
ลูกไม่ยอมเข้าเต้า ลูกไม่ยอมกินนมแม่ มีสาเหตุจากอะไร แม่ต้องแก้ไขให้ตรงจุดเพื่อเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุดค่ะ
Nursing strike ลูกไม่ยอมดูดนมแม่ ถ้าลูกไม่เข้าเต้าต้องทำยังไง
แม่ ๆ มือใหม่หลายคนอาจจะต้องเจอกับปัญหาลูกไม่ยอมดูดนมแม่ ไม่ยอมเข้าเต้ากันบ้าง ซึ่งการที่ลูกไม่ยอมดูดนมจากเต้า อาจเกิดจากลูกติดจุกนม หรือขวดนม และนมแม่จะไม่ได้รับการกระตุ้นจากการดูดนมของลูก ทำให้นมแม่หายไปได้นะคะ
ลูกไม่เข้าเต้า อาจเกิดจากหลายสาเหตุ
- ให้นมแม่สลับกับนมขวด ทำให้ลูกสับสนระหว่างจุกนมแม่และจุกนมปลอม อาจเกิดจากให้ลูกกินนมจากขวดตั้งแต่อายุน้อยมากๆ เพราะนมแม่และขวดวิธีดูดที่แตกต่างกัน
- น้ำนมมาก น้ำนมมีมากและบางครั้งไหลเร็วจนลูกกินไม่ทัน หากลูกสะบัดหน้าหนี รีบปล่อยนมออกจากปากทันทีเราควรแก้ไขด้วยวิธีบีบน้ำนมออกสักหน่อย เพื่อลดความเร็วในการไหลของน้ำนมโดยอาการแบบนี้มักเกิดในช่วง 4-7 วันหลังคลอดร่างกายกำลังปรับตัวเพื่อสร้างน้ำนมให้ลูก
- ลูกมีปัญหาในช่องปาก ลูกอาจจะมีแผลในปาก เช่นเกิดเชื้อราจากคราบนมที่ไม่ได้ทำความสะอาด หรืออาจจะเพราะ ลูกมีปัญหาลิ้นติด มีพังผืดใต้ลิ้น ต้องสังเกตและอาจปรึกษาคุณหมอ หรือคลินิกนมแม่ค่ะ
- ท่าอุ้มของคุณแม่อาจจะทำให้ลูกดูดนมไม่สะดวกคุณแม่มือใหม่ที่ไม่เคยอุ้มเด็กอ่อนมักไม่ค่อยมั่นใจเวลาอุ้ม ลูกอาจจะรู้สึกโคลงเคลงกลัวตก หรืออุ้มแล้วไม่หันมาหาแม่ ทำให้ดูดกลืนไม่สะดวก ดูดแล้วไม่ได้น้ำนม คุณแม่ต้อง อุ้มลูกให้ถูกวิธี อุ้มลูกให้กระชับตัวแม่ ท้องแนบท้อง คางชิดนมคุณแม่มือใหม่ควรเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนคลอด เช่น หัดอุ้มตุ๊กตา ทำท่าให้นม เรอนม จะช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้น
แก้ปัญหาลูกไม่เข้าเต้าอย่างไรดี
การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือแม่ต้องใจแข็งกับลูกไว้ให้ถึงที่สุดจนลูกยอมดูดนมแม่ ถ้าลูกร้องก็ต้องปล่อยให้ร้องไปค่ะ เพราะตามสัญชาตญาณถ้าหิวถึงที่สุดแล้วเขาก็ต้องยอมกินค่ะ อาจจะใช้เวลาแค่ 2-3 วันเท่านั้น แล้วเขาจะเริ่มเรียนรู้ได้เองค่ะ งดขวด จุกนมยาง จุกนมหลอก ถ้ากลัวลูกจะติดเต้านม แล้วเลิกยากให้ป้อนนมลูกด้วยวิธีอื่น เช่น แก้ว ช้อน หรือ หลอด อุ้มลูกบ่อยๆ ให้ลูกเคยชินกับไออุ่นจากอกแม่ ปั๊มนมหรือกระตุ้นให้น้ำนมพุ่งก่อนให้ลูกดูด ทารกที่ติดจุกจะพอใจเมื่อดูดปุ๊บ น้ำนมไหลปั๊บ จะยอมรับเต้านมแม่ง่ายขึ้น ใช้ดรอปเปอร์หรือไซริงค์หยอดน้ำนมที่มุมปากของลูกทันทีเมื่อลูกเข้าเต้า ก่อนที่ลูกจะหงุดหงิดไม่ยอมรับเต้าแม่ ปรึกษาคลินิกนมแม่
ข้อมูล : http://www.thaibreastfeeding.org/page.php?id=88

หลังคลอดลูกคุณแม่มักเจอปัญหาท้องผูก อ่อนเพลีย ตัวบวม น้ำหนักไม่ลงสักที บางคนตั้งใจให้ลูกกินนมแม่ แต่น้ำนมมาน้อย แก้อย่างไรดี มาดูกันค่ะ
รับมือปัญหาหลังคลอด ด้วย BSC Nature Mamate สมุนไพรกู้น้ำนมและปรับสมดุลให้แม่หลังคลอด
ตอนตั้งท้องแม่ว่าแม่ก็เตรียมตัวมาดีแล้ว แต่ไม่วายหลังคลอดลูกไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร่างกายเรากำลังปรับฮอร์โมนอยู่ค่ะแม่ จึงเป็นธรรมดาที่จะเจอปัญหาต่าง ๆ เช่น ผมร่วง ท้องผูก อ่อนเพลีย ตัวบวม ฯลฯ มาหาวิธีรับมือและแก้ไขกันค่ะ
5 ปัญหาหลังคลอดที่แม่ต้องเจอ
1. อ่อนเพลีย เพราะนอนน้อย
3 เดือนแรกหลังคลอดแทบไม่ได้พัก กลางวันก็ต้องทำงานบ้านสลับกับเลี้ยงลูก กลางคืนยังต้องตื่นมาดูเวลาลูกร้องไห้ ต้องคอยให้นม คอยเปลี่ยนผ้าอ้อม เลยทำให้แม่นอนน้อยไปด้วย ช่วงนี้คุณแม่จึงรู้สึกอ่อนเพลีย อ่อนล้าและเครียดได้ง่าย
2. ท้องผูกหลังคลอด
เพราะฮอร์โมนกำลังปรับตัว ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายแม่ยังไม่เข้าที่นัก โดยเฉพาะลำไส้และระบบขับถ่าย ถ้าคุณแม่อยู่ในช่วงให้นมลูกแล้วมีการดื่มน้ำน้อย ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสท้องผูกมากยิ่งขึ้น
3. น้ำหนักไม่ลง เต้านมหย่อนคล้อย
เป็นเรื่องปกติที่แม่ต้องเจอค่ะ อย่าเพิ่งท้อว่าคลอดลูกแล้วทำไมน้ำหนักตัวยังเยอะอยู่ ตามปกติแล้วหลังคลอดประมาณ 1 สัปดาห์แรก น้ำหนักจะลดลง 7 กิโลกรัม และภายในหนึ่งเดือนน้ำหนักตัวคุณแม่จะลดลงไปอีกประมาณ 3 กิโลกรัม
4. ผิวแห้งขาดน้ำ
สัปดาห์แรกหลังคลอดเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่ยังอยู่ในช่วงปรับสมดุล ทำให้คุณแม่หลายคนเจอปัญหาขาดน้ำ ทำให้ผิวแห้งแตกเป็นขุย เพราะฉะนั้นระหว่างวันควรดื่มน้ำเยอะ ๆ หรือจิบน้ำบ่อย ๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น และทาครีมเป็นประจำเช้าเย็น ก็ช่วยให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่งได้
5. ผมร่วงหลังคลอด
ปัญหาที่แม่ส่วนใหญ่มักพบเจอบ่อย ๆ แน่นอนค่ะตัวการหลังคือฮอร์โมนอีกแล้ว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้ผมของคุณแม่ร่วงมากกว่าปกติ แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ เมื่อฮอร์โมนอยู่ในระดับปกติแล้วปัญหาผมร่วงนี้จะค่อย ๆ หมดไปค่ะ

นอกจาก 5 ปัญหาที่กล่าวมาแล้ว สำหรับคุณแม่ที่ตั้งใจจะให้ลูกกินนมแม่แต่น้ำนมมาน้อย น้ำนมไม่ไหล หัวนมบอดก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง คุณแม่บางคนกว่าจะให้นมลูกได้สักหยดนั้นเลือดตาแทบกระเด็น และคงสรรหาสารพัดวิธีกระตุ้นน้ำนมเพื่อให้ลูกน้อยมีน้ำนมกินอย่างเพียงพอ การกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกระตุ้นน้ำนมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ และปัจจุบันมียากระตุ้นน้ำนมออกมามากมายให้แม่ได้เลือกใช้ แต่ว่าแบบไหนนะที่จะปลอดภัยกับแม่
รักลูกขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกระตุ้นน้ำนม BSC Nature Mamate ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาหลังคลอดต่าง ๆ รวมถึงคุณแม่ที่น้ำนมน้อย เพื่อเป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่งค่ะ
BSC Nature Mamate ตัวช่วยกระตุ้นน้ำนมและปรับสมดุลคุณแม่หลังคลอด
ผลิตภัณฑ์กระตุ้นน้ำนม BSC Nature Mamate สมุนไพรกู้น้ำนมหลังคลอด รูปแบบแคปซูลใน 1 เม็ด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณประโยชน์กับคุณแม่ถึง 3 ด้านด้วยกัน
อย่างแรกเลยคือ เป็นสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมและเพิ่มสารอาหารในนมแม่ เพราะอุดมไปด้วยสมุนไพรทั้งสมุนไพรไทยและสมุนไพรต่างประเทศ อย่างเช่น สารสกัดจากขิง ผงขมิ้นชัน ผงมะขามป้อม ผงสมอพิเภก ผงสมอไทย ผงพริกไทยดำ ผงงาดำ ผงบัวบก ผงเกรปฟรุต ผงโรสฮิปส์ ผงแบลคเบอร์รี่

อย่างที่ 2 BSC Nature Mamate ช่วยลดปัญหาผมขาดร่วงของแม่หลังคลอด ช่วยบำรุงให้รากผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย
อย่างที่ 3 ช่วยฟื้นบำรุงผิวของแม่ให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งแตกลายหรือเป็นสิว รวมถึงยังช่วยเร่งการเผาผลาญและดักจับไขมัน ช่วยให้น้ำหนักลดลงอีกด้วยค่ะ

จุดเด่นของ BSC Nature Mamate
ปกติสมุนไพรกระตุ้นน้ำนมมักจะมีกลิ่นและรสชาติที่ไม่พึงประสงค์สักเท่าไหร่ ทำให้กินยาก หรือมีความยุ่งยากในการกิน ด้วยความที่ BSC Nature Mamate เป็นแคปซูลจึงไม่มีปัญหาเรื่องรสชาติ หรือกลิ่นให้รู้สึกยากลำบากในการกินเลย วิธีการกินก็ง่ายแสนง่าย เพียงครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนอาหาร 3 เวลา บรรจุภัณฑ์เป็นขวดมีฝาปิดมิดชิด ขนาดกะทัดรัด พกพาง่ายไปอีก จะอยู่นอกบ้าน ในบ้าน หรือไปทำงานก็สะดวกคุณแม่มาก ๆ ค่ะ
การกินผลิตภัณฑ์กระตุ้นน้ำนมถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับแม่ให้นม เป็นการเติมสารอาหารที่นอกเหนือจากอาหารหลัก 5 หมู่ เข้าไปในร่างกายแม่เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม เมื่อจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกระตุ้นน้ำนม นอกจากสารอาหารแล้วแม่ควรเลือกที่มีฉลากบรรจุภัณฑ์ชัดเจน มีเครื่องหมายรับรอง และมีความน่าเชื่อถือควบคู่ไปกับการให้ลูกดูดนมอย่างถูกวิธี (ดูดเร็ว ดูดถูกดูดสม่ำเสมอ) กินอาหารที่มีประโยชน์ นวดกระตุ้นน้ำนม พยายามไม่เครียด ก็ช่วยให้แม่มีน้ำนมไหลปี๊ด ให้เจ้าตัวเล็กกินยาว ๆ ไปถึง 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี เลยค่ะ
สำหรับคุณแม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์ BSC Nature Mamate
ปริมาณที่บรรจุ (1 ขวด) : 90 เม็ด
ราคา : 590 บาท
วิธีใช้ : รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนอาหาร 3 เวลา.
พิกัด : https://web.facebook.com/BSC.naturecare
(พื้นที่โฆษณาและประชาสัมพันธ์)
โรคมือ เท้า ปาก โรคติดต่อในเด็กที่มักจะระบาดในช่วงหน้าฝน คุณพ่อคุณแม่จะรับมือหรือเตรียมความพร้อมให้ลูกได้อย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคมือ เท้า่ ปาก หรือเมื่อเป็นโรคมือ เท้า ปาก แล้วจะดูแลรักษาอย่างไรให้หายไว ไม่ลุกลามรุนแรง คุณหมอมีคำแนะนำที่เจ๋งมาก โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกด้วย "นมแม่" ค่ะ
รับมือโรคมือ เท้า ปาก และสร้างภูมิคุ้มกันลูกทารกด้วย 'นมแม่'
โรคมือ เท้า ปากคืออะไร
โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัสซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยคือ คอกซากีไวรัส เอ16 (coxsackievirus A16) และเอนเทอโรไวรัส 71 (enterovirus 71)
อาการของโรคมือ เท้า ปาก
- มีอาการไข้ เจ็บคอ
- กินได้น้อย เนื่องจากมีแผลที่เพดานปากหรือกระพุ้งแก้ม
- ฝ่ามือฝ่าเท้าก็จะมีผื่นเป็นจุดหรือตุ่มแดง ๆ อาจมีผื่นตามลำตัวหรือแขนขาก็ได้ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และหายได้เอง
- หากกรณีที่มีสมองอักเสบร่วมด้วย มักเกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้
โรคมือเท้าปากติดต่อได้อย่างไร
โดยปกติเชื้อไวรัสกลุ่มนี้แพร่ผ่านทางระบบทางเดินอาหารและการหายใจ จึงสามารถติดต่อกันจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย และยังสามารถติดต่อจากการสัมผัสผ่านของเล่น มือคนเลี้ยง น้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ ระยะฟักตัวของโรคประมาณ 1 สัปดาห์ จึงสามารถติดต่อกันได้โดยที่ยังไม่แสดงอาการ
วิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก
-
ควรแยกเด็กป่วย ไม่ให้ไปสัมผัสกับเด็กคนอื่น และควรหยุดเรียนจนกว่าจะหายประมาณ 5-7 วัน
-
ผู้ที่ดูแลเด็กควรล้างมือเป็นประจำ รวมทั้ง ทำความสะอาดของเล่นและอุปกรณ์ต่างๆในห้องของเด็กทุกวัน ซึ่งการทำความสะอาดโดยใช้สบู่ หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป สามารถกำจัดเชื้อได้
-
ควรระมัดระวังความสะอาดของน้ำ อาหารและสิ่งของที่เด็กอาจเอาเข้าปาก
สร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกด้วย "นมแม่"
การกินนมแม่ทำให้เด็กได้รับภูมิคุ้มกันโรคผ่านทางน้ำนมทำให้เด็กไม่ป่วยง่าย และอาจจะป้องกันหรือลดความรุนแรงจากโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้ด้วย โดยนมแม่ประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด เช่น แอนติบอดีและโปรตีนต่าง ๆ ที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน นอกจากนี้ยังมีเซลล์ที่มีชีวิตต่าง ๆ ทั้งเซลล์จากแม่ รวมทั้งแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางอาหารของทารกอีกด้วย
งานวิจัยทางการแพทย์ ตีพิมพ์ในปี 2007 พบว่า ถ้าทารกได้รับนมแม่อย่างเดียวไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ จะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ได้ในช่วงอายุก่อน 1 ปี และลดความเสี่ยงในการติดเชื้ออื่น ๆ ด้วย
สำหรับคุณแม่มือใหม่ หรือ ว่าที่คุณแม่ การให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการกระตุ้นนมแม่ให้ลูกกินได้นาน ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณหมอมี 6 วิธีเพิ่มนมแม่มาแนะนำเช่นกัน คลิกต่อไปที่หน้า 2 เลยค่ะ
6 วิธีเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่
- เริ่มให้นมแม่เร็วที่สุดหลังคลอด
การให้กินนมแม่ใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด ช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้นในมื้อต่อ ๆ ไป
- ท่าอุ้มดูดนมที่ถูกต้อง
จะช่วยให้ลูกดูดได้ดีขึ้น และกระตุ้นการผลิตน้ำนมของคุณแม่
- ดูดบ่อย
เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ผลิตน้ำนมให้เพียงพอกับความต้องการของลูก
- การดูดนมที่ถูกต้อง
การดูดที่ตื้นเกินไปหรือดูดที่หัวนม นอกจากจะทำให้คุณแม่เจ็บบริเวณหัวนมหรือหัวนมแตกได้ ยังทำให้ลูกงอแง จนคุณแม่ท้อใจได้ คุณแม่ลองขยับให้ลูกแนบตัวมากขึ้น พาปากลูกมาหาเต้านมแม่ สำคัญที่ว่าปากอ้ากว้าง คางชิดเต้านมแม่ ท้องแม่แนบท้องลูก
- คุณแม่ต้องรับประทานอาหารมีประโยชน์
หรือเมนูที่ช่วยเพิ่มน้ำนม เช่น แกงเลียงหัวปลี ไข่ตุ๋นน้ำขิง เป็นต้น และดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ทำจิตใจให้สบาย
ไม่เครียดหรือกังวล เพราะความเครียดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำนมแม่มาช้า
นมแม่มีประโยชน์ต่อลูกรักมากที่สุด และจะช่วยเป็นเกราะป้องกันเชื้อโรค สร้างภูมิต้านทานโรคให้ลูกรักได้นะคะ แต่คุณแม่ท่านใดที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม ก็ไม่ต้องน้อยใจหรือเครียดกังวลจนเกินไปนะคะ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลย เพราะสรีระของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
สิ่งสำคัญที่สูดในการเลี้ยงลูกวัยทารก คือ โภชนาการที่เหมาะสม การเอาใจใส่ดูแลเรื่องความสะอาด และความปลอดภัยของลูก ความรักความผูกพันที่พ่อแม่มีต่อลูก ยิ่งคุณแม่มีความสุขกับการเลี้่ยงลูกเท่าไร ทารกก็จะยิ่งมีสุขภาพกายและใจที่ดีค่ะ
รักลูก Community of The Experts
พญ. สินดี จำเริญนุสิต
กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
ลูกกินนมแม่ล้วนแล้วไม่อึ 2-3 สัปดาห์ ลูกท้องผูกหรือไม่ หรือเป็นเรื่องปกติ
อย่างแรกต้องดูก่อนค่ะว่าลูกอายุเท่าไหร่ ถ้าลูกช่วงอายุ 2-3 เดือน และกินนมแม่อย่างเดียวแล้วไม่ถ่าย 2-3 สัปดาห์ก็ยังปกติดีไม่ถือว่าท้องผูกค่ะ เพราะลำไส้ของลูกเริ่มที่จะดูดซึมนมแม่ได้ดีขึ้นมาก ทำให้สารอาหารถูกดูดซึมได้ดีขึ้น เหลือกากอาหารออกมาน้อย ไม่ใช่ท้องผูก ช่วงนี้เขาจะถ่ายห่างลงจากเดือนแรกๆ เป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องกินยาระบาย หรือน้ำผลไม้แต่อย่างใด เน้นว่าเวลาถ่ายแต่ละครั้งต้องถ่ายสะดวก อุจจาระจะดูนิ่มดี อาจมีส่วนแข็งเล็กน้อยในช่วงต้นๆ ลูกจะอารมณ์ดี โตดี น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์
แต่ถ้าหากลูกวัย 6 เดือน ที่กินอาหารเสริมแล้ว ลูกถ่ายเหนียว อึดอัดงอแง เบ่งจนหน้าดำหน้าแดง อุจจาระแข็งในส่วนต้นๆ ถ้าถ่ายแข็งแล้วลูกเจ็บก้น มีเลือดออก ก้นเป็นแผล แบบนี้เรียกว่า ท้องผูกแน่ค่ะ สาเหตุที่พบบ่อยคือการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม ปริมาณของอาหารน้อย กินแต่นม ได้รับกากใยจากผักผลไม้ไม่เพียงพอ

แหวะนมเป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กทารกเกิด การอ้วกนม แหวะนมอันตรายไหม มีสาเหตุจากอะไร และจะแก้อาการลูกแหวะนมอย่างไร เรามีคำแนะนำค่ะ
ลูกแหวะนม แหวะนมบ่อยอันตรายไหม พร้อมวิธีแก้อาการลูกแหวะนม
เวลาลูกน้อยดูดนมได้เก่ง กินได้เยอะ แม่ทุกคนก็ตื่นเต้น ดีใจและมีความสุขไปด้วย แต่เวลาที่กินมากไปจนแหวะออกมาน่ะสิ ตอนนั้นความดีใจก็หายไปหมด ความกังวลมาแทนที่ว่าลูกน้อยจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า เมื่อลูกแหวะนมก็ทำเอาใจหายใจคว่ำไปตามๆ กัน ยิ่งถ้าลูกแหวะนมเป็นครั้งแรก แม่ยิ่งตกใจเป็นธรรมดา
อาการแหวะนมคืออะไร มีสาเหตุจากอะไร
ทารกแหวะนั้นเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ เกิดจากกล้ามเนื้อของเด็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหูรูดตรงรอยต่อของหลอดอาหารและกระเพาะ โดยปกติกล้ามเนื้อส่วนนี้ต้องขยายเพื่อให้อาหารผ่านไปหากระเพาะได้ เด็กทารกทุกคนที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรง เมื่อนมผ่านลงไปแล้ว กล้ามเนื้อที่ต้องหดตัวปิดไม่ให้อาหารไหลกลับคงยังไม่ทำงาน พอกินอิ่มใหม่ ๆ แล้วแม่เผลอวางลูกให้นอนหงายโดยไม่ได้อุ้มเรอนมก่อน
การแหวะนมเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การกินมากไป การเป็นโรคกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะหย่อน หรือร้ายแรงกว่านั้นคือการมีเนื้องอกในบริเวณท้องของลูก ซึ่งลักษณะอาการของเด็กหลังจากแหวะนมบ่อยแล้วอาจจะมีอาการอาเจียนร่วมด้วย แม้ก้อนเนื้อในท้องจะไม่ใช่มะเร็งแต่ก็ควรต้องได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเมื่อกล้ามเนื้อบีบตัวจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้
นอกจากนี้ยังมีอาการที่อาจร้ายแรงกว่านั้น เช่น การแหวะนมหรืออาเจียนบ่อย กระทั่งน้ำหนักของลูกน้อยลดลงเรื่อย ๆ แทนที่เด็กจะอ้วนขึ้นตามวัย กรณีนี้ถือว่าต้องพบแพทย์เท่านั้น ถึงจะแก้ไขได้ถูกจุด เพราะนั่นอาจเป็นปัญหาที่ระบบทางเดินอาหารของลูกน้อยก็เป็นได้
เทคนิคที่ช่วยให้ลูกหายจากการแหวะนม แนะนำให้ ‘กินตามเวลา ดื่มให้พอดี อุ้มเรอ และออกกำลังกาย’ ไม่นานกล้ามเนื้อหูรูดของลูกจะแข็งแรงขึ้น อาการแหวะนมจะค่อยๆ หายไปเองค่ะ
รับมือลูกแหวะนม
แม่ควรสังเกตวิธีดูดนมของลูก ไม่ว่าจะดูดจากเต้านมโดยตรงหรือดูดจากขวด หากการดูดนั้นเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม เช่น ในกรณีที่กินนมแม่ ลูกนอนในท่าไม่สบาย หรือดูดหัวนมเข้าไปได้ไม่ลึกพอ ทำให้น้ำนมไหลน้อย และลูกก็ตั้งหน้าตั้งตาดูดเอาลมเข้าไปจนเต็มท้อง นั่นแหละค่ะสาเหตุที่ลูกมีลมในท้องจนดันเอาอาหารออกมา
สำหรับเวลาที่ลูกน้อยกินนมจากขวดก็เช่นกัน แค่การหมุนปิดฝาจุกนมแน่นเกินไป หลวมเกินไป จนมีฟองอากาศไหลเข้าขวดนมไปมาก ก็เป็นสาเหตุทำให้ลูกแหวะนมได้ ก็ลูกน้อยจะดูดเอาแต่ลมเข้าไปจนเต็มกระเพาะนั่นเอง
นอกจากระวังเรื่องการให้นมแล้ว วิธีง่ายๆ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกไม่มีลมในท้องก็คือการอุ้มเรอ โดยยกตัวลูกขึ้นคว่ำพาดไหล่ ลูบหลังเบาๆ กระทั่งลูกเรอออกมา ก็จะช่วยให้สบายท้อง ซึ่งตอนอุ้มเรอนี้เจ้าตัวเล็กอาจมีแหวะนมออกมาบ้าง ก็แค่ใช้ผ้ารองบนบ่าไว้ก่อนเท่านั้นจะได้ไม่เลอะ ไม่นานนักลูกน้อยก็จะสบายตัวและอิ่มสบายท้องค่ะ
สังเกตรูปแบบการแหวะนม
พอรับรู้ว่าการแหวะนมเป็นเรื่องธรรมดา ให้สังเกตว่าลูกแหวะนมบ่อยแค่ไหนหลังดื่มนม แม้จะจับลูกอุ้มเรอหลังมื้อนมแล้ว แต่ถ้ายังแหวะนมออกมาเป็นระยะในระหว่างมื้อ แถมงอแงจนผิดสังเกตต้องรีบพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์ทันที
2 อาการที่แม่ต้องเฝ้าระวังเกี่ยวกับการแหวะนม
- ลูกดื่มนมในปริมาณมากเกินไปในแต่ละมื้อ และอาจเรอออกมาได้ไม่หมด ซึ่งโดยปกติทารกจะผายลมออกมาด้วย แต่ด้วยความที่ลูกน้อยยังไม่รู้จักการเบ่ง จึงผายลมไม่เก่งนัก อาจต้องให้คุณแม่ช่วยด้วยการนวดเบาๆ ที่บริเวณท้อง หรือพลิกตัวลูกน้อยไปมา บริหารให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
- หากลูกแหวะทุกมื้อและไม่มีท่าทีดีขึ้น นั่นอาจเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะหย่อน ซึ่งหากเป็นแบบนี้ต้องรักษาด้วยยาเพื่อช่วยให้อาหารเคลื่อนสู่ลำไส้ได้ดีขึ้น
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการแหวะนม
-
การแหวะนมของทารกช่วงแรกคลอด – 4 เดือน เป็นเรื่องธรรมดา เพราะกล้ามเนื้อหูรหลอดอาหารและกระเพาะทำงานยังไม่เต็มที่ หรือลูกกินลมเข้าไปมากจากการดื่มนมผิดวิธี
-
เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงและปรับตัวได้ การกินของลูกจะดีขึ้น โดยอาการแหวะนมจะหายไปได้เอง
-
หากแหวะนมบ่อยมาก เช่น ทุกครั้งหลังดื่มนม อาจมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหูรูดหย่อน ควรปรึกษากุมารแพทย์
-
หากแหวะนมร่วมกับอาเจียนเป็นประจำต่อเนื่อง อาจเกิดความผิดปกติในท้อง เช่น เนื้องอก
-
หากแหวะนมเป็นเวลานาน และน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน

สำหรับเด็ก ๆ บ้างบ้านที่จำเป็นต้องดื่มนมเสริม และถึงเวลาต้องเปลี่ยนสูตรนม มีวิธีลดนมเก่า เพิ่มนมใหม่อย่างไร เรามีคำแนะนำค่ะ
วิธีลดนมเก่า เพิ่มนมใหม่ สำหรับเด็กที่ดื่มนมเสริม
ดร. นพ.ประสงค์ เทียนบุญ MD, PhD. หัวหน้าหน่วยโภชนศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำแนะนำคุณแม่ที่ต้องการลดนมสูตรเก่า เพิ่มนมสูตรใหม่ไว้ดังนี้ค่ะ
- เปลี่ยนได้ทันทีเลย ในวิธีนี้ต้องสังเกตว่าลูกสามารถรับประทานนมผงอันใหม่ได้ดีหรือไม่ โดยไม่มีผลแทรกซ้อน คือ อาการปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย นอนหลับสบาย ไม่โยเย ถ่ายปกติ ท้องไม่เสียและมีการเจริญเติบโตทั้งน้ำหนักและส่วนสูงปกติ ซึ่งควรชั่งน้ำหนักตรวจสอบอาทิตย์ละครั้ง
- เปลี่ยนชนิดของนมเสริมสลับกันระหว่างนมเก่ากับนมใหม่ โดยสลับมื้อกัน เช่น มื้อแรกรับประทานนมผงอันเก่า มื้อต่อไปรับประทานนมผงอันใหม่ สลับกันไปเรื่อย โดยต้องสังเกตอาการของทารกเช่นเดียวกับวิธีแรก
- ผสมนมเก่าและนมใหม่ในขวดเดียวกัน โดยเริ่มต้นอาจผสมนมเก่าสัก 75 % และนมใหม่ 25 % ในมื้อถัดไปค่อยๆ เพิ่มนมใหม่ครั้งละ 25 % ลดนมเก่าลงครั้งละ 25 % เช่นกันในแต่ละมื้อ จนเป็นนมใหม่หมดทั้งมื้อ คุณแม่ต้องสังเกตว่าลูกรับประทานนมได้ดีหรือไม่ในแต่ละมื้อเช่นเดียวกับข้อแรก
ดังนั้นคุณแม่สามารถเลือกเอาเองว่าวิธีไหนสะดวก และเหมาะสมกับลูกมากที่สุดครับ สิ่งที่สำคัญคือ ต้องติดตามการชั่งน้ำหนักและความยาวของลูกเป็นระยะๆ ว่ามีการเจริญเติบโตตามปกติหรือไม่ครับ

ในช่วงที่ไวรัสโคโรนาระบาด หากแม่ติดเชื้อ Covid-19 ควรให้น้ำนมลูกหรือไม่ จะส่งผลอันตรายอย่างไร คุณหมอมีคำตอบมาให้แล้วค่ะ
แม่ติดเชื้อโควิดยังให้นมลูกได้ปกติหรือไม่ ลูกจะติดโควิดจากแม่ไหม
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) เป็นตระกูลของไวรัสที่ก่อให้อาการป่วยตั้งแต่โรคไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรงมาก เช่น โรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง และโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง เป็นต้น สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้
คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกแรกเกิดโดยกรมควบคุมโรค
กรณีแม่เป็นผู้ที่สงสัยติดเชื้อหรือติดโควิด19
- ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานการติดต่อผ่านทางรกหรือผ่านทางน้ำนม แต่ทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อโควิด19 จัดเป็นผู้มีความเสี่ยง จะต้องมีการแยกตัวออกจากทารกอื่น และต้องสังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน สำหรับแนวทางการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการในการแพร่เชื้อไวรัสทางน้ำนม ดังนั้น ทารกจึงสามารถกินนมแม่ได้ โดยปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งคัด ดังนี้
กรณีสงสัยว่าจะติดเชื้อหรือติดเชื้อโควิด19 แล้ว
- กรณีแม่เป็นผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อหรือติดเชื้อโควิด19 แล้ว แต่อาการไม่มาก สามารถกอดลูกและให้นมจากเต้าได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแม่และครอบครัว ต้องปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด
- กรณีแม่ที่ติดเชื้อโควิด19 และมีอาการชัดเจน หากยังสามารถบีบน้ำนมได้ ให้ใช้วิธีบีบน้ำนมและให้ผู้ช่วยเป็นผู้ป้อนนมแก่ลูก หากไม่สามารถบีบน้ำนมเองได้ อาจพิจารณาใช้นมผงแทน
ข้อปฏิบัติในกรณีให้ทารกกินนมจากเต้า
- อาบน้ำหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและหัวนมด้วยสบู่และน้ำ
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น 70% เช็ดทำความสะอาด
- สวมหน้ากากอนามัยตลอดการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการให้นมลูก
- ไม่สัมผัสบริเวณใบหน้าของทารก เช่น การหอมแก้ม
ข้อปฏิบัติในการบีบน้ำนม และการป้อนนม
- อาบน้ำหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและหัวนมด้วยน้ำและสบู่
- ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น 70% เช็ดทำความสะอาด
- สวมหน้ากากอนามัย ตลอดการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเตรียมนม การบีบน้ำนม และการให้นม
- ไม่สัมผัสบริเวณใบหน้าของทารก เช่น หอมแก้ม
- หาผู้ช่วยหรือญาติที่มีสุขภาพแข็งแรง ทราบวิธีการป้อนนมที่ถูกต้อง และต้องปฏิบัติตามวิธีการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด โดยนำน้ำนมแม่มาป้อนด้วยการใช้ช้อน ถ้วยเล็ก หรือขวดนม
- ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เช่น ที่ปั๊มนม ขวดนม ด้วยน้ำยาล้างอุปกรณ์ และทำการนึ่งฆ่าเชื้อหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม