
ลูกเลิกเรียนแล้วมักจะหิวเป็นเรื่องปกติ เพราะทั้งวันต้องใช้พลังงานไปกับการเรียนและการเล่น ดังนั้นเพื่อเติมพลังให้ลูกให้กลับบ้านอย่างสดชื่นในแต่ละวัน เรามาเตรียมเมนูของว่างหลังเลิกเรียนให้ลูกกันเถอะค่ะ
5 เมนูของว่าง ทำให้ลูกหลังเลิกเรียนออนไลน์
ช็อคโกแล็ต เฟร้นช์โทสต์

ส่วนผสมช็อคโกแล็ต เฟร้นช์โทสต์
ขนมปัง 4-5 แผ่น
ไข่ไก่ 2 ฟอง
ช็อคโกแล็ตที่ละลายแล้ว 1/2 ถ้วย
เกลือเล็กน้อย
วิธีทำช็อคโกแล็ต เฟร้นช์โทสต์
- ใช้พิมพ์กดขนมปังเป็นรูปต่างๆ
- ตีไข่ให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย
- ชุบขนมปังกับไข่ให้ทั่วทั้ง 2 ด้าน
- ตั้งกระทะไฟกลาง ทอดขนมปังจนไข่สุก แล้วพักไว้
- ทาช็อคโกแล็ตบนขนมปังด้านใดด้านหนึ่งแล้วนำมาประกบกัน เป็นอันเรียบร้อยค่ะ
Frittata

ส่วนผสม Frittata
มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นเต๋า 1 หัว
มะเขือเทศปอกเปลือก หั่นเต๋า ไม่เอาเม็ด 1 ลูก
ไข่ไก่ 2 ฟอง
กระเทียมสับ 1 กลีบ
ใบโหระพา 10 ใบ
พาเมซานขูด 1/2 ถ้วย
ผักชีฝรั่งซอย 1/2 ถ้วย
น้ำมันมะกอก เล็กน้อย
วิธีทำ Frittata
- ต้มมันฝรั่งให้สุก แล้วพักไว้
- ผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอกจนสุก ใส่มะเขือเทศผัดพอนิ่ม แล้วใส่มันฝรั่งลงไป เกลี่ยให้ทั่วกระทะ
- ตีไข่ใส่ถ้วย แล้วเทลงในกระทะ ปิดฝา หรี่ไฟกลางตั้งทิ้งไว้ 3-5 นาที จากนั้นเปิดฝาโรยวีสและใบโหระพา ปิดฝาต่ออีก 2 นาที เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
แคร็กเกอร์ผักโขม

ส่วนผสมแคร็กเกอร์ผักโขม
ขนมปังแคร็กเกอร์ 8-10 ชิ้น
ปลาทูน่า 1/2 ถ้วยตวง
ผักโขมต้มสุกสับหยาบ 1/2 ถ้วยตวง
หอมหัวใหญ่สับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
เนยสดชนิดจืด 4 ช้อนชา
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
ชีส 1-2 แผ่น
นมสดที่ลูกกิน 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช
วิธีทำแคร็กเกอร์ผักโขม
- ใช้พิมพ์กดชีสเป็นรูปต่างๆ วางบนแผ่นขนมปังแคร็กเกอร์
- ตั้งกระทะให้ร้อน นำเนยลงผัดกับหอมหัวใหญ่จนสุก ใส่ผักโขม นมสด ปลาทูน่า และเติมเกลือป่นลงไป ผัดให้เข้ากัน
- ตักส่วนผสมที่ผัดวางทับบนเนยอีกที เป็นอันเรียบร้อย
สลัดผักทอด

ส่วนผสมสลัดผักทอด
ผักบุ้ง หอมหัวใหญ่ ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว ฟักทอง แคร์รอต ตามชอบ
ไข่ไก่ 2 ฟอง
แป้งทอดกรอบ 2 ถ้วยตวง
น้ำเย็น 1 ถ้วยตวง
เกล็ดขนมปังป่น 1/2 ถ้วยตวง
มายองเนสหรือโยเกิร์ต 1/2 ถ้วยตวง
สตรอเบอรี่ 4-5 ลูก
น้ำมันพืชสำหรับทอด
วิธีทำสลัดผักทอด
- ล้างผักให้สะอาด หั่นชิ้นพอดีคำเตรียมไว้
- ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็น คนให้เข้ากัน ตอกไข่ลงไปแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง
- ตั้งกระทะให้ร้อน นำผักชุบแป้งทอดและเกล็ดขนมปังป่นทอดให้สุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นวางบนกระดาษซับมัน
- ปรุงซอสสำหรับจิ้มโดยนำสรอเบอรี่ปั่นกับมายองเนสหรือโยเกิร์ต
กุ้งทอดราดซอสเนยมะนาว

ส่วนผสมกุ้งทอดราดซอสเนยมะนาว
กุ้งกถลาดำแกะเปลือกล้างสะอาด 5-6 ตัว
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
เกล็ดขนมปังป่น 1/2 ถ้วยตวง
หอมแดงสับ 1 ช้อนชา
กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลิือป่น 1/2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับทอด
ถั่วฝักยาว แคร์รอตต้ม ตามชอบ
วิธีทำกุ้งทอดราดซอสเนยมะนาว
- ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่เนยลงไป ตามด้วยกระเทียมสับ หอมแดงสับ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือป่น และพริกไทย เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย ชิมรสชาติว่าพอดีหรือยัง ตักใส่ถ้วยพักไว้
- ตอกไข่ ตีให้เข้ากัน นำกุ้งไปชุบไข่ให้ทั่ว แล้วคลุกเกล็ดขนมปัง
- ตั้งกระทะให้ร้อน เทน้ำมันลงไป นำกุ้งชุมเกล็ดขนมปังที่เตรียมไว้ลงทอดให้มีสีเหลืองทอง ตักขึ้นซับน้ำมัน กินคู่กับผักต้มจิ้มซอสเนยแสนอร่อย

5 เมนูอาหารเช้า ที่ทำให้ลูกกินมื้ออื่นก็รอด
มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญ แต่ละวันลูกควรกินอาหารเช้าก่อนออกจากบ้าน แต่ในชั่วโมงเร่งรีบ แม่ควรเลือกเมนูที่ทำง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุด อย่าง 5 เมนูต่อไปนี้
1. ข้าวผัดมันฝรั่งแฮมไก่

ส่วนผสมข้าวผัดมันฝรั่งแฮมไก่

วิธีทำ
- ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันและกระเทียม ผัดให้มีกลิ่นหอม ใส่ผักลงไปผัดให้สุก ตามด้วยแฮมไก่
- ใส่ข้าวกล้องตามลงไปผัด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
- ก่อนปิดไฟให้ใส่ชีสลงไปคลุกให้ทั่ว แล้วจึงปิดไฟ
2. ไก่โจรสลัด

ส่วนผสมไก่โจรสลัด

วิธีทำไก่โจรสลัด
- ผสมไก่ แคร์รอต ข้าวโพด ถั่วลันเตา มะเขือเทศ และโยเกิร์ตให้เข้ากัน
- ตักสลัดใส่กระทงใบผักกาดแก้วพอประมาณ ตกแต่งให้สวยงาม
3. เปาะเปี๊ยะไข่

ส่วนผสมเปาะเปี๊ยะไข่

วิธีทำเปาะเปี๊ยะไข่
- ทำไส้เปาะเปี๊ยะโดยผัดหมูสับ วุ้นเส้น แคร์รอต และกะหล่ำปลีให้เข้ากัน ปรุงรสเล็กน้อยแล้วพักไว้
- ตีไข่ แล้วตั้งกระทะก้นแบนไฟอ่อน เทไข่ลงไป จากนั้นเอียงกระทะเทไข่ทั่วกระทะให้หนาเท่ากัน และไข่สุกทั้งสองด้าน จึงยกขึ้นพักไว้
- วางไส้เปาะเปี๊ยะบนไข่ แล้วม้วนไข่ให้รอบ ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
4. สเต๊กปลาอบชีส

ส่วนผสมสเต๊กปลาอบชีส

วิธีทำสเต๊กปลาอบชีส
- ทาเกลือบนเนื้อปลา หมักทิ้งไว้ 5 นาที แล้วทอดให้สุก พักไว้
- ตั้งกระทะ ใส่เนย แคร์รอต หน่อไม้ฝรั่ง แล้วผัดให้สุก ปรุงรสด้วยเกลือ ยกลงพักไว้
- วางปลาตามด้วยชีสและผัก
5. ออมเล็ตสีสันสดใส

ส่วนผสมออมเล็ตสีสนสดใส

วิธีทำออมเล็ตสีสันสดใส
- ตอกไข่ใส่ถ้วย แล้วใส่แคร์รอต ผักโขม ตีให้เข้ากัน
- ตั้งกระทะไฟกลาง เทไข่ใส่กระทะ คนไปมาจนไข่เกือบสุก
- รอไข่สุกจึงยกลง
จากหนูน้อยอารมณ์ดี...แปลงร่างเป็นหนูขี้วีน ขี้โมโห หนูไม่ไหวแล้วนะ
สภาวะเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งจากช่วงวัย ความเครียด ความกังวล ที่เกิดขึ้น ยิ่งช่วงเวลาที่จำกัดพื้นที่ ออกไปไหนไม่ได้ เลยเกิดสงครามย่อมๆ ในบ้าน
Mom’s Issues ชวนรับมือและจัดการกับอารมณ์ขี้โมโหของเด็ก บก.แม่ดอยและป้าปอย มีเทคนิคและนิทานดีๆ มาช่วยให้เรื่องโมโห จัดการได้ง่ายขึ้น Simplify your crypto transactions with Trezor Suite Seamless Exchanges, making trading effortless.
พบกับ รายการ Mom's Issue ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน
ติดตามรายการรักลูก podcastได้ที่
Apple podcast: Rakluke Podcast
Spotify: Rakluke Podcast
YouTube Channel: : Rakluke Club
การเลี้ยงลูกแบบเฮลิคอปเตอร์ เป็นการเลี้ยงลูกแบบหนึ่ง ที่อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก
การเลี้ยงลูกแบบ 'พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์' บั่นทอนพัฒนาการของเด็ก
พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์หมายถึง ผู้ปกครองคอยวนเวียนดูแลบุตรหลานโดยไม่ยอมปล่อยมือ
พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ เริ่มใช้กันในสหรัฐฯ นานราว 40 ปีที่แล้ว ปัจจุบันในครอบครัวคนไทยเจอการเลี้ยงดูเด็กแบบนี้ค่อนข้างเยอะมาก เช่น เด็กล้มก็ตีพื้นตีโต๊ะให้ ยังป้อนข้าวเด็กจนโตเพราะกลัวเปื้อน ไม่ให้หยิบจับอะไรคอยทำให้ทุกอย่าง คิดแทนลูกเพราะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพ่อกับแม่ จนเด็กกลายเป็นคนไม่รู้จักโตในที่สุด
5 ผลเสียในระยะยาว เลี้ยงลูกแบบพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์
1. ทำให้เด็กขาดทักษะการเรียนรู้ใหม่ ๆ เด็กจะเป็นคนไม่ค่อยรับสิ่งใหม่ ๆ หากพ่อกับแม่ไม่อนุญาต ดังนั้นเลยมีทักษะการช่วยเหลือตนเองในระดับต่ำ
2. ไม่สามารถดูแลตนเองได้ตามวัยที่ควรจะเป็น เด็กปรับตัวไม่ได้ เมื่อไปเจอสังคมใหม่ เริ่มมีเพื่อน เขาจะปรับตัวไม่ได้จนแสดงพฤติกรรมที่มีปัญหาออกมา เช่น อ่อนแอ ชอบพึ่งพาคนอื่น ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคิด ขาดการตัดสินใจด้วยตนเอง
3. เด็กไม่สามารถบอกความต้องการของตัวเองได้ และไม่สามารถบอกได้ว่าตนเองรู้อะไร หรือต้องการรู้อะไร เพราะมีพ่อแม่คอยคิดให้เสมอ
4. แก้ไขปัญหาในชีวิตไม่ได้ สถานการณ์บางเรื่องเด็กมักจะตัดสินใจเองได้ แต่การเลี้ยงดูแบบพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ ทำให้เด็กเป็นคนขี้กลัวจนเกินไปต้องพึ่งพ่อกับแม่ให้คอยช่วยเหลือแม้เรื่องเล็กน้อย
5. ไม่มีอิสระในการคิด แม้บางครั้งเขาจะอยากทำอะไรด้วยตัวเอง แต่พ่อกับแม่หรือคนเลี้ยงดูไม่ให้ทำเอง เพราะทำช้าบ้าง กลัวทำไม่สะอาดบ้าง กลัวบาดเจ็บบ้าง จนเขาไม่มีอิสระในการคิด ต้องรับฟังและคอยทำตามอย่างเดียว

ขนมปังหน้าไข่กวน มื้อเช้าแสนง่ายรองท้องก่อนไปโรงเรียน
อีกหนึ่งเมนูขนมปังที่อยากแนะนำแม่ๆ เพราะทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน จะทำเสิร์ฟลูกหรือเป็นอาหารเช้าของทุกคนในบ้านก็ได้ค่ะ
ส่วนผสม
นมสดรสจืด 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่ 2 ฟอง
เกลือป่นเล็กน้อย
ซอสมะเขือเทศ
วิธีทำ
- กระทะตั้งไฟอ่อน ทาเนยลงไป เอาขนมปังปิ้งให้เหลืองทั้ง 2 ด้าน เสร็จแล้วพักไว้
- ตีไข่ นม และเกลือ ให้เข้ากัน เทลงกระทะ ค่อยๆ กวนจนสุก
- ทาเนยบนขนมปัง ตักไข่กวนใส่ ราดด้วยซอสมะเขือเทศ
Tip : คุณแม่อาจเพิ่มความอร่อยด้วยการใส่แฮม ชีส เห็ด หรือซอสมะเขือเทศตอนทำไข่กวนก็ช่วยเพิ่มรสชาติให้ดีขึ้นค่ะ
ปลาทูเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มี DHA โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 ไอโอดีน โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ฯลฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างพัฒนาการร่างกายและสมองของเด็กๆ เป็นอย่างยิ่ง
ส่วนผสม
ข้าวสวย 1 ถ้วย
ปลาทูย่าง 1 ตัว
หอมแดงซอย 3-4 แว่น
มะนาว ครึ่งซีก
น้ำตาลทราย 1 หยิบมือ
น้ำปลาอย่างดี 1 ช้อนชา
เครื่องเคียง
แตงกวา 1 ลูก
ไข่ต้ม 1 ฟอง
วิธีทำ

1. ใส่ปลาทู หอมแดง น้ำตาลทราย และน้ำปลาลงในชามข้าว

2. บีบมะนาวลงไป

3. คลุกเคล้าให้เข้ากัน

4. เสร็จแล้วจัดให้สวยงาม กินกับไข่ต้ม และแตงกวา เพิ่มวิตามินและความอร่อยยิ่งขึ้น
คะน้าฮ่องกงก้านอ้วน กรอบ เข้ากันดีกับเห็ดออรินจิหวานๆ พอผัดกับน้ำมันหอยที่มีรสเค็มนิดๆ รสชาติกลมกล่อมพอดีมากค่ะ จะให้ลูกกินกับข้าวสวยหรือข้าวต้มก็อร่อยทั้งนั้น
ส่วนผสม
คะน้าฮ่องกงก้านอวบ 2-3 ก้าน
เห็ดออรินจิ 3-4 ดอก
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไป รอจนร้อน
- ใส่เห็ดออรินจิลงไปผัด
- ใส่คะน้าฮ่องกงตามลงไป
- ใส่น้ำมันหอยและซอสปรุงรส ผัดจนสุก ตักใส่จานได้
ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เพราะอุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามิน บี วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และใยอาหาร ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา ป้องกันท้องผูก บำรุงโลหิต บำรุงเลือด ฯลฯ
นอกจากนี้ยอดตำลึงยังนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด ไม่ว่าจะปรุงกับอะไรก็อร่อยทั้งนั้น ดังเมนูที่รักลูกจะนำเสนอต่อไปนี้ ก็เป็นอีกเมนูตำลึงยอดฮิต ที่ทำง่าย กินง่าย ได้คุณค่า แถมยังอร่อยด้วย
ส่วนผสม
ตำลึง 1 ถ้วย
หมูสับ 1/2 ถ้วย
เต้าหู้ไข่ 1 หลอด
กระเทียมสับละเอียด 4-5 กลีบ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น เล็กน้อย
น้ำเปล่า 1 ถ้วย

วิธีทำ
1 เตรียมส่วนผสมให้พร้อม
2 หมักหมูสับกับกระเทียม พริกไทย และน้ำมันหอยเข้าด้วยกัน พักไว้ 30 นาที
3 - 5 เทน้ำลงหม้อ ต้มจนเดือด ใส่หมูลงไป รอจนสุกค่อยใส่ตำลึง ซอสปรุงรส แล้วตามด้วยเต้าหู้ไข่
6 ต้มทุกอย่างต่อประมาณ 30 วินาที จากนั้นปิดไฟแล้วตักขึ้นใส่ชามได้เลย
รักมากไปทำร้ายลูก? รักจนสำลักความรัก ประคบประหงมจนไม่ให้ลูกทำอะไร ทุกอย่างล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรัก แต่มากไปก็ทำลายลูก
The Expert รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม
เลี้ยงประคบประหงม เด็กป่วยได้ง่าย (Munchausen Syndrome by Proxy)
เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องเลี้ยงดูและดูแลสุขภาพแต่มีประเภทที่เยอะเกินไป มีเคสที่ลูกตกเตียงซึ่งอยู่กับพี่เลี้ยงตกตอนเที่ยงแต่พอตกเย็นก็พาลูกมาที่รพ. ให้หมอเช็กอย่างละเอียดเพราะว่ามีลูกคนเดียวและแม่ก็อ่านมาแล้วว่าเลือดที่ซึมออกมาจากในสมองมันจะไม่มีอาการ แต่อยากให้หมอรับรอง100% ว่าลูกไม่มีปัญหา หมอถามว่าเกิดอะไรขึ้น ความจริงคือเด็กตกเบาะเลี้ยงเด็กซึ่งกลิ้งแล้วหัวกระแทกพื้นไม่ปาร์เก้ลูกตกใจ ร้องไห้ เสร็จแล้วก็เล่นปกติ แต่ว่าแม่ไม่ไว้ใจ และอยากให้ทำMRI ซึ่งการทำกับเด็ก 9เดือนไม่ได้ง่าย แต่ด้วยความที่มีลูกคนเดียวและไม่พลาดไม่ได้เลยขอให้แม่ยืนยันซึ่งไแพงแค่ไหนก็ยอมจ่าย
การทำMRIเด็กต้องนิ่งมากซึ่งทางเดียวที่จะทำคือเพื่อให้เด็กหลับ แล้วฉีดสีเข้าไปในเส้นเลือดว่ามีปัญหาเกิดขึ้นตรงไหนใช้เวลาเป็นชั่วโมงก็อาจจะต้องดมยา พอแม่ได้ยินก็บอกหมอว่าเต็มที่ไม่อั้นแต่คนเจ็บตัวคือลูก ลักษณะแบบนี้คือ Munchausen Syndrome by Proxy เครียดมากและวิตกกังวลมาก อาจจะมาจากการเห็นคนในบ้านป่วยจากประสบการณ์เดิม จึงตรวจหาความเสี่ยงของลูกทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพที่เยอะเกินไป
อีกเคสคือย่าเป็นมะเร็งไตแล้วเสียชีวิต แม่ต้องการทำRenal scan (การตรวจสแกนไต) ซึ่งทำไม่ได้ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้แม่ก็ไปเอาน้ำแดงมาผสมในปัสสาวะ แล้วให้หมอตรวจคือสำหรับหมอตรวจไม่ยากว่าเป็นน้ำแดงหรือเลือด แบบนี้คือทำให้เกิดเครียด วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำ เครียดแล้วมาลงที่ลูก ผลที่เกิดกับลูกคือเกิดความหวาดระแวงไปกับแม่ ลูกซึมซับความหวาดระแวงจากแม่นี่คือในแง่ของสุขภาพ ลูกกังวล เครียดมาก
เลี้ยงแบบเร่งรัด เด็กต่อต้าน (Overstimulation)
ตอนนี้มีปัญหาเยอะเพราะด้วยระบบแพ้คัดออก เรียนทุกวัน ตื่นตั้งแต่ตีห้าเลิกเรียนก็กวดวิชาแล้วก็ติวกลับมาทำการบ้าน นอนตี1 ตื่นตี5วนไปแบบนี้ทั้งสัปดาห์ พอเสาร์อาทิตย์ก็กวดวิชาเช้าบ่าย หมอเคยเจอเคสรร.สาธิตชื่อดังพอลูกสอบเสร็จพ่อก็ให้ไปเรียนกวดวิชาที่ลงเรียนไว้ ลูกก็โมโหว่าทำไมไม่ถามว่าลูกอยากเรียนไหม เขาอาจจะอยากเล่นไวโอลิน อยากไปเที่ยว พ่อบอกว่าก็อยากจะเป็นหมอ ตอนที่มาหาหมอคือแม่ร้องไห้ พ่อความดันขึ้นเพราะว่าหวังดีแต่ทำไมเป็นแบบนี้
หมอก็ถามว่านี้เป็นเป้าของใครพ่อบอกว่าเป็นของลูก แล้วพอเราลงกวดวิชาเต็มที่แล้วแต่ลูกไม่ได้เป็นหมอจะเสียใจไหมพ่อบอกว่าไม่เสียใจเพราะว่าไม่ใช่เป้าของพ่อ เป็นเป้าของลูกและพ่อก็บอกว่าการที่พ่อจะทำให้ลูกคนหนึ่งมันผิดด้วยหรือ ซึ่งพอคุยไปพ่อก็บอกว่าผมไม่ได้อยากให้ลูกเป็นหมอเขาจะทำอาชีพอะไรก็ได้ที่รักและชอบและขอให้เป็นคนดี หมอก็บอกว่าพูดดีมากให้กลับไปบอกลูก ซึ่งหลังจากนั้นความดันในบ้านก็ลดลงมากเพราะที่ผ่านมาทะเลาะกันตลอด
ตอนนี้พ่อแม่ส่วนใหญ่วางเป้าให้ลูกเรียบร้อยเลยแล้วลูกก็มีหน้าที่เดินตามเป้าและบอกตัวเองว่าการที่พ่อแม่ทำให้ลูกมันผิดด้วยเหรอ ไม่ผิดแต่เป็นเป้าของพ่อแม่หรือของลูก แล้วการที่ส่งสัญญาณว่าไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นแบบนี้ ได้บอกตรงๆหรือยัง ซึ่งถ้าทำแบบนี้ได้ก็จะไม่เจอกับการเรียนแบบOverstimulationเร่งรัดบังคับจันทร์ถึงจันทร์ แต่จะได้ใจถึงใจ
เลี้ยงแบบสำลักความรัก (Over Indulgence/Spoiled Child)
มีบ้านไหนที่ลูกทำงานบ้านบ้าง นี่เป็นการร่วมทุกข์ร่วมสุขในบ้านเรามีเด็กเยอะที่ไม่ปัดกวาด ถูบ้านล้างจาน พ่อแม่สปอยทุกอย่างจนทัศนคติของลูกเปลี่ยนว่า งานบ้านไม่ใช่หน้าที่เขาไม่จำเป็นต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขในบ้าน ความรักไม่เกิดบนการร่วมทุกข์ร่วมสุข มีแต่สุขอย่างเดียว เด็กจะกลายเป็นคนที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นเพื่อนมนุษย์
เวลาจะรักใครก็รักแบบฉาบฉวย พ่อแม่ไม่รู้ตัวว่ากำลังพัฒนาลูกไปเป็นแบบนั้นไม่สามารถรักแบบร่วมทุกข์ร่วมสุข ปรนเปรอให้ทุกอย่าง นี่คือการสปอยล์ รักเยอะ ผิดหวังไม่ได้ เจอกับความผิดหวังก็เบรคเลย ไปไกล่เกลี่ยก็ลงเอยด้วยการใช้ความรุนแรง พ่อแม่ต้องรักแบบร่วมทุกข์ร่วมสุขไม่ใช่มีแต่ความสุข ปรนเปรอแต่ความสุขเจอความยากลำบากไม่ได้ ต้องเจอความยากลำบากร่วมกันง่ายๆ คือ ปัดกวาด ถูกบ้าน ซักผ้า ล้างจาน
เลี้ยงขาดพื้นที่ส่วนตัว เด็กเกิดความเครียด (Parenting Enmeshment)
หมอเคยเจอบ้านที่ไม่ดูทีวีจนอายุ 18ปีจะใช้เครื่องมือสื่อสารไม่ได้ เมื่อเข้าบ้านห้ามใช้ใช้ได้อย่างอิสระเมื่ออายุ 18ปีขึ้นไป ลูกมีห้องส่วนตัวแต่ปิดไม่ได้เพราะว่าพ่อสามารถ เข้าไปดูได้ทุกเมื่อสามารถไปดูแชทส่วนตัวได้ มีเคสที่แม่ลูกชายอายุ 14ปี ยังอาบน้ำกับแม่ขาดพื้นที่ส่วนตัวมาก ถ้าบ้านไหนทำอยู่ให้กลับมาตั้งหลักใหม่
ลูกไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของพ่อแม่ที่อยากทำอะไรก็ได้เป็นความเข้าใจผิดการให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรีของลูกจึงมีนัยยะแม้ลูกโตมาถึงชั้นประถมไม่ต้องรอถึงมัธยม การที่พ่อไม่จับที่สงวนของลูกเลย เคารพในพื้นที่ส่วนตัว ลูกจะเกิดการเรียนรู้เลยว่าขนาดคนเป็นพ่อยังเคารพพื้นที่ส่วนตัว แล้วคนอื่นที่เป็นคนนอกจะมารุกล้ำได้อย่างไร ถ้าไม่สอนด้วยวิธีนี้จะสอนด้วยการท่องจำหรือ
การที่พ่อแม่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างซึ่งจะเป็นสิ่งที่ติดตัวลูกเมื่อโตขึ้น อยากให้ลูกเป็นแบบนั้นไหน อยากให้ลูกเป็นคนเคารพพื้นที่ส่วนตัวก็ต้องทำแบบนั้นกับลูกเช่นเดียวกัน ศรัทธาและสัจจะของลูกมีความหมาย วันนี้เราไม่มั่นใจลูกเลยก็ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ซึ่งศรัทธาเกิดขึ้นจากพลังบวก เช่นเดียวกันเด็กที่โตมาในครอบครัวที่เข้มงวด ก็จะขาดความมั่นใจไม่เหลือเลย ขาดภาวะผู้นำไม่มีsense of propority การเคารพพื้นที่ส่วนตัวไม่มีถูกล่อลวงโดยไม่รู้ตัวและเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว
Apple Podcast: https://apple.co/3m15ytB
Spotify: https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube: https://bit.ly/3cxn31u
เด็กจะเติบโตมาเป็นคนอย่างไร ก็อยู่ที่ช่วงเวลานี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่พ่อแม่ต้องเข้าใจพัฒนาการ รู้วิธีรับมือและพลิกเป็นโอกาสที่จะส่งเสริมพัฒนาทักษะลูก เพื่อให้เป็นช่วงเริ่มต้นของชีวิตที่ดีของลูก
ฟังมุมมองการรับมือวัยทองแต่ละช่วงวัยจาก The Exeprt ครูก้า กรองทอง บุญประคอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย และผู้ก่อตั้งโรงเรียนจิตต์เมตต์
Apple Podcast: https://apple.co/3m15ytB
Spotify: https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube: https://bit.ly/3cxn31u
เล่นให้เป็นเล่น ไม่เอามาปนกับเรื่องเรียน
EP ที่สองของ Seriesเข้าใจ “วัยทอง” ลูกอนุบาลกับครูก้า กรองทอง บุญประคอง ว่าด้วย เรื่อง "เล่น" เรื่องใหญ่ของวัยอนุบาล เล่นแบบไหนให้สนุกและได้ประโยชน์
ฟังวิธีการเล่นกับลูก การเลือกของเล่นที่ไม่ต้องแพง ไม่ต้องเยอะแต่คุ้มค่า รอพบกับอีกสอง EP ต่อเนื่องในสัปดาห์ถัดไปกับ EP3 เปลี่ยน “วัยทอง” เจ้าปัญหา เป็น “วัยทอง” แห่งการเรียนรู้แและ EP4 ไม่ใช่แค่ "เรียน" แต่วัยอนุบาลต้อง “เรียนรู้” และสามารถย้อนกลับไปฟัง EP แรก เรื่อง "กล้าพอไหมเปลี่ยนวิถีใหม่ในบ้าน แก้ปัญหาหนักใจวัยอนุบาล" ได้ในช่องทางของรักลูก Podcast เพราะเด็กจะเป็นอย่างไรเริ่มต้นที่วัยนี้ ไม่อยากให้พลาดฟังเพื่อจะได้วิธีการเลี้ยงลูกวัยตั้งต้นของชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามพัฒนาการของวัย
Apple Podcast:https://apple.co/3m15ytB
Spotify:https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube:https://bit.ly/3cxn31u
#รักลูกPodcast
#รักลูกTheExpertTalk
#Moms_Issues
ช่วงวัยทองของเด็ก คือช่วงเวลาทองของชีวิตเด็ก เขาจะเติบโตมาเป็นคนอย่างไร ก็อยู่ที่ช่วงเวลานี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พ่อแม่ต้องรับมือและมองวัยทองในมุมมองใหม่ เพื่อให้เป็นช่วงเริ่มต้นของชีวิตที่ดีของลูก
ฟังมุมมองการรับมือวัยทองแต่ละช่วงวัยจากครูก้าได้ใน EP นี้ รอพบกับอีกหนึ่ง EP สุดท้ายในสัปดาห์ถัดไปกับ ไม่ใช่แค่ "เรียน" แต่วัยอนุบาลต้อง “เรียนรู้” และสามารถย้อนกลับไปฟัง EP ใน Series เข้าใจ “วัยทอง” ลูกอนุบาลกับครูก้า กรองทอง บุญประคอง ได้ในช่องทางของรักลูก Podcast
เพราะเด็กจะเป็นอย่างไรเริ่มต้นที่วัยนี้ ไม่อยากให้พลาดฟังเพื่อจะได้วิธีการเลี้ยงลูกวัยตั้งต้นของชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามพัฒนาการของวัย
Apple Podcast:https://apple.co/3m15ytB
Spotify:https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube:https://bit.ly/3cxn31u
#รักลูกPodcast
#รักลูกTheExpertTalk
#Moms_Issues
พ่อแม่มักจะเหมารวมการเรียน เข้ากับการเรียนรู้ ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาแตกต่างกัน
สำหรับเด็กปฐมวัยช่วงวัยอนุบาล ควรเน้นที่การเรียนรู้ แล้วการเรียนรู้รูปแบบใดที่เหมาะสมฟัง The Expert บอกความหมายและคุณค่าของการเรียนรู้เพื่อให้เป็นรากฐานที่แข็งแรงให้กับเด็กไปตลอดชีวิต
ฟังย้อนหลัง Series เข้าใจ “วัยทอง” ลูกอนุบาลกับครูก้า กรองทอง บุญประคอง เพื่อให้พ่อแม่เลี้ยงลูกช่วงทองน้องอนุบาลได้อย่างเข้าใจ และไม่ทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ได้ ในช่องทางของรักลูก Podcast เพราะเด็กจะเป็นอย่างไรเริ่มต้นที่วัยนี้ ไม่อยากให้พลาดฟังเพื่อจะได้วิธีการเลี้ยงลูกวัยตั้งต้นของชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามพัฒนาการของวัย
Apple Podcast:https://apple.co/3m15ytB
Spotify:https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube:https://bit.ly/3cxn31u
#รักลูกPodcast
#รักลูกTheExpertTalk
#Moms_Issues
ด้วย
Longex , ชีวิตเพศที่มีความอุ่นใจและเต็มไปด้วยความสุขไม่เพียงแค่ความฝัน - มันกลายเป็นความเป็นจริงทุกวัน!
พ่อแม่มักจะเหมารวมการเรียน เข้ากับการเรียนรู้ ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาแตกต่างกัน
สำหรับเด็กปฐมวัยช่วงวัยอนุบาล ควรเน้นที่การเรียนรู้ แล้วการเรียนรู้รูปแบบใดที่เหมาะสม
ฟัง The Expert บอกความหมายและคุณค่าของการเรียนรู้เพื่อให้เป็นรากฐานที่แข็งแรงให้กับเด็กไปตลอดชีวิต ฟังย้อนหลัง Series เข้าใจ “วัยทอง” ลูกอนุบาลกับครูก้า กรองทอง บุญประคอง เพื่อให้พ่อแม่เลี้ยงลูกช่วงทองน้องอนุบาลได้อย่างเข้าใจ และไม่ทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ได้ ในช่องทางของรักลูก Podcast เพราะเด็กจะเป็นอย่างไรเริ่มต้นที่วัยนี้ ไม่อยากให้พลาดฟังเพื่อจะได้วิธีการเลี้ยงลูกวัยตั้งต้นของชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามพัฒนาการของวัย
Apple Podcast:https://apple.co/3m15ytB
Spotify:https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube:https://bit.ly/3cxn31u
#รักลูกPodcast
#รักลูกTheExpertTalk
#Moms_Issues
เด็กปฐมวัยทั่วประเทศมีพัฒนาการล่าช้า 25% หลังสถานการณ์โควิดยิ่งทำให้พัฒนาการของเด็กล่าช้า และถดถอยไปมากกว่าเดิม
ความรักความหวังดีจากพ่อแม่ และครูที่ไม่เข้าใจพัฒนาการและปัญหาที่แท้จริง ยิ่งซ้ำเติมปัญหาพัฒนาการของเด็กให้มากยิ่งขึ้น แล้วเราจะทำกันอย่างไร เพื่อฟื้นฟูวิกฤตซ้อนวิกฤตนี้
ชวนคุยกับ The Expert ครูหวาน ธิดา พิทักษ์สินสุข นายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย
รู้วิกฤต รู้ปัญหาและเห็นทางออกเพื่อฟื้นฟูพัฒนาการให้เด็ก
Apple Podcast: https://apple.co/3m15ytB
Spotify: https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube: https://bit.ly/3cxn31u
#รักลูกPodcast
#รักลูกTheExpertTalk
#Moms_Issues
ผลลัพธ์ของการเลี้ยงทั้ง 3แบบเด็กจะเป็นอย่างไร หากกำลังเลี้ยงลูกแบบ 3 วิธีการนี้ ลูกจะเติบโตมาเป็นคนอย่างไร และต้องปรับแนวทางการเลี้ยงลูกอย่างไร ฟัง The Expert รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม
เราเลี้ยงลูกบนความไม่เข้าใจบางเรื่องเป็นความปรารถนาดีอยากให้ลูกมีความสุข ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องแต่ความปรารถนาบางครั้งต้องให้ลูกเจอความผิดหวัง เช่น ลูกผิดหวังไม่ได้เลยก็ต้องสอนให้ลูกผิดหวังบางครั้งพ่อแม่เจ็บปวดที่ลูกร้องไห้เพราะไม่ได้ดั่งหวังซึ่งไม่ผิด แต่เราปรับจูนความเข้าใจกันว่าจะมีจังหวะไหนที่ผ่อน จังหวะไหนที่ตึงบางเรื่องแล้วทำให้พ่อแม่รู้เท่าทันว่าบางเรื่องเราต้องถอยบางเรื่องรักษาระยะห่างเป็นการเรียนรู้ร่วมกันแต่จะผิดคือบกพร่องหน้าที่พ่อแม่
เลี้ยงปกป้องเกินไป เด็กขาดความมั่นใจ (Over Protection)
เป็นหน้าที่พ่อแม่ที่ต้องปกป้องลูกแต่ถ้ามากเกินไปมีปัญหาคือไม่ปกป้องเลย เช่น ตอนเป็นเด็กลูกร้องไห้ ปัสสาวะ อุจจาระราดที่บอกว่าเด็กร้องไห้ไม่ต้องสนใจ จริงๆแล้วเด็กอายุน้อยกว่า 6เดือนไม่มีมารยาไม่มีอารมณ์ไม่มีเงื่อนไขแต่รู้สึกไม่สบายตัวจึงร้องไห้ออกมา พ่อแม่ต้องรีบไปดูทันทีเพื่อปกป้องแต่พ่อแม่ไม่ทำนี่คือบกพร่องต่อหน้าที่ หิวก็ปล่อยลูกร้องอายุน้อยกว่า 6เดือน ซึ่งถ้าน้อยกว่า6เดือนไม่มีเงื่อนไขนอกจากหิวไม่สบายตัวจริงๆ
หรือที่ชัดกว่านี้คือเมื่อเด็กมีอารมณ์แต่พ่อแม่น็อตหลุดแทนที่จะเป็นการปกป้องกลายเป็นทารุณกรรมนี่เป็นปัญหา ซึ่งมีหลากหลาย Under Protection แย่ บกพร่อง มีปัญหา และ Over Protectionก็มีปัญหา เช่น เด็กที่ไปเที่ยวแล้วก็ถามว่า “รู้ไหมชั้นลูกใคร” แล้วพ่อแม่ตามไปปกป้อง แม้กระทั่งลูกทำผิดกฎหมายก็ยังเข้าข้าง ปกป้องคุ้มครองจนไม่รู้รับผิดชอบชั่วดี
หรือกรณีที่ด็กอนุบาลแกล้งกันเด็กจบแล้วแต่พ่อแม่ไม่จบบิวท์อารมณ์กันผ่านSocial mediaใช้อารมณ์ของลูกเป็นตัวตั้งจนยกพวกตีกันในรร.อนุบาล แต่ลูกกำลังเห็นโมเดลว่าพ่อแม่กำลังทำอะไร คือยิ่งมีลูกน้อยลงพ่อแม่จะรักแบบเทหมดใจ ซึ่งดีแต่มันเยอะเกินไปผลคือเด็กไม่รู้ผิดชอบชั่วดี
เลี้ยงอ้วน เด็กเอาแต่ใจ (Overfeeding)
คำว่าอ้วนเอาแต่ใจมาจากระดับโภชนาการและเรื่องการซื้อของ มีอันจะกิน มีข้าวกิน มีอาหาร มีของครบตามความจำเป็นหมวดนี้คือการบริโภคนิยมและทุนนิยมอ้วนเอาแต่ใจ เป็นประเภทที่เยอะ แต่ถ้าบกพร่องคือข้าวไม่มีกินคือเกิดปัญหาเราเห็นเด็กที่มีปัญหาภาวะขาดอาหารทุพภาวะโภชนาการ ส่วนอีกกลุ่มตรงกันข้ามคือ มีอันจะกิน กินทิ้งกินขว้าง กินไม่เลือก กินได้ตลอดเวลา จึงขึ้นว่าอ้วนเอาแต่ใจ
มีเคสหนึ่งที่พ่อจบป.เอกถามหมอว่าสอนให้ลูกหัดผิดหวังให้เป็น แล้วถ้าลูกผมดูดขวดนมอย่างสร้างสรรค์แล้วจู่ๆ จะให้ยกเลิกการดูดขวดนมอย่างสร้างสรรค์ก็เท่ากับว่าผมไปบล็อกความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งลูกอายุ 8ขวบแล้วหมอตกใจมากที่ยังดูดนมอยู่คือไม่ต้องคิดว่าอ้วน ฟันผุ ฟันเหยินหรือไม่ หมอจึงบอกพ่อคนนั้นว่าเป็นหน้าที่ของพ่อไหมต้องสอนให้ลูกหัดผิดหวังให้เป็น หรือพอจะตอบหมอได้ไหมว่าจะอยู่จนชั่วชีวิตลูกจะหาไม่ไหม
Overfeed คือการให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นการผิดหลักEQทั้งหมดจะเห็นว่าเด็กเอาแต่ใจ ยับยั้งอารมณ์ไม่ได้ ไม่ซื้อของลงไปดิ้นกลางห้าง โตมาหน่อยก็กรี๊ดสนั่นหรือพ่อแม่ที่ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมไม่อั้นลูกก็ซึมซับ ปากเราพูดอย่างแต่เราทำอีกแบบ ลูกเห็นว่าพ่อแม่ก็ไม่ยั้งตัวเองจับจ่ายอย่างสนุกซื้ออาหารเต็มที่เพราะว่ารวย กินทิ้งกินขว้างไม่มี dog bag คือเหลือเอาเก็บมากิน ลักษณะนี้เรียกว่า อ้วนเอาแต่ใจ มีปัญหาEQ โตมาเป็นคนที่บริโภคนิยมทุนนิยมใช้เงินซื้อทั้งหมดเราคงไม่อยากฝึกลูกให้เป็นแบบนี้ การยั้งตัวเองแล้วทำให้ดูมีประสิทธิภาพ กว่าใช้ปากพูดแล้วสอนให้ลูกเป็นแต่วิธีการทำเป็นอีกแบบมันทำไม่ได้พ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบ
เลี้ยงอวดรวย (Multiple homes)
หลักการคือการไม่มีบ้านก็เป็นเด็กเร่ร่อนคือบกพร่องไม่มีบ้านอยู่ ส่วนมีหลายบ้านคือมีทั้งบ้านและคอนโด จันทร์ถึงศุกร์อยู่คอนโดเสาร์อาทิตย์อยู่บ้าน ผลคือลูกไม่รู้จักข้างบ้าน ไม่มีการร่วมทุกข์ร่วมสุข ซึ่งเมื่อก่อนเราเติบโตมาเป็นชุมชนมีรากเหง้าเราจะเรียนรู้ซึมซับร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับชุมชนจะรักและเรียนรู้รากเหง้าของเราเองว่าเราเป็นคนจังหวัดนี้ พอย้อนกลับไปก็ภูมิใจว่าบ้านเราเมื่อก่อนเจริญแต่เด็กยุคนี้ไม่มี
การอยู่หลายที่ทำให้ความรักในรากเหง้าการเรียนรู้อยู่ในชุมชนจะอ่อนแอไปด้วย ผลลัพธ์คือโตเป็นคนจับจด เปลี่ยนที่ได้ง่ายเวลาเข้ามาทำงานก็ทำงานตามค่าตอบแทนที่สูงกว่า ความมั่นคงในจิตใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขในองค์กรไม่มี อาจจะบอกว่านี่เป็นเทรนด์ใหม่ของโลกก็เพราะสถานการณ์บีบบังคับจึงทำให้ได้เทนรด์ใหม่ของโลกในลักษณะนี้ แต่เราจำเป็นต้องเติมไม่งั้นจะเป็นประเด็นเกิดขึ้นได้แน่นอน
สร้างวิถีใหม่ปรับเปลี่ยนแนวทางการเลี้ยงลูก
1.เรียนรู้ว่าความรักกับความถูกต้องคนละเรื่องกัน รักลูกก็จริงแต่ผิดลูกก็ต้องเรียนรู้ไม่ปกป้องแม้จะผิด
2.ต้องระมัดระวัง มีบันยะบันยัง วิธีการคือเราเองต้องเป็นต้นแบบที่ดี ทั้งการเลือกกิน เลือกซื้อของ คือหลักพอเพียง หัดเบรคตัวเองมีแล้วหรือยังลูกก็จะเรียนรู้ว่าพ่อแม่ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย
3.ต้องเปิดใจให้ลูกเรียนรู้ อยู่ร่วมกับการมีหลายบ้านให้รักรากเหง้าทำให้ลูกเป็นผู้ให้ในหมู่บ้าน ชุมชนในคอนโด ก็จะทำให้เกิดการรักรากเหง้าร่วมทุกข์ร่วมสุขในชุมชนได้
Apple Podcast: https://apple.co/3m15ytB
Spotify: https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube: https://bit.ly/3cxn31u
เปิดศึกกลางบ้าน ไม่มีทีท่าว่าจะสงบและยังเกิดขึ้นถี่ๆ บ้านไหนเป็นแบบนี้ ชวนฟังวิธีแก้ 3 ปัญหาน่าหนักใจ เพื่อไม่ให้กระทบพัฒนาการระยะยาว ได้แก่ ติดจอ, ก้าวร้าวเอาใจ, นิ่ง เนือย เฉื่อยชา ฟังดูเป็นเรื่องยากแต่แก้ไขได้
ฟังแนวทางจากครูก้า กรองทอง บุญประคอง ผู้ก่อตั้งโรงเรียนจิตต์เมตต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย
จะทำให้พ่อแม่มองเห็นปัญหา เข้าใจพัฒนาเจ้าตัวเล็ก และเห็นแนวทางแก้ที่ไม่ยากเกินไป
Apple Podcast: https://apple.co/3m15ytB
Spotify: https://spoti.fi/3cvAVcX
Youtube: https://bit.ly/3cxn31u