
แม่ตั้งครรภ์ทุกคนมีโอกาสอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่มีโอกาสเป็นน้อยมาก ซึ่งอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง และการรักษาด้วยยาซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis เป็นโรคที่มักเกิดกับกล้ามเนื้อเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า โดยมีการทำงานสื่อสารกันระหว่างเส้นประสาท และกล้ามเนื้อลายผิดปกติ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง จนเกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ตาตก แขนขาอ่อนแรงยกไม่ขึ้น
ถ้าอาการรุนแรงมากก็อาจส่งผลต่อการหายใจและทรวงอกได้ ซึ่งอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มักเป็น ๆ หาย ๆ และอาการจะค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้ป่วย โดยปัจจัยที่ทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น ได้แก่ การติดเชื้อ เป็นไข้ อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป ความเครียด การออกกำลังกายหรือออกแรงมากเกินไป มีโรคเกี่ยวกับไทรอยด์ หรือการตั้งครรภ์
อัตราการเกิดของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia Gravis จะมีไม่มากนัก เพราะถ้าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราไม่มีความผิดปกติ และญาติพี่น้องไม่ได้ป่วยเป็นโรคนี้ โอกาสที่จะเกิดกับคุณแม่ก็มีน้อยมาก
เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าคุณแม่มีความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องระมัดระวังในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ออกกำลังกายหรือทำงานจนหักโหมเกินไป เพราะคุณแม่ที่เป็นโรคนี้มีโอกาสเหนื่อยง่าย หรือเกิดโรคง่ายกว่าคนที่ไม่ไม่ได้ตั้งครรภ์ นอกจากนี้จะมีการรักษาด้วยยาซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์
กล้ามเนื้ออ่อนแรงในคนท้องยังไม่มีวิธีป้องกัน แต่ถ้าคุณแม่รู้ตัวก่อนตั้งครรภ์ก็ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อดูแลอาการอย่างใกล้ชิด และควรกินยาอยู่ไม่ให้ขาด เพื่อลดความรุนแรงของอาการที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคุณแม่อาจช็อก หมดสติ เพราะหัวใจล้มเหลวก็เป็นได้
1. กล้ามเนื้ออ่อนแรงในไตรมาสแรก (ประมาณ 6–12 สัปดาห์) ช่วงนี้พบได้บ่อยที่สุด เพราะร่างกายกำลังปรับตัวกับฮอร์โมน โดยมีสาเหตุดังนี้
2. กล้ามเนื้ออ่อนแรงในไตรมาสที่สอง (ประมาณ 20–28 สัปดาห์) อาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากปัญหาทางร่างกาย เช่น ขาดธาตุเหล็ก (โลหิตจาง) ขาดแคลเซียม หรือแมกนีเซียม อาจมีอาการร่วม เช่น
3. กล้ามเนื้ออ่อนแรงในไตรมาสที่สาม (ประมาณ 28–40 สัปดาห์) ช่วงนี้อาการอ่อนแรงอาจเกิดจาก
เนื่องจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นแอนติบอดี้ที่ไม่ดีในร่างกาย เมื่อคุณแม่ป่วยลูกก็จะได้แอนติบอดี้นี้ ซึ่งจะได้รับผลกระทบเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อ และระบบหายใจที่อาจมีปัญหาหลังคลอด แพทย์จึงจะเฝ้าระวังและดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ประมาณ 3-4 สัปดาห์ อาการก็จะค่อย ๆ หายขาดไปเอง
เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์:
นพ.นพดล สโรบล
สูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์