
อาการไอในเด็ก อาจดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับหลายครอบครัว แต่ความจริงแล้วหากดูแลไม่ถูกวิธีอาการไอของลูกที่พ่อแม่คิดว่าไม่เป็นอะไรนั้น อาจลุกลามจนส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของลูกในระยะยาวได้
เวลาที่เด็ก ๆ ไอ พ่อแม่หลายคนอาจคิดว่าไม่นานลูกก็หาย แต่รู้หรือไม่ว่าอาการไอเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น ส่งผลกระทบกับสุขภาพและพัฒนาการของลูกได้เช่นกัน เนื่องจาก

ลักษณะของอาการไอมี 2 แบบ คือ ไอแห้งหรือไม่มีเสมหะ และ ไอแบบมีเสมหะ ซึ่งการรักษาอาการไอทั้ง 2 แบบนั้นจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อลูกมีอาการไอคุณพ่อคุณแม่ควรแยกลักษณะของอาการก่อนรักษา เพื่อจะได้เลือกยาให้ตรงกับลักษณะอาการไอนั้น ๆ
เป็นอาการไอแบบไม่มีเสมหะ เสียงไอแห้ง ๆ ระคายคอ เป็นสัญญาณบอกโรคหวัด โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยน อากาศแห้ง เด็กอาจจะไอถี่ ๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ
การดูแลเด็กไอแห้ง
เป็นอาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจและมีเยื่อเมือกเพิ่มมากขึ้นเพื่อดักจับและขับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดการระคายเคืองออกไป โดยอาการไอแบบมีเสมหะมักเป็นอาการที่เกิดจากโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ปอดบวม หรือในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจเป็นสาเหตุของโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง วัณโรคปอด
ข้อสังเกต
การดูแลเด็กไอมีเสมหะ

ซึ่งวิธีการปฏิบัติตัวจะคล้ายกัน แตกต่างกันที่ตัวยาที่เลือกใช้ ถ้าไอมีเสมหะ ต้องเลือกชนิดยาที่เป็นยาละลายเสมหะ หากนำยาที่เป็นแก้ไอแบบแห้ง จะใช้ไม่ได้ผล ซึ่งยาละลายเสมหะที่ปลอดภัย และได้รับความนิยมมากที่สุดคือ แอมบรอกซอล (AMBROXOL) ที่เป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการดูแลสุขภาพเด็ก ๆ
*** ตัวยาแอมบรอกซอลจัดเป็นยาละลายเสมหะที่มีความปลอดภัย เหมาะกับเด็กทุกช่วงวัย ก่อนใช้ให้ปรึกษาเภสัชกร และอ่านรายละเอียดวิธีใช้บนเอกสารกำกับยา
เพราะเวลาที่ลูกป่วยไม่ใช่แค่สุขภาพของลูกที่หายไป แต่ยังเป็นความสุขของคนทั้งครอบครัว ดังนั้นเมื่อเมื่อลูกเริ่มส่งเสียงไอแค่ก ๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการและดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้ลูกหายจากอาการไอและหยุดยั้งอาการป่วยเรื้อรังที่อาจจะเกิดขึ้นได้
