facebook  youtube  line

สูตรปังพิซซ่าหน้ากุ้ง ของว่างแสนอร่อยสำหรับลูกน้อย


3285 

สูตรปังพิซซ่าหน้ากุ้ง ของว่างแสนอร่อยสำหรับลูกน้อย 

ของว่างของเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นขนมหวานหรือผลไม้ตลอดก็ได้นะคะ แต่อาจจะปรับสูตรตามวัตถุดิบที่มีเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการกินให้ลูก และให้ลูกวัยกำลังซนกินอาหารที่ให้พลังงาน เพื่อให้เขามีแรงในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เสริมการเรียนรู้ของเขาอย่างพิซซ่าหน้ากุ้ง ฝีมือคุณแม่ก็ได้ค่ะ

ส่วนผสม 

ขนมปังตัดขอบ 2 แผ่น

ชีส 2 แผ่น (มอสซาเรลล่าหรือเชดด้าชีสก็ได้)

กุ้งต้มสุก 5-6 ตัว 

สับปะรดหั่นชิ้นบางๆ 5-6 ชิ้น 

วิธีทำ

เรียงสับปะรดบนขนมปัง ตามด้วยกุ้งและชีสแผ่น จากนั้นเอาไปอบในเตาไมโครเวฟ ความร้อน 600-800 วัตต์ ประมาณ 1 นาที จะได้ขนมปังพิซซ่าหน้ากุ้งแสนอร่อยเสิร์ฟเป็นของว่างให้เจ้าตัวเล็กแล้วค่ะ 

เต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง

3579

เต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง เมนูเต้าหู้ไข่แสนอร่อย ครบเครื่อง

เต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง เมนูเต้าหู้ไข่สร้างสรรค์ที่มีทั้งผักและเนื้อสัตว์ที่ลูกชอบ อยากมีส่วนผสมที่หลากหลาย แต่วิธีทำไม่ยาก อร่อย ได้คุณค่า แถมน่ารับประทานอีกด้วยค่ะ

 

ส่วนผสมเต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง

เต้าหู้ไข่ 1 หลอด 

เห็ดเข็มทอง ตามชอบ 

ข้าวโพดอ่อน 4-5 ฝัก 

แครอตหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ

หมูสับ 100 กรัม (หรือตามชอบ)

แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย 

กระเทียมสับละเอียด 2-3 กลีบ

น้ำตาลทรายเล็กน้อย

ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมผักชีซอย  พริกไทย เล็กน้อย

น้ำเปล่า 1 ถ้วย

 
 
วิธีทำเต้าหู้ไข่ทรงเครื่อง

1 เตรียมส่วนผสมให้พร้อม 

2-3 นำเต้าหูชุบแป้งข้าวโพดลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันแล้วพักไว้ 

4-6 เจียวกระเทียมจนหอม นำหมูสับลงไปผัด ใส่ข้าวโพดอ่อนและแครอตลงไป 

7-9 รอทุกอย่างสุกใส่เห็ดเข็มทองลงไป ตามด้วยซอสปรุงรส น้ำตาล และแป้งข้าวโพดละลายน้ำ เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย คลุกเคล้าจนข้น ตักใส่จานกินกับข้าวสวยร้อนๆ

 


 

เมนูข้าวผัดกุ้งสำหรับเด็ก


 

เมนูข้าวผัดกุ้งสำหรับเด็ก ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด 

ข้าวผัดกุ้งเป็นอีกหนึ่งเมนูข้าวผัดแสนอร่อยที่ใครหลายคนก็ชื่นชอบ ไม่เว้นแม่แต่เด็กๆ ซึ่งวิธีทำก็ไม่ยุ่งยากค่ะ แถมใช้เวลาไม่นานก็อิ่มอร่อยได้ทั้งครอบครัว 

ส่วนผสมข้าวผัดกุ้งสำหรับเด็ก 

ข้าวสวย 1 ถ้วย 

ผักคะน้า 1-2 ก้านใบ

กุ้งขาว 2-3 ตัว

ไข่ไก่ 1 ฟอง

ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา

น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ 

เครื่องเคียง 

มะเขือเทศหั่นแว่น 2 ชิ้น 

แตงกวา ครึ่งลูก 

ต้นหอม 1 ต้น 

วิธีทำ 
  1. ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไป รอน้ำมันร้อน จาากนั่้นตอกไข่ลงไปตามด้วยผักคะน้าและกุ้งที่แกะเปลือกเอาเส้นดำออกแล้ว 

  2. ผัดไข่กับผักและกุ้งจนใกล้สุก ใส่ข้าวสวยลงไปผัด เติมซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้ทั่ว เสร็จแล้วตักใส่จาน ตกแต่งให้สวยงานยกไปเสิร์ฟเจ้าตัวเล็กได้เลยค่ะ

 

แซนด์วิชสลัดแซลมอน

แซนด์วิชสลัดแซลมอน-สลัดแซลมอน-แซลมอน-แซนด์วิช-เมนูแซนด์วิช-เมนูขนมปัง-เมนูรักลูก-เมนูเด็กวัย 3-6 ปี-เมนูเด็ก-เมนูปลา  

แซนด์วิชสลัดแซลมอน

แซลมอนเป็นปลาที่อุดมไปด้วย DHA โอเมก้า 3 กรดอะมิโน โปรตีน วิตามิน A B และวิตามิน D รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและร่างกายของลูกให้เติบโตแข็งแรง  

แซนด์วิชสลัดแซลมอนเป็นอีกเมนูที่รักลูกอยากแนะนำ ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนทำได้ง่ายๆ แม้ในเวลาเร่งรีบ แถมอิ่มอร่อยอยู่ท้องด้วยค่ะ 

 

ส่วนผสมแซนด์วิชสลัดแซลมอน

แซลมอน 1 ชิ้น ประมาณ 150 กรัม 

ไข่กุ้ง 2 ช้อนโต๊ะ 

ผักสลัด 2-3 ใบ 

ขนมปัง 3 แผ่น 

มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ 

มะเขือเทศเชอรี่ 3-4 ลูก หั่นชิ้นเล็กๆ 

 

วิธีทำแซนด์วิชสลัดแซลมอน


แซนด์วิชสลัดแซลมอน-สลัดแซลมอน-แซลมอน-แซนด์วิช-เมนูแซนด์วิช-เมนูขนมปัง-เมนูรักลูก-เมนูเด็กวัย 3-6 ปี-เมนูเด็ก-เมนูปลา

 

1 เตรียมส่วนผสมให้พร้อม

2 ย่าง (หรือทอด) แซลมอนให้สุก แล้วนำมายีให้ละเอียด 

3 คลุกแซลมอน มายองเนส ไข่กุ้ง และมะเขือเทศให้เข้ากัน 

4-9 วางผักสลัดสลับด้วยสลัดแซลมอนและประกบด้วยขนมปังอีก 1 ชั้น เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

แม่ไม่เคยรู้มาก่อน “ลูกกำลังโต ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งควรดื่มนมชง”

4979 1

ลูกวัยกำลังโตจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการทำงานของร่างกายและสมองให้พร้อมเรียนรู้ แต่คุณแม่ทราบไหมคะว่า ทำไมลูกอนุบาลและลูกวัยเรียนยังต้องดื่มนมชง? ด้วยเหตุผลที่รับรองเลยว่า ถ้าแม่รู้แล้วจะอยากให้ลูกได้ดื่มนมชงต่อเนื่องไปจนโตแน่นอนค่ะ

ในแต่ละวันที่ลูกไปโรงเรียน คุณแม่มั่นใจไหมคะว่าลูกจะกินอาหารที่หลากหลาย กินข้าวหมดจานในทุกมื้อ ยิ่งวัยกำลังโตที่เลือกกินมากขึ้น สนใจทำกิจกรรมและการเล่นมากกว่าการกิน อาจทำให้ลูกได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและสมอง สุดท้ายแล้วคุณแม่อาจเกิดความไม่มั่นใจได้ว่า ในแต่ละวัน ลูกจะได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการมั้ย

เชื่อเลยว่าคุณแม่หลายคนเลือกให้ลูกดื่มนมเพื่อเสริมโภชนาการ และนม UHT ก็เป็นทางเลือกหนึ่งเพราะความสะดวกรวดเร็วสามารถพกพาไปสถานที่ต่างๆ ได้ง่าย แต่นมยูเอชทีอาจมีข้อจำกัดจากการผลิต ทำให้เติมสารอาหารต่างๆ ทั้งชนิดและปริมาณได้น้อยกว่านมผง คุณแม่มาเช็กกันดีกว่าว่านมที่ลูกดื่มมีสารอาหารต่างๆ เหล่านี้แล้วหรือยัง

ตัวอย่างสารอาหารและแร่ธาตุที่ลูกวัยเรียน 3-8 ปี ควรได้รับในทุกวัน*

4979 4
 

4979 2

นมผงมีทั้งสารอาหารและแร่ธาตุหลากหลาย มีให้เลือกอร่อย หลากหลายรสชาติ การให้ลูกได้ดื่มอุ่น เป็นการช่วยระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกาย สามารถเลือกนมผงที่ราคาย่อมเยา แต่ยังให้สารอาหารที่หลากหลายใน 1 แก้ว ราคาคุ้มค่าสบายกระเป๋ากว่า  

วิตามินและแร่ธาตุบางชนิด คุณแม่อาจจะแทบไม่เคยได้ยินและไม่รู้ว่าลูกต้องการ แถมยังเป็นสารอาหารที่ลูกได้รับไม่เพียงพอจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม นมผงสำหรับเด็กโตจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการเสริมโภชนาการให้กับลูก เพราะมีการเติมสารอาหารรวมถึงวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย จึงเป็นนมที่เหมาะสำหรับลูกวัยเรียนรู้ของเรา ซึ่งนอกจากสารอาหารที่หลากหลายแล้ว นมผงสำหรับเด็กโตยังมีความว้าวที่คุณแม่ต้องเปลี่ยนใจมาลองอีกหลายเหตุผล

ทำไมนมผงถึงดีกับลูกวัยกำลังโต

นั่นเป็นเพราะร่างกายลูกกำลังต้องการสารอาหารที่หลากหลาย เพื่อไปช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายทุกส่วน ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ รวมไปถึงสารอาหารที่จะไปช่วยในการทำงานของสมองและระบบประสาท หากลูกได้รับสารอาหารและแร่ธาตุที่หลากหลาย ตรงตามความต้องการของร่างกายในทุกวัน ก็เท่ากับเป็นการสร้างความพร้อมให้เขาออกไปเล่นและเรียนรู้ได้อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเท่ากับว่าคุณแม่มืออาชีพอย่างเราเข้าใจพัฒนาการและส่งเสริมลูกได้อย่างถูกต้องค่ะ

เทคนิคดื่มนมผงชนิดชงสำหรับลูกวัยเรียนวันละ 2 แก้วแบบไม่ยุ่งยาก

4979 3

1. ชงดื่ม 1 แก้วก่อนไปโรงเรียน หรือ ชงใส่แก้วปิดฝาไว้ดื่มในรถหากเร่งรีบ

2. ชงดื่ม 1 แก้วหลังเลิกเรียนกลับบ้าน หรือ ก่อนเข้านอน

ครั้งต่อไปที่กำลังจะเลือกซื้อนมให้ลูก ลองเช็กสารอาหารและแร่ธาตุให้ดีก่อนค่ะ ว่าหลากหลายเหมาะกับความต้องการของลูกแล้วหรือยัง เพราะถ้าเทียบกับความคุ้มค่าในระยะยาวที่ลูกมีพัฒนาการดีสมวัย ฉลาดเรียนรู้ การเลือกนมผงสำหรับลูกวัยกำลังโตก็จะเหมาะกับคุณแม่ช่างเลือกและใส่ใจลูกอย่างเราค่ะ

*สำนักโภชนาการ กรมอนามัย

(พื้นที่เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์)

 

แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จุลินทรีย์มีประโยชน์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ

แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จุลินทรีย์มีประโยชน์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ-จุลินทรีย์มีประโยชน์-จุลินทรีย์มีประโยชน์ คืออะไร-ประโยชน์ของจุลินทรีย์-จุลินทรีย์โพรไบโอติก-การเสริมโพรไบโอติกให้ลูก-แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938

แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จุลินทรีย์มีประโยชน์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ

 

ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้ตอนนี้ลูก ๆ คงพลาดโอกาส ไม่สามารถออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายได้ อาหารการกินที่มักพบว่ามีการปนเปื้อนสารเคมีต่าง ๆ การที่เด็ก ๆ รับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ เหล่านี้ทำให้ส่งผลให้การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นไม่เต็มที่

 
ยิ่งลูกเกิดเจ็บป่วยทีก็ลำบากน่าดูเลยค่ะ เพราะถ้าลูก ๆ ต้องเข้าโรงพยาบาลเราก็คงต้องกังวลมาก ๆ ดังนั้นคุณพ่อ คุณแม่ควรเร่งเสริมภูมิคุ้มกันเพื่อลดโอกาสที่ลูก ๆ จะป่วยและต้องไปโรงพยาบาล และทางเลือกหนึ่งที่ดีคือการเสริมโพรไบโอติกให้ลูก เพื่อจะได้สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ปกป้องลูกจากการเจ็บป่วย ซึ่งเด็กแต่ละวัยควรได้รับโพรไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสมด้วยค่ะ

 

โพรไบโอติก คืออะไร

โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์มีชีวิต หรือบางครั้งเราก็เรียกว่าจุลินทรีย์มีประโยชน์ เมื่อเราได้รับในปริมาณที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสุขภาพ หรือเป็นประโยชน์ในการการแพทย์1 แต่โพรไบโอติกก็มีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือนกัน โดยเฉพาะฤทธิ์ในการเสริมภูมิคุ้มกันนั้น มีเฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้นที่ทำได้2

อย่างเช่นโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938 (Lactobacillus reuteri DSM 17938) เป็นโพรไบโอติกสายพันธุ์หนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกายของเด็ก ๆ อีกทั้งยังมีมีงานวิจัยทางการแพทย์ออกมามากมายยืนยันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของจุลินทรีย์สายพันธุ์นี้3 เช่น มีคุณสมบัติในด้านการป้องกันการติดเชื้อ4

 แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จุลินทรีย์มีประโยชน์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ-จุลินทรีย์มีประโยชน์-จุลินทรีย์มีประโยชน์ คืออะไร-ประโยชน์ของจุลินทรีย์-จุลินทรีย์โพรไบโอติก-การเสริมโพรไบโอติกให้ลูก-แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938

แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938 เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อในเด็ก

ต้องบอกก่อนว่าโพรไบโอติกแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี นี้เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่มีต้นกำเนิดมากจากน้ำนมแม่ ค้นพบโดย เจอร์ฮาร์ด รูเทอร์ นักจุลชีววิทยาชาวเยอรมัน โดยสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี ดีเอสเอ็ม 17938 เป็นสายพันธุ์ที่มีการศึกษาทางการแพทย์จำนวนมากว่ามีประสิทธิภาพสูง และปลอดภัยสำหรับเด็ก3

หนึ่งในการศึกษาจาก Pedro Gutierrez-Castrellon และคณะ (ตีพิมพ์ในวารสาร Pediatrics 2014) แสดงผลว่า การรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรีDSM 17938 จะช่วยลดการเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ลดการเกิดท้องเสีย (จากการติดเชื้อ) ลดจำนวนวันที่ขาดเรียนเพราะลาป่วย และลดความจำเป็นที่จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะ เมื่อเทียบกับเด็กที่รับประทานยาหลอก จากการศึกษายังพบอีกว่าการการรับประทานแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938 เป็นเวลา 3 เดือนไม่พบผลข้างเคียงที่แตกต่างจากการรับประทานยาหลอก4

โดยโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จะช่วยกระตุ้นการสร้าง CD4-T helper cell ในเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ ซึ่งจะช่วยประสานกับระบบภูมิคุ้มกันอื่นในการต่อสู้ ยับยั้งเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและป้องกันโรคติดเชื้อได้5

ที่สำคัญยังมีคำแนะนำจากสมาคมแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารนานาชาติ (WGO- World Gastroenterology Organisation) แนะนำให้เสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938 เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับเด็ก โดยเฉพาะที่ต้องเข้าโรงเรียนหรือต้องไปสถานรับเลี้ยง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ1

แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จุลินทรีย์มีประโยชน์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ-จุลินทรีย์มีประโยชน์-จุลินทรีย์มีประโยชน์ คืออะไร-ประโยชน์ของจุลินทรีย์-จุลินทรีย์โพรไบโอติก-การเสริมโพรไบโอติกให้ลูก-แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938

ช่วงนี้เด็ก ๆ อยู่บ้านเรียนออนไลน์ แม้ไม่ได้ไปโรงเรียนก็ยังวางใจไม่ได้ ยิ่งถ้าไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นออกกำลังกายเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรือกินอาหารที่ไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้มีปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำและทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย

การเสริมโพรไบโอติกให้ลูกถือเป็นตัวช่วยหนึ่งที่สามารถเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของเด็กได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องเลือกโพรไบโอติกสายพันธุ์ที่เหมาะสม และมีการศึกษาและคำแนะนำทางการแพทย์รองรับด้วยค่ะ

เอกสารอ้างอิง

  1. World Gastroenterology Organisation. World gastroenterology organisation global guidelines: probiotics and prebiotics. February 2017: 1-35.
  2. Sanders ME, Merenstein D, Merrifield CA, Hutkins R. Probiotics for human use. Nutrition Bulletin. 2018; 43: 212–225.
  3. Srinivasan R, Kesavelu D, Veligandla KC, Muni SK, Mehta SC. Lactobacillus reuteri DSM 17938: Review of Evidence in Functional Gastrointestinal Disorders. Pediatr Ther. 2018; 8(3): 1-8.
  4. Gutierrez-Castrellon P, Lopez-Velazquez G, Diaz-Garcia L, et al. Diarrhea in preschool children and Lactobacillus reuteri: a randomized controlled trial. Pediatrics. 2014;133(4):e904-e909.
  5. Valeur N, Engel P, Carbajal N, Connolly E, Ladefoged K. Colonization and immunomodulation by Lactobacillus reuteri ATCC 55730 in the human gastrointestinal tract. Appl Environ Microbiol. 2004;70(2):1176-1181.

THL2203319-2

 5387 4

พื้นที่โฆษณาและประชาสัมพันธ์

โรคขาดธรรมชาติ โรคใหม่จากการใช้ชีวิตแบบ New Normal

พัฒนาการเด็ก 3-6 ปี-โรคเด็ก-โรคขาดธรรมชาติ-ชีวิตวิถีใหม่-วิถีชีวิตแบบ new normal-Children & Nature-deficit Disorder-วิกฤติโควิด-19-Covid-19-โควิด-19-ปัญหาหมอกควัน-PM2.5-ฝุ่น PM 2.5-การเลี้ยงเด็ก-การดูแลเด็ก-การพัฒนาเด็ก

โรคขาดธรรมชาติ โรคใหม่จากการใช้ชีวิตแบบ New Normal

วิกฤติโควิด-19 และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลง หลายคนปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ นอกจากการรักษาระยะห่างทางสังคมแล้ว บางคนยังงดเว้นการทำกิจกรรมนอกบ้าน ซึ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก จนกลายเป็น "โรคขาดธรรมชาติ" ที่กำลังเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคม และก็เป็นประเด็นเร่งด่วนของสังคมในยุคปัจจุบัน

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า “โรคขาดธรรมชาติ Children & Nature-deficit Disorder” เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากและในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเด็กๆ จะมีภาวะของการขาดธรรมชาติในหลายๆ มิติด้วยกัน ทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดมลพิษต่าง ๆ มากมาย

ไม่ว่าจะเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย ซึ่งทำให้เด็กขาด "พื้นที่เล่นตามธรรมชาติ" นอกเหนือไปจากปัญหาดิน น้ำ อากาศเป็นพิษ ปัญหาหมอกควัน PM2.5 หรือวิธีการทำงานที่พ่อแม่ต้องทำงานอย่างหนัก ทำให้เด็กขาดเวลาการเล่น และเวลาการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่

เมื่อพ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลลูก เด็กก็จะอยู่กับโลกเสมือนจริง เด็กหลายคนแทนที่จะอยู่กับธรรมชาติในโลกแห่งความเป็นจริงก็ถูกกระตุ้น ถูกผลักดันให้กลับไปอยู่ในโลกเสมือนจริงต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันในการเล่นเกมหรือเล่นกับเพื่อนในโลกเสมือนจริงซึ่งส่งผลให้เด็กเกิดภาวะของการขาดธรรมชาติ

ผลจากเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมเอาแต่นั่งนอน ขลุกอยู่แต่ในห้อง เพื่อเล่นเกม และโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเพียงโลกเสมือนจริง ที่แยกเด็กออกจากธรรมชาติ หรือ โลกแห่งความจริง

ผลเสียจากโรคขาดธรรมชาติของเด็กๆ ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ความสมบูรณ์ของร่างกายของเด็ก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความสามารถของการใช้สมรรถภาพร่างกายและการเรียนรู้ก็ลดต่ำลง เห็นได้ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

ซึ่งโรคติดเชื้ออุบัติใหม่อาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังครอบคลุมถึงโรคที่อาจเกิดขึ้นใหม่ต่างๆ ในอนาคต ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเด็ก และเด็กจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือตั้งแต่ในวันนี้

และผลจากวิกฤติโรคติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เด็กและผู้ใหญ่ต้องถูกจำกัดพื้นที่เพื่อการเฝ้าระวัง โดยต้องอยู่แต่ในบ้าน และทำให้เด็กต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน ทำให้ขาดพื้นที่เล่นตามธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นต้นตอที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายโรคในระยะยาว หรือตลอดชีวิตของครอบครัว เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียดในครอบครัวที่สูงขึ้น จนเกิดภาวะ "ความเครียดเป็นพิษ" (Toxic Stress) ซึ่งส่งผลอย่างยิ่งต่อร่างกายและจิตใจ

วิธีป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคขาดธรรมชาติ คือการจัดการเพื่อหาจุดสมดุลของชีวิตที่ทำให้เด็กสามารถเติบโตได้ตามธรรมชาติ โดยการยึดเอาเด็กและครอบครัวเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ตลอดจนปรับรูปแบบการศึกษาให้เป็นไปในแนวทางที่สามารถดึงธรรมชาติในตัวเด็กออกมาให้พร้อมต่อการเรียนรู้ และปรับตัวให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง

 

โหลดเลยแม่ 40 เมนูสร้างสรรค์ ที่นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

5122

โหลดเลยแม่ 40 เมนูสร้างสรรค์ ที่นักโภชนาการแนะนำ

หากคุณแม่กำลังประสบปัญหาลูกกินยาก ลูกไม่กินผัก กินอาหารซ้ำๆ กินแต่ขนมหรือน้ำหวาน ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะ Nestlé for Healthier Kids มีทางออกให้เสมอ

 

Nestlé for Healthier Kids เป็นโครงการหนึ่งที่มีจุดมุ่งหมายในการปรับพฤติกรรมการกินของเด็กๆ ให้มีนิสัยการกินที่ดี อันได้แก่ กินอาหารที่หลากหลายเพิ่มผักผลไม้ในมื้อนั้นๆ ด้วย กินในสัดส่วนที่เหมาะสม กินพร้อมหน้า ขยันขยับออกกำลังกาย และเลือกดื่มน้ำเปล่า

 

ล่าสุด Nestlé for Healthier Kids ได้รวบรวมเมนูอาหารฝีมือคุณพ่อคุณแม่คุณลูก ในกิจกรรม #เมนูหนูช่วยทำ 40 เมนูทั้งอาหารคาวอาหารหวานที่น้องๆ หนูๆ ช่วยกันสร้างสรรค์กับคุณพ่อคุณแม่ที่ผู้เชี่ยวชาญคัดมาแล้วว่าดีต่อเด็กไทยจริงๆ 

 

ดาวน์โหลด 40 เมนูหนูช่วยทำ โดย Nestlé for Healthier Kids

5122 1

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Nestlé for Healthier Kids ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/N4HKThailand

  • 1
  • 2