
☆ ข้อมูลติดต่อโรงเรียน
โรงเรียนนานาชาติ D-PREP (D-PREP International School)
📍 Primary Campus (อนุบาล–ประถม)
เลขที่ 38, 38/1-3, 39 หมู่ 6 ถนนบางนา-ตราด กม.8 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
📍 Secondary Campus (มัธยม)
เลขที่ 97/9 หมู่ 1 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
☆ ระดับชั้นที่เปิดสอน: เปิดสอนตั้งแต่ Early Years ไปจนถึง High School (อายุ 2 - 18 ปี)
☆ ค่าเทอมโดยประมาณ: 453,880 - 698,290 บาท ขึ้นอยู่กับระดับชั้นเรียน
☆ ประเภทโรงเรียน: โรงเรียนนานาชาติ
☆ ประเภทหลักสูตร: หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) ตามมาตรฐานสากล มี Pre-AP / AP courses เตรียมเข้ามหาวิทยาลัยต่างประเทศ
☆ กิจกรรมเสริม
โรงเรียนนานาชาติ D-PREP มีกิจกรรมเสริมที่เหมาะกับความชอบของเด็กแต่ละคน เช่น กิจกรรมด้านวิชาการ ศิลปะและการแสดง โครงการจิตอาสาและชุมชน การเรียนรู้นอกสถานที่ ฯลฯ
โรงเรียนนานาชาติ D-PREP เป็นโรงเรียนที่น่าสนใจมาก เพราะให้ความสำคัญในการสร้างคนให้มีคุณภาพและเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านลักษณะและบุคลิกของเด็กแต่ละคน ที่นี่จึงโดดเด่นทั้งด้านวิชาการที่ผสมผสานหลาย ๆ ศาสตร์เข้าด้วยกันในการพัฒนาโปรเจ็กการเรียนการสอน
นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาความถนัดของตัวเองผ่านกิจกรรมเสริมที่มีให้เลือกมากมาย ทำให้เด็กสนุกไปกับการเรียนรู้ ซึ่งจะกลายเป็น Life Skills ติดตัวไปตลอด
------------------------------------

📍 Primary Campus (อนุบาล–ประถม)
เลขที่ 38, 38/1-3, 39 หมู่ 6 ถนนบางนา-ตราด กม.8
ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
Google Map: https://maps.app.goo.gl/VEGRFTxNCTrXp6MH8
📍 Secondary Campus (มัธยม)
เลขที่ 97/9 หมู่ 1 ตำบลบางพลีใหญ่
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
Google Map: https://maps.app.goo.gl/g1zKULrc8AM8TNgQ8
เปิดสอนตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Grade 12 (อายุประมาณ 2–18 ปี) มี Primary Campus และ Secondary Campus แยกกันสำหรับช่วงวัยต่าง ๆ

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP ใช้หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง (Experiential Learning) และการพัฒนาทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิต
Early Years (อนุบาล) ใช้แนวคิด Reggio Emilia เรียนรู้ผ่านการเล่น การทดลอง และความสนใจของเด็ก
Primary School (ประถม) ใช้ IB PYP (Primary Years Programme) เรียนแบบบูรณาการหลายวิชา เน้นตั้งคำถามและคิดวิเคราะห์
Middle & High School หลักสูตรอเมริกัน มี Pre-AP / AP courses เตรียมเข้ามหาวิทยาลัยต่างประเทศ
เมื่อการเรียนในระดับมัธยมไม่ได้เตรียมเด็กเพียงเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาวะผู้นำ และความรับผิดชอบต่อโลก
โรงเรียนนานาชาติ D-PREP ให้ความสำคัญคือการออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ความรู้ในตำรามีคุณค่า แต่จะยิ่งมีความหมายมากขึ้นเมื่อเด็กสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง จากกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การทำโครงงาน การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยให้เด็กเข้าใจว่าความรู้แต่ละวิชามีความสัมพันธ์กับโลกภายนอกอย่างไร
กระบวนการเรียนรู้ลักษณะนี้ยังช่วยพัฒนา Critical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์) และ Problem Solving (การแก้ปัญหา) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคต เด็กที่ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้แบบนี้มักจะไม่มองการเรียนเป็นเพียงหน้าที่ แต่เริ่มเห็นว่าการเรียนรู้คือเครื่องมือที่ช่วยให้เขาเข้าใจโลกมากขึ้น

Dr. David Fitzgerald (Dr. Fitz) ผู้อำนวยการระดับมัธยมศึกษา เล่าถึงโครงสร้างการเรียนรู้ของโรงเรียนตั้งอยู่บนสองเสาหลักสำคัญ
ในด้านวิชาการ โรงเรียนใช้ Advanced Placement (AP) ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในระดับมัธยมปลาย หลักสูตรนี้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนเนื้อหาที่ท้าทายมากขึ้น และในบางกรณีสามารถนำหน่วยกิตไปใช้ต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้
นักเรียนหลายคนอาจพบว่าบางบทเรียนยาก และอาจต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ช่วงเวลาเหล่านี้เองที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะสำคัญ เช่น Perseverance (ความพากเพียร) Resilience (ความสามารถในการลุกขึ้นใหม่หลังความล้มเหลว) แม้ต้องเผชิญโจทย์ที่ยาก บางครั้งคำตอบแรกอาจไม่ถูกต้อง แต่การกลับมาทบทวนแนวคิดและลองวิธีใหม่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ Dr. Fitz ต้องการปลูกฝังคือ Learning How to Learn (การเรียนรู้วิธีการเรียนรู้) นักเรียนจะค่อย ๆ เข้าใจว่าการทำความเข้าใจเรื่องที่ซับซ้อนไม่ได้เกิดจากการท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตั้งคำถาม วิเคราะห์แนวคิด และพยายามหาคำตอบด้วยตัวเอง

Leadership (ภาวะผู้นำ) เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้ในระดับ Secondary (มัธยมศึกษา) ที่ D-PREP เพราะโรงเรียนเชื่อว่าการศึกษาไม่ได้มีหน้าที่เพียงพัฒนาความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตัวเองในสังคมด้วย
โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในโครงสร้างการพัฒนาภาวะผู้นำหลายรูปแบบ เช่น Student Government (สภานักเรียน) ที่เปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนาชุมชนในโรงเรียน รวมถึงคณะทำงานเฉพาะด้านอย่าง Honor Council, Wellness Council, Service Council และ Student Ambassadors ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีบทบาทในการดูแลชุมชนโรงเรียน สร้างกิจกรรมเพื่อสังคม และเป็นตัวแทนของโรงเรียนในกิจกรรมต่าง ๆ

สุดท้าย เมื่อถูกถามว่าผู้ปกครองควรพิจารณาอะไรในการเลือกโรงเรียนมัธยมให้กับลูก Dr. Fitz ไม่ได้เริ่มต้นจากเรื่องชื่อเสียงของโรงเรียน หรือผลลัพธ์ของการสอบเพียงอย่างเดียว สำหรับเขา สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ความสอดคล้องของคุณค่าระหว่างโรงเรียนกับครอบครัว
โรงเรียนที่ดีควรเป็นสถานที่ที่สะท้อนคุณค่าที่ผู้ปกครองต้องการปลูกฝังให้กับลูก เพราะช่วงเวลาของระดับมัธยมศึกษาไม่ได้เป็นเพียงช่วงของการเรียนรู้ทางวิชาการ แต่เป็นช่วงเวลาที่เด็กกำลังพัฒนาตัวตน มุมมองต่อโลก และทัศนคติต่อสังคม
สำหรับผู้ปกครอง การเลือกโรงเรียนจึงไม่ใช่เพียงการเลือกสถานที่เรียน แต่คือการเลือกสภาพแวดล้อมที่ลูกจะใช้เวลาเติบโตในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โรงเรียนที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยทั้งทางความคิดและความรู้สึก เปิดโอกาสให้พวกเขาตั้งคำถาม เรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนาตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP มีกิจกรรมเสริมที่เหมาะกับความชอบของเด็กแต่ละคน กิจกรรมด้านวิชาการ ศิลปะและการแสดง โครงการจิตอาสาและชุมชน การเรียนรู้นอกสถานที่
คุณเลดี้ ดิษยะศริน ตะเวทิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติ D-PREP เล่าให้ฟังว่า D-PREP มองว่าการศึกษาที่สมบูรณ์ต้องให้ความสำคัญกับสององค์ประกอบพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือ Academic Excellence (ความเป็นเลิศทางวิชาการ) ซึ่งเป็นรากฐานของความรู้และการคิดวิเคราะห ์ และอีกด้านหนึ่งคือ Life Skills (ทักษะชีวิต) ที่ช่วยให้เด็กสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความรับผิดชอบและเข้าใจผู้อื่น
ทักษะเหล่านี้รวมถึงการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความยืดหยุ่นทางความคิด และความสามารถในการปรับตัว โลกการทำงานในอนาคตต้องการคนที่ไม่เพียงมีความรู้ แต่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการศึกษาจึงควรปลูกฝังแนวคิดของ Lifelong Learning (การเรียนรู้ตลอดชีวิต) ให้เด็กเห็นว่าการเรียนรู้ไม่ได้จบลงเมื่อออกจากโรงเรียน แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อไปตลอดชีวิต


สำหรับ Dr. Fitz ผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ดีไม่ควรถูกสะท้อนผ่านเกรดหรือคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรสะท้อนผ่าน ประสบการณ์ ผลงาน และสิ่งที่นักเรียนได้ลงมือทำตลอดช่วงเวลาที่เรียนอยู่ที่ D-PREP
ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนพัฒนา Portfolio (ผลงานสะสมที่สะท้อนความสามารถ ความสนใจ และประสบการณ์ของนักเรียน) ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การสร้างผลงานด้าน Visual Arts และ AP Art (ศิลปะขั้นสูง) การทำงานวิจัยเชิงลึกผ่าน AP Research (โครงงานวิจัยระดับมัธยมปลาย) การมีบทบาทใน Leadership Program (โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ) หรือการสร้างสรรค์ผลงานผ่านโปรแกรมด้าน Technology และ Engineering (เทคโนโลยีและวิศวกรรม)

ในช่วงปีแรกของระดับมัธยมปลาย นักเรียนจะเริ่มวาง Academic Plan (แผนการเรียนส่วนบุคคล) ซึ่งเป็นแผนที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเองในระยะยาว กระบวนการนี้เริ่มจากการสำรวจความสนใจ ความถนัด และเป้าหมายของแต่ละคน นักเรียนจะได้ศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยหรือสาขาวิชาที่สนใจ พร้อมทั้งพิจารณาว่าควรเลือกวิชา กิจกรรม หรือประสบการณ์ใดที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้สอดคล้องกับเส้นทางนั้น
นักเรียนจะนำเสนอ Academic Plan ของตัวเองต่อผู้ปกครอง ครู และคณะกรรมการของโรงเรียน เป็นโอกาสให้นักเรียนได้อธิบายความคิดของตัวเอง รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ และเรียนรู้ที่จะวางแผนอนาคตอย่างมีเหตุผล
เมื่อเข้าสู่ Grade 10 นักเรียนจะได้เข้าร่วม Internship (ประสบการณ์ฝึกงาน) เพื่อสัมผัสโลกการทำงานจริง ประสบการณ์นี้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เห็นว่าความรู้ในห้องเรียนสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงอย่างไร และช่วยให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าความสนใจหรือเส้นทางอาชีพใดที่เหมาะสมกับตนเอง
จากนั้นในช่วง Grade 11 และ Grade 12 นักเรียนจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีม College Counseling (ทีมที่ปรึกษาด้านมหาวิทยาลัย) เพื่อสำรวจตัวเลือกของมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความสนใจทางวิชาการ โอกาสในการพัฒนาตัวเอง และความเหมาะสมกับเป้าหมายในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนพัฒนา Portfolio (ผลงานสะสมที่สะท้อนความสามารถ ความสนใจ และประสบการณ์ของนักเรียน) ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การสร้างผลงานด้าน Visual Arts และ AP Art (ศิลปะขั้นสูง) การทำงานวิจัยเชิงลึกผ่าน AP Research (โครงงานวิจัยระดับมัธยมปลาย) การมีบทบาทใน Leadership Program (โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ) หรือการสร้างสรรค์ผลงานผ่านโปรแกรมด้าน Technology และ Engineering (เทคโนโลยีและวิศวกรรม)


ผู้บริหารกล่าวว่า การศึกษาที่มีคุณภาพต้องช่วยให้เด็ก “เข้าใจตัวเอง” ก่อนจะเข้าใจโลก
ความสำเร็จทางวิชาการยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่หากระบบการเรียนรู้มุ่งเน้นเพียงการสอบผ่าน เด็กอาจไม่ได้ค้นพบความสนใจหรือศักยภาพของตนเอง เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน บางคนอาจโดดเด่นด้านวิชาการ ขณะที่บางคนมีความสามารถด้านศิลปะ กีฬา หรือการคิดเชิงสร้างสรรค์
บทบาทของโรงเรียนจึงไม่ใช่การทำให้เด็กทุกคนเหมือนกัน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กแต่ละคนได้สำรวจตัวเอง และพัฒนาความสามารถในแบบที่เหมาะสมกับตัวเขา
เมื่อเด็กมีโอกาสทดลอง เรียนรู้ และตั้งคำถาม ความมั่นใจในการเรียนรู้จะค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามประสบการณ์ที่เขาได้รับ จนกลายเป็น “ภาวะผู้นำ” ที่ตามมา
ในระดับ Middle School (มัธยมต้น) โรงเรียนใช้แนวคิด Expeditionary Learning
Expeditionary Learning เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลายวิชาเข้าด้วยกัน ผ่านหัวข้อหรือประเด็นสำคัญที่นักเรียนต้องสำรวจ
แทนที่จะเรียนวิชาแยกกันอย่างชัดเจน เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ นักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านหัวข้อหรือประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงความรู้จากหลายสาขาเข้าด้วยกัน วิธีการเรียนรู้ลักษณะนี้ช่วยให้เด็กมองเห็นความสัมพันธ์ของความรู้ในภาพรวม และเข้าใจว่าปัญหาหรือสถานการณ์ในโลกจริงมักต้องอาศัยมุมมองจากหลายวิชาประกอบกัน
แนวทางการเรียนรู้แบบนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น Critical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์) และ Problem Solving (การแก้ปัญหา) เพราะนักเรียนต้องมองปัญหาจากหลายมุมและเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP เป็นโรงเรียนที่น่าสนใจมาก ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนเห็นว่าลูกมีศักยภาพที่มากกว่าวิชาการ แต่คือ “รู้วิธีเรียนรู้” เพื่อพัฒนาทั้ง Academic Excellence และ Life Skills โรงเรียนนี้เหมาะมากที่จะให้ลูกได้เข้าไปใช้ชีวิตเพื่อปูทางสู่อนาคต
เพราะให้ความสำคัญในการสร้างคนให้มีคุณภาพและเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านลักษณะและบุคลิกของเด็กแต่ละคน ที่นี่จึงโดดเด่นทั้งด้านวิชาการที่ผสมผสานหลาย ๆ ศาสตร์เข้าด้วยกันในการพัฒนาโปรเจ็กการเรียนการสอน
หนึ่งจุดที่น่าสังเกตคือ ที่นี่เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกด้วย ดังนั้น พ่อแม่ต้องพร้อมที่จะติดตามและให้ความร่วมมือกับลูก ครู และโรงเรียน
สนใจเยี่ยมชมโรงเรียน หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม คลิกได้ที่ dprep.ac.th