
1. เลือกโรงเรียนสอนภาษาดูที่หลักสูตร
สถาบันควรมีหลักสูตรและแนวทางการพัฒนาภาษาที่ชัดเจนและเหมาะสมกับวัย สำหรับเด็กเล็กควรเป็นหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมสนุกๆ เช่น การเล่านิทาน ระบายสี ทำงานศิลปะ เล่นเกมฝึกออกเสียงด้วยการร้องเพลง มีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity)และ การเล่นบทบาทสมมติ เป็นต้น ที่สำคัญไม่เน้นใช้ทีวีเป็นสื่อการสอน กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแต่ช่วยเพิ่มคำศัทพ์และประโยคภาษาอังกฤษให้เด็กๆได้ซึมซับอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับมานั่งเรียน
2. เลือกโรงเรียนสอนภาษาดูที่ครูผู้สอน
ครูผู้สอนต้องมีทักษะในการสอน เข้าใจธรรมชาติของเด็กในแต่ละวัย อัธยาศัยดี และสามารถจัดการกับเด็กที่ต่อต้านการเรียนภาษาที่สองได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากเน้นเรื่องสำเนียงจะต้องเลือกสถาบันที่มีครูผู้สอนชาวต่างประเทศที่เป็นเจ้าของภาษาโดยตรง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
3. เลือกโรงเรียนสอนภาษาดูที่นโยบายของสถาบัน
4. เลือกโรงเรียนสอนภาษาดูที่ราคา
ค่าเรียนสมเหตุสมผล ซึ่งโดยรวมขึ้นอยู่กับหลักสูตร คุณภาพครูผู้สอน อุปกรณ์การสอน สถานที่และการตกแต่งสถานที่ คุณพ่อคุณแม่ควรคำนวณค่าเรียนต่อชั่วโมงเรียน (ถ้าสถาบันใดมีช่วงเวลาทานอาหารหรืออาหารว่าง ไม่ควรนับเวลารวมในชั่วโมงเรียน)
ทั้งนี้การเลือกสถาบันภาษาควรให้ความสำคัญกับความสนใจของลูกเป็นหลัก เพื่อให้ลูกมีความสุขและสนุกไปกับการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักว่าสถาบันเหล่านี้เป็นเพียงแค่ตัวเสริม ลูกจะได้ใช้เวลาเรียนภาษากับทางสถาบันเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าอยากให้ลูกใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม คุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างสภาวะแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ เพื่อให้ลูกคุ้นเคยและเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา