ภาวะมดลูกแตก ภัยเงียบแม่ท้อง รุนแรงถึงชีวิต

ภาวะมดลูกแตก ภัยเงียบแม่ท้อง รุนแรงถึงชีวิต
ภาวะมดลูกแตกคือภาวะที่ผนังมดลูกฉีกขาดระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะคลอด เป็นภาวะที่อันตรายต่อทั้งแม่และทารกในครรภ์ เกิดจากหลายสาเหตุ แม้ท้องต้องระวังและคอยเช็กสัญญาณเตือนภาวะมดลูกแตกให้ดี
ภาวะมดลูกแตกคืออะไร
ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) เป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากผนังมดลูกฉีกขาดทะลุทำให้มีเลือดออกในช่องท้องในปริมาณมาก ส่วนทารกและน้ำคร่ำอาจหลุดออกนอกโพรงมดลูก ทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ส่วนแม่ท้องอาจเกิดภาวะช็อกจากการเสียเลือดและอาจเสียชีวิตได้
สาเหตุของภาวะมดลูกแตก
- มดลูกได้รับบาดเจ็บหรือโดนกระแทกอย่างรุนแรง
- เคยผ่าตัดผนังมดลูกมาก่อน
- เคยขูดมดลูกหรือเคยทำแท้งมาก่อน
- ผนังมดลูกบางผิดปกติ
- รกฝังตัวลึกไปในผนังมดลูกแล้วทะลุออกมาด้านนอกมดลูก
- เจ็บครรภ์นานเกินไป มดลูกหดรัดแรง แต่ปากมดลูกไม่ยอมเปิด
- เชิงกรานแคบ ทารกตัวโตมาก ท่าของทารกผิดปกติ หรือทารกหัวบาตร
- การใช้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก เช่น oxytocin หรือ misoprostol
- แม่ที่คลอดทางช่องคลอดหลังจากการผ่าตัดคลอด
สัญญาณเตือนภาวะมดลูกแตก
- ปวดท้องรุนแรง หรือปวดผิดไปจากการเจ็บครรภ์คลอดตามปกติ
- ปวดบริเวณเหนือหัวหน่าว
- มีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง หรือปวดท้องเพิ่มขึ้น
- มีเลือดออกทางช่องคลอดในปริมาณมาก
- การหดรัดตัวของมดลูกผิดปกติ หรือหายไปกะทันหัน
- ชีพจรของแม่เต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หรือมีภาวะช็อก
- หัวใจทารกเต้นผิดปกติ เช่น เต้นช้าลง หรือไม่พบการเต้นของหัวใจทารก
การดูแลรักษาภาวะมดลูกแตก
- แพทย์ประเมินสภาวะและกู้ชีพแม่ก่อนทารกเสมอ
- ผ่าตัดฉุกเฉินทุกรายทันที
- แพทย์จะพิจารณาเย็บซ่อมแซมหรือตัดมดลูกขึ้นอยู่กับสภาพของรอยแตก กรณีที่เลือดออกไม่หยุดแพทย์อาจมีความจำเป็นตัดมดลูกเพื่อรักษาชีวิตของแม่ไว้
เคยมดลูกแตกมาแล้วจะมีลูกได้อีกหรือไม่?
แม่ที่เคยรักษาภาวะมดลูกแตกและยังไม่ถูกตัดมดลูก สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ควรเว้นระยะการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและแผลสมานตัวดีขึ้น
ภาวะมดลูกแตกเป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเป็นภาวะที่มีความรุนแรง
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่กังวลเกี่ยวกับภาวะนี้ สามารถป้องกันได้ด้วยการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ แจ้งประวัติการผ่าตัดให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด ปรึกษาสูติแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการคลอด และคอยสังเกตสัญญาณต่าง ๆ ของร่างกาย (ทั้งของของแม่และทารก) หากพบความผิดปกติควรรีบไปโรงพยาบาลทันที