
คนท้องเป็นร้อนในจากหลายสาเหตุ เช่น ฮอร์โมน กินอาหารทอดหรือรสจัดเกินไป ซึ่งแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นร้อนในไม่ส่งกระทบต่อทารกในครรภ์ แค่ทำให้แม่รู้สึกเจ็บปาก กินไม่อร่อยเท่านั้น
โดยเฉพาะฮอร์โมนของความเป็นหญิงที่มักส่งผลต่อการทำงานของ ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ยิ่งเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 จะมีฮอร์โมนจากรกเพิ่มสูงขึ้นอย่างอัตโนมัติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่าง ๆ นี้ ทำให้เกิดปัญหาแผลในช่องปาก มีผดผื่น ผิวหนังผิดปกติ ผมร่วง และคันตามตัว เป็นต้น
โดยเฉพาะอาหารบางอย่างที่กระตุ้นฮอร์โมนให้ทำงานไวมากขึ้นหรือแย่ลง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของแม่อ่อนแอลง แม่ท้องส่วนใหญ่จึงมีความไวต่อปฏิกิริยาทุก ๆ อย่างเยอะขึ้น เช่น อาหารทอด โดยเฉพาะอาหารที่มันจัด ๆ รสเผ็ดมาก ๆ หรือผักผลไม้บางอย่าง เช่น ขนุน ทุเรียน หรือของร้อน ๆ ก็จะกระตุ้นให้คุณแม่มีอาการร้อนในได้ไวขึ้น
หลังเข้าไตรมาสที่ 2 ไปแล้ว เหงือกแม่มักจะบวมมาก เป็นสาเหตุให้แปรงฟันลำบาก และแปรงได้ไม่ค่อยสะอาดนัก โดยเฉพาะบริเวณโคนฟันซึ่งเป็นตำแหน่งที่มักจะมีแบคทีเรียติดเชื้ออยู่ ประกอบกับสภาวะที่ลิ้นเป็นกรดด่างที่เอื้อต่อแผล เมื่อแม่ท้องมีแผลร้อนในก็จะยิ่งหายยาก ยิ่งช่วงที่แม่แพ้ท้องแล้วต้องกินมื้อเล็กหลาย ๆ มื้อ ต้องเคี้ยวอาหารอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นขนมปังกรอบ แถมยังมีอาหารหวาน ๆ อีก สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดฟันผุ มีแบคทีเรียตามช่องปาก เหงือกก็จะอักเสบเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้เกิดแผล ยิ่งช่วง 3-4 เดือนแรกหากแพ้ท้องหนักๆ มักแปรงฟันไม่ได้เลย บางคนเพียงได้กลิ่นยาสีฟันก็อาเจียนแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากตอนท้องจึงกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก
อาการร้อนในในแม่ท้องไม่ใช่แค่อาการกวนใจจนไม่รักษานะคะ เพราะหากทิ้งไว้นานก็อาจส่งผลต่อเนื่องไปสู่ปัญหาช่องปากอื่นๆ ได้ เช่น ปัญหาเหงือกอักเสบ ฟันผุ เป็นต้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใด ๆ ในช่องปากในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จะต้องรักษาทันทีกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะ