
แปลกที่ นั่งไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กที่เปลี่ยนจากการนั่งกระโถนมาเป็นนั่งชักโครก เด็กบางคนเมื่อถึงวัยที่ควรนั่งชักโครกได้แล้วเมื่อถูกหัดให้นั่งชักโครกก็มักจะเกิดความกลัว ไม่กล้านั่งและไม่กล้าขับถ่ายค่ะ
ติดเล่น อั้นไว้ก่อนดีกว่า สำหรับเด็กโตที่สามารถควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้แล้ว ถ้าเขาติดเล่นมากเกินไปจนไม่สามารถละจากของเล่นหรือความสนใจ ณ ขณะนั้นได้ ก็มักจะอั้นฉี่เอาไว้ก่อนค่ะ
ห้องน้ำสกปรกไม่กล้าเข้า คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้เมื่อพาลูกไปเข้าห้องน้ำสาธารณะหรือห้องน้ำโรงเรียนที่มีคนใช้มากๆ แล้วมีกลิ่น มีคราบสกปรกอยู่ ก็เป็นสาเหตุให้ลูกอั้นฉี่ได้เหมือนกัน
อั้นฉี่นานๆ โรคกระเพาะปัสสาวะถามหา
เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะของเด็กๆ ยังมีขนาดที่เล็กเกินไป หากเขาต้องอั้นฉี่นานๆ ก็อาจจะทำให้ในกระเพาะปัสสาวะของลูกยืดขยายใหญ่ขึ้น เนื่องจากในกระเพาะปัสสาวะจะมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันในกระเพาะปัสสาวะเองก็มีเชื้อโรคอยู่มากแล้ว
ดังนั้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะยืดขยายตัว ความสามารถในการขจัดเชื้อโรคของเยื่อบุผิวกระเพาะปัสสาวะก็จะน้อยลงทันที จึงทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น หากทิ้งไว้นานอาการก็อาจรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ และมีโอกาสที่เชื้อจะลุกลามไปถึงกรวยไตเป็นโรคไตอักเสบแล้วเกิดไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลเสียในระยะยาวตามมาได้อีก
สังเกตอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
มีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีอาการไอ จาม มีน้ำมูก หรือมีอาการเจ็บคอใดๆ เลย ให้สันนิษฐานเลยค่ะว่าอาจมาจากการอั้นฉี่ของลูก
ลูกมีพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำที่ผิดปกติวิสัย เช่น เข้าห้องน้ำบ่อยเกินไป หรือบางคนก็ไม่เข้าห้องน้ำเลย ซึ่งผิดจากวิสัยปกติที่เขาควรทำ
เมื่อเกิดอาการเจ็บปวด หรือปัสสาวะขัดบ่อย พ่อแม่ก็ต้องระวังแล้ว
ลูกท้องผูก ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อเนื่องกัน เพราะเมื่อลูกท้องผูกอุจจาระตกค้างอยู่ในลำไส้นานๆ ซึ่งจะสร้างความระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะ จนทำให้ลูกรู้สึกปวดฉี่บ่อยๆ แต่การเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็อาจสร้างความรู้สึกรำคาญใจหรือรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กวัยอนุบาลที่อาจไม่กล้าขออนุญาตครู หรือไม่อยากบอกพ่อแม่
ลูกกลับมาฉี่รดที่นอนอีกครั้ง ถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องความเครียดหรือพัฒนาการถดถอย ลูกอาจจะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้เช่นกันค่ะ
ทำอย่างไรไม่ให้ลูกกลั้นฉี่
ฝึกการขับถ่ายเมื่อลูกพร้อมแล้ว นั่นก็คือเมื่อเขาสามารถบอกเราได้ว่าปวดฉี่ และลูกสามารถรับรู้เรื่องความสะอาดและสุขลักษณะได้พอสมควร โดยในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลเรื่องการทำความสะอาดของลูกเสียก่อน และหลังจากนั้นเมื่อลูกสามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือเข้าโรงเรียนแล้ว จึงค่อยสอนวิธีการทำความสะอาดให้กับลูก
สอนให้ลูกรู้จักสุขลักษณะในการเข้าห้องน้ำ ให้ลูกราดน้ำหรือเช็ดชักโครกก่อนใช้งาน ลางมือหลังจากทำธุระเสร็จแล้ว เป็นต้น
ฝึกให้ลูกเข้าห้องน้ำเป็นเวลา และฝึกการขับถ่ายให้เป็นนิสัย เช่น ให้ลูกฉี่ก่อนนอน และถ่ายอุจจาระตอนเช้าทุกครั้ง