ์ พิเศษสำหรับผู้เยาว์(Krungthai Kids Savings) เท่ากับ 0.30 % ต่อ ปี(Normal Savings)

https://krungthai.com/th/personal/deposits/208/119

 

2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร: ผลิตภัณฑ์เงินฝาก “โครงการเงินออมลูกรัก”

  • ผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 7 – 15 ปี
  • เงินฝากประเภทเงินฝากออมทรัพย์
  • เปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรก 1,000 บาท ฝากติดต่อกันทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท หรือฝากล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน
  • ได้รับเงินขวัญถุงเป็นรายปี
  • มีสิทธิ์ลุ้นรับทุนการศึกษาทุกปี
  • ดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี

https://www.baac.or.th/km/wp-content/uploads/2015/01/pdf4

 

3. ธนาคารออมสิน : เงินฝาก Youth Savings

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 – 23 ปีบริบูรณ์
  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 50 บาท
  • เงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0.55 % ต่อปี
  • เงินฝากตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป ดอกเบี้ย 0.30 % ต่อปี

https://www.gsb.or.th/personals/youth-savings/

 

4. ธนาคารออมสิน บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
  • ฝากเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และไม่เกิน 25,000 บาท ต่อเดือน
  • ฝากเงินเดือนละ 1 ครั้งๆ ละเท่า ๆ กันทุกเดือน จะถอนได้ต้องฝากครบ 24 ครั้ง
  • อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี
  • บัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ให้ฝากได้เฉพาะกรณีบิดาและหรือมารดาเป็นผู้ฝาก

https://www.gsb.or.th/personals/fixed-deposit/

 

5. ธนาคารกรุงเทพ บัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวี– บัวหลวงคิดส์

  • เปิดบัญชีได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 14 ปี
  • ฝากประจำเท่ากันทุกเดือน ตั้งแต่ 500-25,000 บาท
  • 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.35% ต่อปี
  • 36 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี
  • 48 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี
  • 60 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี
  • บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี

https://www.bangkokbank.com/th-TH/Personal/Save-And-Invest/Save/Sinmathaya-Subthawee-Bualuang-Kids-Account

 

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บัญชีเงินฝากโบนัส / บัญชีเงินฝากระยะยาว 36 เดือน

  • เปิดบัญชีได้ตั้งแต่อายุ 7 ปี
  • จำนวนเงินฝากต่อเดือน ขั้นต่ำ 500 บาท (ส่วนเพิ่มขั้นละ 500 บาท) ต้องฝากเท่า ๆ กันทุกเดือน วันที่ฝาก จะฝากวันไหนก็ได้ภายในเดือน ฝากได้เดือนละ 1 ครั้ง (หรือ 1 งวด)
  • บัญชีเงินฝากโบนัส 36 เดือน แบบมีสมุดคู่ฝาก อัตราดอกเบี้ย 2.80%
  • บัญชีเงินฝากโบนัส 36 เดือน แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก (E Passbook) อัตราดอกเบี้ย 2.90%
  • ต้องฝากต่อเนื่องทุกเดือน ๆ ละเท่า ๆ กัน จนครบตามที่กำหนด

https://www.scb.co.th/th/personal-banking/deposits/long-term-deposit-accounts/bonus-fixed-account-36-months.html

 

7. ธนาคารกสิกร บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์
ดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับวงเงินที่ฝาก เพราะเป็นดอกเบี้ยปลอดภาษี ออมง่าย เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนการเงินให้ลูกตั้งแต่แรกเกิดไปจนเข้ามหาวิทยาลัย

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 12 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป
  • บิดาหรือมารดาสามารถเปิดบัญชีเพื่อบุตรผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่า 12 ปี
  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท โดยนำฝากในจำนวนเท่ากันทุกเดือน ติดต่อกัน 24 เดือน
  • ฝาก 500 - 9,999 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.35%
  • ฝาก 10,000 - 25,000 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.50%
  • ฝากเท่ากันทุกเดือน ๆ ละ 1 ครั้ง เป็นจำนวนเงินเท่ากับที่เปิดบัญชีครั้งแรก โดยจะได้รับดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝาก

https://www.kasikornbank.com/th/personal/Account/Pages/taweesup.aspx?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR3uNKOwQIQC7Ac6r7zpkw0gt5Q9F_EHynFu772IyiRs9faQmKE2P1AMXus_aem_B0CgPOHkXNgBr0P5O7R2Mw

 

8. ttb บัญชี ทีทีบี โนฟิกซ์ บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
  • ไม่มีขั้นต่ำในการเปิดบัญชีครั้งแรก หรือฝากเพิ่มครั้งต่อไป
  • ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่กำหนดระยะเวลาในการฝาก
  • วงเงินฝากเฉลี่ยต่ำกว่า 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยสูงสุด 1.10% ต่อปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

https://www.ttbbank.com/th/personal/deposits/savings-account/ttb-no-fixed#nofixed

 

แจกฟรี! ตารางออม เก็บเงินแบบง่าย ๆ ใช้ได้ทั้งครอบครัว

ตารางออมเงิน- ตารางเก็บเงิน- ออมเงิน- เก็บเงิน- เก็บเงินให้ลูก- ออมเงินให้ลูก- สอนลูกเรื่องออมเงิน

แจกฟรี! ตารางออม เก็บเงินแบบง่าย ๆ ใช้ได้ทั้งครอบครัว

มาออมเงิน เก็บเงินให้ลูกกันค่ะ ด้วยตารางออมเงิน หรือตารางเก็บเงินแบบง่าย ๆ เพียงกากบาทลงช่องที่เราต้องการจะเก็บเงิน และสามารถระบุเป้าหมายการออมค่ะ

 

ตารางออมเงิน 1,000 บาท

ตารางออมเงิน- ตารางเก็บเงิน- ออมเงิน- เก็บเงิน- เก็บเงินให้ลูก- ออมเงินให้ลูก- สอนลูกเรื่องออมเงิน

 

ตารางออมเงิน 2,000 บาท 

ตารางออมเงิน- ตารางเก็บเงิน- ออมเงิน- เก็บเงิน- เก็บเงินให้ลูก- ออมเงินให้ลูก- สอนลูกเรื่องออมเงิน

ตารางออมเงิน 3,000 บาท 

ตารางออมเงิน- ตารางเก็บเงิน- ออมเงิน- เก็บเงิน- เก็บเงินให้ลูก- ออมเงินให้ลูก- สอนลูกเรื่องออมเงิน

 

ตารางออมเงิน 5,000 บาท 

ตารางออมเงิน- ตารางเก็บเงิน- ออมเงิน- เก็บเงิน- เก็บเงินให้ลูก- ออมเงินให้ลูก- สอนลูกเรื่องออมเงิน

ตารางออมเงิน 10,000 บาท 

ตารางออมเงิน- ตารางเก็บเงิน- ออมเงิน- เก็บเงิน- เก็บเงินให้ลูก- ออมเงินให้ลูก- สอนลูกเรื่องออมเงิน

 

เงินเก็บเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวต้องมี! ไม่ว่าจะใช้ในยามฉุกเฉิน หรือจะนำมาซื้อของให้คนที่คุณรักก็สามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้ได้ค่ะ ลองใช้ตารางออมเงิน หรือตารางเก็บเงินเป็นตัวช่วยอีกวิธีหนึ่งในการเก็บเงินดูสิคะ รับรองว่าการเก็บเงินจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!