
คนท้องเอกซเรย์ร่างกายได้ไหม และไม่ควรได้รับรังสีเกินเท่าไหร่
แม่ตั้งครรภ์สามารถเอกซเรย์ร่างกายได้ แต่ไม่ควรทำช่วงอายุครรภ์ 10 - 17 สัปดาห์ เพราะรังสีจะส่งผลต่อระบบประสาทของทารกในครรภ์
การเอกซเรย์ทำงานอย่างไร
เอกซเรย์เป็นการใช้รังสีประเภทหนึ่งที่มีความสามารถในการผ่านทะลุร่างกายของมนุษย์ได้ คนเราไม่สามารถมองเห็นหรือรู้สึกถึงรังสีนี้ได้ ขณะที่รังสีทะลุผ่านร่างกายไป พลังงานของรังสีเอกซ์จะถูกอวัยวะส่วนต่าง ๆ ดูดซับเข้าไปในอัตราที่ต่างกัน โดยอีกด้านของร่างกายจะมีตัวตรวจจับรังสี ซึ่งคอยรับรังสีที่ผ่านทะลุร่างกายและเปลี่ยนข้อมูลที่ได้ออกมาเป็นภาพ
ส่วนร่างกายที่มีความหนาแน่นอย่างกระดูก จะทำให้รังสีเอกซ์ทะลุผ่านได้ยาก ทำให้ปรากฏตำแหน่งของสิ่ง ๆ นั้นออกมาเป็นสีขาวเข้ม ส่วนที่มีสีขาวจาง ๆ จะแสดงให้เห็นว่ารังสีสามารถผ่านสิ่งนั้นได้ง่ายดายกว่า ซึ่งมักจะเป็นหัวใจและปอด ที่ปรากฏบนฟิล์มเป็นจุดสีดำ
ข้อควรระวังเมื่อเอกซเรย์ระหว่างตั้งครรภ์
- ต้องแจ้งให้แพทย์และผู้เชี่ยวชาญทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ก่อนเอกซ์เรย์ "ทุกครั้ง" หากไม่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์อยู่แพทย์จะซักถามถึงประจำเดือนครั้งสุดท้าย และยึดหลัก “10 days rule” หรือการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือน ไป 10 วัน จะเป็นช่วงที่ปลอดจากการตกไข่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการฉายรังสี
- ไม่ควรเอกซ์เรย์ในช่วงอายุครรภ์ 10 - 17 สัปดาห์ เพราะรังสีจะส่งผลต่อระบบประสาทของทารกในครรภ์
- หากมีการเอกซเรย์ไปแล้วแต่เพื่งทราบว่าตั้งครรภ์ และทำไปเพียง 1 ครั้ง คุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวลเกินไปนัก เพราะรังสีที่ได้รับไม่ได้เกินกำหนดที่จะสร้างอันตรายต่อลูกได้ สิ่งสำคัญคือคุณแม่ควรรีบฝากครรภ์และแจ้งสูตินรีแพทย์ทราบ เพื่อติดตามพัฒนาการของครรภ์และทารกอย่างต่อเนื่อง
- แม่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับรังสีเกิน 5 rad
- หากรับรังสีมากกว่า 10 ถึง 150 rads อาจส่งผลให้ทารกมีศีรษะเล็ก หรือ อาจมีความพิการทางสมอง
หากคุณแม่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องรับการรักษาหรือตรวจโรคที่มีการเอกซ์เรย์รับรังสีจริง ๆ ควรปรึกษาและเข้ากระบวนการรักษาภายใต้การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดค่ะ
อ้างอิง: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี