
เมื่อแม่ของลูกสาวยังไม่อยากให้ลูกมีแฟนเร็วเกินไป จะสอนลูกสาวอย่างไรดี สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมีปัญหาเรื่องนี้ เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันค่ะ
“แม่ๆ แฟนหนูเขาให้กำไลหนูด้วย”
ตอนแรกที่ลูกเล่าให้ฟังก็ยังงงๆ ว่าเด็กอนุบาลมีแฟนแล้วเหรอ ลูกเล่าจริงจังมากเลยว่าเพื่อนชายในห้อง (ที่ลูกเรียกว่าแฟน) ซื้อขนมมาให้ ซื้อของมาให้ แถมยังบอกว่าเพื่อนของเขาก็มีแฟน คนนั้นเป็นแฟนกับคนนี้ แต่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแฟนคืออะไร จะสอนเรื่องนี้กับลูกอย่างไรดี ดิฉันไม่อยากให้ลูกมีแฟนเร็วเกินไปค่ะ
คุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ที่มีลูกอยู่ในวัยอนุบาล คงเคยได้ยินหรือมีประสบการณ์เรื่อง ‘แฟนฉัน’ ของเด็กๆ มาไม่มากก็น้อย บางท่านก็อาจเห็นเป็นเรื่องน่ารักๆ ขำๆ แต่บางท่านก็แอบกังวลเล็กๆ เช่นเดียวกับคุณแม่ท่านนี้ค่ะ เราจะสอนลูกอย่างไร เพราะไม่อยากให้ลูกมีแฟนเร็วเกินไป
ก่อนอื่นคงต้องพูดถึงธรรมชาติของเด็กก่อนนะคะ โดยทั่วไปเด็กในวัย 4-5 ปี จะเริ่มมีความสนใจในเรื่องความแตกต่างของเพศ เริ่มสนใจและจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงาน เรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงที่ทำให้คนตัวโตๆ เหล่านั้นได้เป็นคุณพ่อคุณแม่ แต่ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมากมายนะคะ
หลายๆ ครั้งจะเห็นเด็กๆ ในวัยนี้ชอบเล่นบทบาทสมมติให้เธอเป็นพ่อ ฉันเป็นแม่ หรือเล่นสมมติว่าเราเป็นแฟนกัน ซึ่งก็คงเป็นเพราะสนุกกับการเล่นเลียนแบบจากคนใกล้ตัว และยังมีสิ่งเหล่านี้ให้เห็นทางทีวีอยู่ทุกวี่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร ข่าวการสัมภาษณ์พี่ๆ นักร้องในดวงใจ หรือแม้แต่ในการ์ตูน... ใครๆ เขาก็มีแฟน
คุณแม่คุณพ่ออย่าเพิ่งวิตกจนเกินไปนะคะ เพราะในช่วงวัยนี้การที่เด็กๆ จะมีคนพิเศษ ไม่ว่าจะรักเป็นพิเศษ ชื่นชมเป็นพิเศษ ก็เป็นความพิเศษแบบของเด็กๆ ที่ไม่ได้มีพิษมีภัยใดๆ แต่เป็นการเรียนรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เด็กๆ จะมีความผูกพัน ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ความพิเศษเหล่านี้มักคงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็ผ่านเลยไป
1. ไม่ควรแสดงและให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากนัก
2. ไม่ว่าจะเป็นการห้ามปราม
3. การเอามาล้อเล่นเป็นเรื่องสนุก
4. บางครั้งเห็นเป็นเรื่องน่ารักก็จับคู่ให้เสียเลย
เราเพียงแต่ให้ความใส่ใจกับการดำเนินชีวิตของลูก ให้เรื่องเหล่านี้อยู่ในสายตา แต่อย่าเอามาเป็นประเด็น จนทำให้เด็กๆ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องพิเศษ เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ใส่ใจ ใครๆ ก็สนใจ
สิ่งที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ลูกเชื่อมั่นว่าเขาสามารถพูดคุย บอกเล่าความรู้สึกต่างๆ กับเราได้ทุกเรื่อง ต้องทำให้ลูกเชื่อมั่นว่าเราจะไม่เห็นเรื่องของลูก หรือความรู้สึกของลูกเป็นเรื่องตลกหรือไร้สาระค่ะ
ความผูกพันในแบบเด็กๆ เป็นความผูกพันที่งดงาม เป็นเรื่องน่าดีใจนะคะ ที่ลูกรู้จักรักและชื่นชมผู้อื่น รวมทั้งถูกรักและถูกชื่นชมโดยผู้อื่นเช่นกัน พยายามจัดสรรเวลา สร้างบรรยากาศของการบอกเล่า พูดคุย ให้เป็นวิถีของครอบครัว ทำให้ลูกเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถบอกเล่าพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ได้ในทุกๆ เรื่องและตลอดไปนั่นแหละค่ะ หัวใจสำคัญของการเรียนรู้อยู่ร่วมค่ะ
ข้อมูล : อาจารย์ ธิดา พิทักษ์สินสุข