
คนท้อง แม่ตั้งครรภ์ห้ามกินยอดผักจริงไหม คนท้องกินยอดผักจะเป็นเก๊าต์จริงไหม
คนท้องสามารถกินยอดผักได้ ไม่มีความเสี่ยงเป็นโรคเก๊าต์ ยกเว้นคนที่เป็นเก๊าต์จากกรรมพันธุ์ หรือระบบการกำจัดยูริกของร่างกายผิดปกติ ไม่ใช่แค่การกินยอดผักเพียงอย่างเดียว
คนท้องกินยอดผักได้ไหม
คนท้องสามารถกินยอดผักได้ และยังดีต่อสุขภาพด้วย เช่น ยอดตำลึง ยอดฟักทอง ยอดผักแม้ว ยอดผักหวาน เป็นต้น
- ยอดตำลึง
- มีธาตุเหล็กสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงป้องกันภาวะโลหิตจาง
- มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยเรื่องสายตาและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
- มีใยอาหารช่วยเรื่องขับถ่าย
- ยอดฟักทอง
- มีฟอสฟอรัสและวิตามินที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
- ยอดผักหวาน
- มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงมาก ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันของทารก และช่วยลดการเป็นตะคริวของคุณแม่
- มีวิตามินเคช่วยในการแข็งตัวของเลือด
- ยอดชะอม
- มีวิตามินเอสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยในการมองเห็น
- ฟอสฟอรัสและแคลเซียม
ข้อควรระวัง: ชะอมมีกลิ่นฉุนและมีกรดพิวรีนในระดับปานกลาง-สูง แต่ยังกินได้โดยต้องทำให้สุด เช่น ต้มหรือทอด และไม่ควรกินในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาส 3 เพราะจะทำให้มีอาการแน่นท้องหรือกรดไหลย้อนได้
- ยอดฟักแม้ว (ยอดมะระหวาน)
- มีโฟเลตสูง ซึ่งจำเป็นมากในไตรมาสแรกเพื่อป้องกันความพิการทางสมองของลูก และมีฤทธิ์เย็นช่วยลดอาการร้อนในของคุณแม่
- มีเส้นใยอาหารสูงมาก ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงาน
วิธีกินยอดผักสำหรับคนท้อง
- ต้องล้างให้สะอาด เช่น ล้างแบบปล่อยให้น้ำไหลออกตลอด หรือใช้น้ำยาล้างผัก เพราะยอดผักมักมีลักษณะเป็นช่อซ้อนกัน อาจมีเศษดินหรือไข่แมลงซ่อนอยู่ ควรเด็ดแล้วล้างผ่านน้ำไหลหลาย ๆ รอบ
- ต้องปรุงสุกเท่านั้น เพราะยอดผักบางชนิดมีสาร ออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งถ้ากินดิบปริมาณมากอาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมหรือเสี่ยงต่อนิ่วในไต แต่ความร้อนจากการปรุงสุกจะช่วยลดสารนี้ได้
- ต้องกินแบบสลับกับผักอื่น ๆ ไม่ควรกินผักชนิดเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารหลากหลายและลดการสะสมของสารบางชนิด
จริง ๆ แล้วโรคเก๊าต์ในคนท้องพบได้น้อยมาก เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในช่วงตั้งครรภ์มีคุณสมบัติช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกได้ดีขึ้น แต่ถ้าคุณแม่มีอาการเท้าบวมหรือปวดข้อ มักเกิดจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ข้อต้องรับแรงกระแทก หรือการคั่งของน้ำในร่างกาย