
ฟันซี่แรกถึงไม่ใช่ฟันแท้แต่พ่อแม่ก็ต้องดูแล เพราะถ้าปล่อยให้ฟันน้ำนมของลูกผุ จะส่งผลต่อรากฟันและสุขภาพฟันของลูกในระยะยาวได้เลย
ดูแลฟันลูกตั้งแต่ซี่แรก ช่วยป้องกันฟันผุตั้งแต่เล็ก
ข้อมูลจากกรมอนามัยพบว่า มีเด็กไทยกว่าครึ่งประเทศที่มีปัญหาฟันน้ำนมผุ เนื่องจากพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะคิดว่าฟันซี่แรกของลูกหรือฟันน้ำนมเดี๋ยวก็หลุดไป จึงขาดการเอาใจใส่ดูแล และจะเริ่มดูแลเมื่อฟันแท้ขึ้น
แต่ความจริงแล้ว เมื่อฟันน้ำนมผุอาจบานปลายไปถึงการเป็นหนองที่ปลายรากฟัน ส่งผลให้ต้องรักษาด้วยวิธีการที่ซับซ้อน มีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นพ่อแม่ควรเริ่มดูแลฟันของลูกตั้งแต่ซี่แรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาว โดยการใช้แปรงสีฟันที่มีขนาดเล็กและมีขนแปรงที่นุ่มเป็นพิเศษ ควบคู่กับยาสีฟันที่เหมาะสำหรับเด็กทารก
การป้องกันฟันผุตั้งแต่แรกเกิด
การให้ทารกแรกเกิดกินนมแม่อย่างเดียวจนถึง 6 เดือน จะทำให้เกิดฝ้าขาวในปากน้อยกว่านมขวด ส่วนวิธีทำความสะอาดช่องปากเด็กที่ฟันยังไม่ขึ้นสามารถทำได้ดังนี้
1. ใช้ผ้าสะอาดพันที่บริเวณปลายนิ้วมือ เช็ดบริเวณเหงือกและฟันของลูกให้ทั่วช่องปาก
2. สำหรับเด็กที่กินนมผงหรือนมกล่องไม่ควรปล่อยให้ลูกหลับคาขวดนม
3. เมื่อลูกโตขึ้นควรเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ควรใช้ยาสีฟันในปริมาณเล็กน้อย หรือตามที่ฉลากข้างกล่องแนะนำแปรงฟันเป็นแนวนอน เมื่อแปรงเสร็จแล้วให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดคราบยาสีฟันออกให้หมด

สำหรับเด็กวัย 0-3 ปี พ่อแม่ควรเป็นผู้ทำความสะอาดช่องปากให้ลูก เมื่อลูกอายุ 3 ปีขึ้นไป ควรให้เขาหักแปรงฟันเองโดยพ่อแม่เป็นผู้ตรวจความสะอาดซ้ำ จนถึงอายุประมาณ 8-9 ปี หรือลูกสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผูกโบว์หรือเชือกรองเท้าเป็น ติดกระดุมเป็น ก็สามารถสอนวิธีดูแลรักษาฟันที่ถูกต้องให้กับลูกได้
กรมอนามัยแนะนำหลักการแปรงฟันแบบ 2-2-2 คือ
- แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
- แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที ให้สะอาดทั่วทั้งปาก ทุกซี่ ทุกด้าน
- ไม่กินขนม หรืออาหารหวานหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง
หากพบว่าลูกแปรงฟันไม่สะอาดพ่อแม่ต้องแปรงซ้ำให้สะอาดอีกครั้งค่ะ ควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดระหว่างซอกฟันให้ลูกทุกวัน เพื่อลดการตกค้างของเศษอาหารในซอกฟัน และควรแนะนำลูกว่าอย่ากินอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป เช่น ขนมขบเคี้ยว ลูกอม ลูกกวาด น้ำหวานหรือน้ำอัดลม เพราะหากมีน้ำตาลตกค้างที่บริเวณฟัน น้ำตาลจะแปรสภาพเป็นแบคทีเรีย และกัดกินเนื้อฟัน ส่งผลให้เกิดอาการฟันผุ
ที่มา : กรมอนามัย

เมื่อ ฟันซี่แรก ของลูกขึ้น พ่อแม่ต้องพาลูกไปหาหมอฟัน แต่จะทำอย่างไรเมื่อต้องพาลูกเล็กไปพบทันตแพทย์เด็กครั้งแรก
สุขภาพช่องปากและฟันน้ำนมที่ดี จะช่วยให้การเคี้ยวอาหารละเอียด ช่วยการออกเสียง เป็นแนวสำหรับการขึ้นของฟันแท้ สร้างรอยยิ้มที่มั่นใจ ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมของเด็กได้ไม่น้อย นอกจากนี้การไม่มีฟันผุและโรคในช่องปากยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของพ่อแม่อีกด้วย
สมาคมทันตกรรมเด็ก ส่งเสริมให้มีการดูแล ทำความสะอาดช่องปากตั้งแต่เป็นทารก และควรหาโอกาสพาลูกไปพบทันตแพทย์เมื่อฟันซี่แรกขึ้นมาในช่องปากหรืออายุไม่เกิน 1 ขวบค่ะ แต่ก่อนที่จะพาลูกไปหาหมอฟันนั้น ต้องมีการเตรียมตัวของทั้งพ่อแม่และลูกน้อยวัยเริ่มต้นฟันน้ำนมด้วย
เตรียมตัว คุณพ่อ คุณแม่
-
ทัศนคติที่ดีต่อการดูแลช่องปาก เป็นด่านแรกที่พ่อแม่จะเปิดใจรับข้อมูลและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้ลูกรู้จักวิธีการป้องกันฟันผุ ซึ่งการมีฟันแข็งแรง ไม่มีโรคในช่องปากจะส่งผลให้ลูกมีสุขภาพที่ดีตามมา แต่หากพ่อแม่ทัศนคติไม่ดี เช่น ถ้าคิดว่า “ช่างเถอะ ฟันน้ำนมผุได้เดี๋ยวก็หลุด” แต่ถ้าเด็กๆ ต้องปวดฟัน คราวนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ ค่ะ
-
ไม่ส่งผ่านความกังวลจากพ่อแม่สู่ลูก ประสบการณ์เดิมของพ่อแม่อาจจะไม่เหมือนกับประสบการณ์ใหม่ของลูก เด็กแต่ละคน ในแต่ละวัย จะตอบสนองต่อสถานการณ์เดียวกันในรูปแบบต่างๆ กันได้ เด็กเล็กๆ บางคนอ้าปากเองได้กว้าง ไม่งอแง ยอมให้คุณหมอตรวจง่ายๆ ในขณะที่บางคนอาจจะต่อต้านและร้องไห้มาก ไม่สามารถให้ความร่วมมือกับหมอฟันได้ สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้
-
พ่อแม่ไม่ต้องกังวลหมอฟันจะพิจารณาเลือกวิธีการดูแลหรือวิธีช่วยปรับพฤติกรรมในการทำฟันให้เหมาะสมกับเด็กๆ แต่ละคนค่ะ เพื่อลดความกลัวของลูก พ่อแม่ต้องไม่เล่าประสบการณ์ไม่ดีในการทำฟันของตนเองมาขู่เด็กๆ หรือพูดถึงคุณหมอฟันในแง่ลบ เช่น ถ้าไม่แปรงฟันนะ จะพาไปให้หมอถอนฟันให้หมดเลย
-
เตรียมหาทันตแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็ก คุณหมอฟันด้านนี้จะได้รับการฝึกอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนพัฒนาสู่ช่วงวัยรุ่น ให้การดูแลจัดการพฤติกรรมเด็กตามช่วงวัย เฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสม
เตรียมตัวเด็กๆ
-
ใช้สื่อเป็นตัวช่วย ปัจจุบันมีสื่อมากมายที่ใช้ส่งเสริมเด็กๆ เรื่องการไปหาหมอฟัน จะเลือกเป็นหนังสือนิทานภาพที่มีเนื้อหาง่ายๆ หรือการ์ตูนเรื่องสั้น เพื่อให้เห็นตัวอย่างก่อนไป หรือเด็กที่ชอบเล่นบทบาทสมมติพ่อแม่สามารถเล่นเป็นหมอฟันสลับกันตรวจฟันกับลูก หรือลูกเล่นตรวจฟันให้กับตุ๊กตา ก็น่าสนุกนะคะ
-
เลือกช่วงเวลานัดหมาย เรื่องนี้สำคัญมากค่ะ ให้พยายามเลือกเวลาที่เด็กๆ ไม่ง่วง ไม่หิว ไม่หงุดหงิด และไม่เหนื่อย ลองสังเกตลูกของเราว่าช่วงไหนของวันที่เขาอารมณ์ดี อยากให้นัดทันตแพทย์ในช่วงเวลานั้นค่ะ
-
เอาของเล่นตุ๊กตาที่ชอบติดไปคลินิกได้ เพื่อช่วยให้ลูกผ่อนคลาย ไม่เครียด
เมื่อไปพบ ทันตแพทย์ ครั้งแรก !! เราจะเจอกับอะไรบ้าง
-
แน่นอนว่า จะเจอกับคุณหมอ ทันตแพทย์ เฉพาะทางสำหรับเด็ก ที่นัดหมายไว้
-
ควรไปก่อนเวลานัดเล็กน้อย เพื่อทำความคุ้นเคยกับสถานที่
-
พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณหมอเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากเด็ก เช่น สาเหตุการเกิดฟันผุในเด็กเล็ก มื้อการกินอาหารและนม การทำความสะอาดช่องปาก การขึ้นของฟัน และการเรียงฟัน
-
สถานที่และห้องตรวจ ส่วนมากเตียงตรวจจะเป็นเตียงทำฟันปกติที่ผู้ใหญ่ใช้กัน แต่คุณหมอจะปรับเปลี่ยนท่าทางการตรวจให้สมกับวัยและ สรีระของเด็ก
-
ตรวจช่องปากและฟัน สำหรับเด็กเล็กๆ ผู้ปกครองจะช่วยอุ้มเพื่อตรวจ ลูกอาจจะร้องไห้บ้างแต่ไม่ต้องกังวลนะคะคุณหมอจะใช้เวลาตรวจเพียงสั้นๆ และไม่เจ็บ หรืออาจจะมีงานง่ายๆ เช่น การทำความสะอาดฟัน
-
การชมเชยและให้รางวัลเด็กๆ บ้าง ก็จะช่วยส่งเสริมความมั่นใจในการหาหมอครั้งต่อๆ ไปได้ แต่อย่าให้รางวัลเป็นขนมหวานเลยค่ะ
-
การนัดหมายครั้งต่อไป จะบ่อยแค่ไหน ขึ้นกับความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุ หรือมีสิ่งที่คุณหมอต้องติดตามใกล้ชิดหรือไม่
-
โดยทั่วไปจะนัดติดตาม ทุก 6 เดือน
โรคฟันผุ เป็นโรคที่เราสร้างขึ้นเอง ดังนั้นเราจึงป้องกันมันได้ มาสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีให้ลูกกันนะคะ
รักลูก Community of The Experts
ทพญ.ทยาวีร์ ลิ่มสุวรรณ์
ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมเด็ก