
ไม่อยากมีลูก? ไทยยืนอันดับ 1 ของโลก มีเด็กเกิดใหม่น้อยที่สุดในรอบ 75 ปี
นักวิชาการคาดการณ์ พ.ศ. 2569 ประเทศไทยจะมีเด็กเกิดใหม่เพียง 370,000 คน เป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบ 75 ปีของประเทศ และของโลก ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตที่ส่งผลของโครงสร้างและเศรษฐกิจของทั้งประเทศ
เด็กเกิดใหม่หายไปกว่า 70% ทั้งที่ไทยเคยมีเด็กเกิดใหม่มากถึงปีละ 1 ล้านคน
จากสถิติประชากรพบว่า พ.ศ. 2494 - พ.ศ. 2569 จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงปีที่พีคที่สุดคือ พ.ศ. 2506 - พ.ศ. 2526 (20 ปี) ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่มากถึงปีละ 1 ล้านคน และหลังจากนั้นอัตราการเกิดใหม่ก็ค่อย ๆ ลดลง จนถึงปี 2569 ที่นักวิชาการคาดการณ์
นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ให้ข้อมูลว่า ปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีเด็กเกิดประมาณ 370,000 คน และอยู่ในสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยปัญหา คือ ปัญหาพัฒนาการไม่สมวัย มีสภาวะทุพโภชนาการ 2 ทาง คือ เด็กในชนบทจะมีภาวะทุทุพโภชนาการ เตี้ย แคระแกร็น ส่วนเด็กที่อยู่ในเมือง ไม่ทางผักผลไม้ กินแต่ฟาสต์ฟู้ด มีภาวะอ้วน
ไม่รักเด็ก? ทำไมคนคนไทยไม่อินกับการมีลูก
เหตุผลหลักที่ทำให้คนไทยตัดสินใจไม่มีลูก และมีลูกน้อยลง เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้ Mindset เดิม ๆ หายไป
- ของแพง การมีลูกมีต้นทุนสูง
เริ่มตั้งแต่ค่าตรวจครรภ์ไปจนถึงลูกโตจนทำงานหาเงินเองได้ หลายคนมองว่าการเลี้ยงลูก 1 คน ต้องใช้ต้นทุนเงินและเวลามหาศาล ทั้งของกิน ของใช้ ค่าเทอม ค่ารักษาตอนเจ็บป่วย ในขณะที่ก็ยังเอาตัวแทบไม่รอด การมีลูกเลยถูกสกัดดาวรุ่งทันที
- ทำงานทั้งคู่ จะเอาเวลาที่ไหนมาเลี้ยงลูก
การทำงาน ขับรถฝ่ารถติดเป็นชั่วโมง ทำให้เวลาส่วนตัวในแต่ละวันน้อยจนเพลีย ในขณะที่การมีลูกต้องมี "เวลาคุณภาพ" ถึงจะเลี้ยงลูกออกมาได้ดี แต่เมื่อเวลาไม่อำนวยก็ขอใช้เวลาที่เหลือกับการดูแลตัวเองดีกว่า
- สภาพแวดล้อมเสื่อมจนกลัวลูกไม่รอด
ไหนจะโรคภัยมากมายที่ลูกต้องรอดจนกว่าจะโต ปัญหาฝุ่น PM 2.5 โลกร้อน ปัญหาทะเลาะวิวาท ยาเสพติด มิจฉาชีพ สิ่งยั่วยุที่มาในรูปแบบใหม่ ๆ ตลอดเวลา เกิดมาได้แต่จะรอดไหมก็อีกเรื่อง
- ไม่อยากเป็นเดอะแบก
คนยุคใหม่ไม่อยากอยู่ใน Sandwich Generation ที่ต้องแบกหลายด้าน ทั้งดูแลพ่อแม่ ดูแลลูก และดูแลตัวเอง ที่จะส่งผลต่อการทำงาน การเงิน และสุขภาพจิต
- แข่งกับงานก็เหนื่อยแล้ว ไม่อยากเอาลูกไปแข่งกับใครให้ปวดหัวเพิ่ม
เพราะไม่ว่ายุคไหนก็ให้ความสำคัญกับคนเก่งเสมอ จึงไม่พร้อมทุ่มเทที่จะเลี้ยงลูกให้เก่งในสังคมที่มีการแข่งขันสูง
- ตัดสินใจมีลูกในวัยที่ไข่และสเปิร์มไม่พร้อม
ให้ความสำคัญกับงานหรือเรื่องอื่นมากกว่าจนเลื่อนแผนการมีลูกออกไปเรื่อย ๆ จนถึงวัยที่มีลูกยาก เช่น อายุเกิน 35 หรือ 40 ปีไปแล้ว
- สวัสดิการสำหรับคนมีลูกไม่ปังพอที่จะอยากมีลูก
ไม่มีสวัสดิการที่ดีพอให้ตัดสินใจมีลูก เช่น เงินอุดหนุนไม่มากพอ ระบบการศึกษา การรักษาพยาบาล เป็นต้น
- Pet Parenting เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก
เพราะการเลี้ยงสัตว์มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามีลูก การดูแลไม่จุกจิกมากเท่าการเลี้ยงเด็กไปจนโต
- อยากมีความสุขกับตัวเองมากกว่า
ยังอยากมีอิสระในการใช้ชีวืตในแบบที่ชอบ กิน ดื่ม เที่ยว ทำสิ่งที่ตัวเองรัก
- รูปแบบความรักที่เปลี่ยนแปลงไป
บางคู่เลือกที่จะไม่มีลูกเพราะลงตัวกับการมีความสุขแบบ 2 คน และความรักไม่จำกัดแค่คู่หญิงชาย แต่ยังมีความรักในแบบอื่น ๆ

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนไทยมีลูกน้อยลง
- การขาดแคลนกลุ่มแรงงานที่เป็นกำลังหลักของประเทศ
เด็กเกิดใหม่ลดลง = แรงงานทั้งภาพรัฐและเอกชนก็น้อยลง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลต่อไปถึงปัญหาคนงานต่างชาติในประเทศด้วย
- สังคมผู้สูงอายุครองเมือง
กลุ่มผู้สูงอายุจะมีจำนวนมากกว่ากลุ่มคนทำงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบอื่น เช่น สวัสดิการผู้สูงอายุไม่มากพอ การขยายช่วงอายุงานคนทำงาน เป็นต้น
- โรงเรียน มหาวิทยาลัย จะอยู่ยังไง
เด็กน้อยลงส่งผลให้สถานศึกษาปิดตัวมากขึ้น แต่ละโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยมีการแข่งขันกันมากขึ้น โดยเฉพาะการการันตีผลลัพท์ว่าเด็กจะเก่ง มีงานดี ๆ รองรับแน่นอน
- โรงพยาบาลก็ต้องปรับตัวขนานใหญ่
การเข้ารับบริการของแผนกสูติฯ และ แผนกกุมารฯ จะเงียบเหงาขึ้น โรงพยาบาลอาจต้องปรับตัวด้วยการทำแพ็กเกจแบบ Full Coverage ที่ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ไปจนถึงลูกอายุ 6 ขวบ ในราคาที่คุ้มค่า ด้วยแพทย์ที่ดีที่สุด
- กลุ่มสินค้าและบริการสำหรับเด็กเตรียมโบกมือลา
สินค้าอุปโภคบริโภคสำหรับเด็ก เช่น ผลิตภัณฑ์เด็ก ผ้าอ้อม เสื้อผ้าเด็ก ค่ายเรียนพิเศษ สวนสนุก จะค่อย ๆ หายไป เหลือแค่แบรนด์ใหญ่ ๆ หรือแบรนด์ที่ให้ความคุ้มค่าได้มากกว่าเงินที่จ่าย
อยากให้คนไทยมีลูกมากขึ้นต้องทำยังไง
- ช่วยลดภาระทางการเงินให้ครอบครัวใหม่ เช่น เรียนฟรีจนถึงปริญญาตรี เพิ่มเงินอุดหนุนรายเดือน ค่ารักษาพยาบาลโรคที่พบบ่อย
- แก้ปัญหาไม่มีเวลาเลี้ยง เช่น เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น การ work from home มีศูนย์รับดูแลเด็กเล็กที่ปลอดภัยใกล้ที่ทำงานของพ่อแม่
- สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เช่น จัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหายาเสพติด ความปลอดภัยในโรงเรียน การเดินทาง ทำให้เกิด Child Friendly Community
ไทยมีเด็กเกิดใหม่น้อยลงเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องตั้งเป็นวาระแห่งชาติ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนสายเกินไป เพราะการเลี้ยงเด็กหนึ่งคนให้โตมาพร้อมเป็นแรงงานคุณภาพของประเทศไม่ได้ใช้แค่งบประมาณอย่างเดียว แต่ต้องใช้เวลานานกว่า 20 ปีเลยนะคะ
ข้อมูลอ้างอิง