facebook  youtube  line

แนะนำโรงเรียน

รีวิวโรงเรียนนานาชาติ D-PREP เมื่อโรงเรียนคือพื้นที่ให้เด็กค้นพบศักยภาพของตัวเอง

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

รีวิวโรงเรียนนานาชาติ D-PREP เมื่อโรงเรียนคือพื้นที่ให้เด็กค้นพบศักยภาพของตัวเอง

สรุปรีวิวโรงเรียนนานาชาติ D-PREP

ข้อมูลติดต่อโรงเรียน
โรงเรียนนานาชาติ D-PREP (D-PREP International School)

📍 Primary Campus (อนุบาล–ประถม)
เลขที่ 38, 38/1-3, 39 หมู่ 6 ถนนบางนา-ตราด กม.8 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 

📍 Secondary Campus (มัธยม)
เลขที่ 97/9 หมู่ 1 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 

  • School Engagement : 02-105-1757
  • Admission Hotline : 095-879-4944


ระดับชั้นที่เปิดสอน: เปิดสอนตั้งแต่ Early Years ไปจนถึง High School (อายุ 2 - 18 ปี)

ค่าเทอมโดยประมาณ: 453,880 - 698,290 บาท ขึ้นอยู่กับระดับชั้นเรียน

☆ ประเภทโรงเรียน: โรงเรียนนานาชาติ

ประเภทหลักสูตร: หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) ตามมาตรฐานสากล มี Pre-AP / AP courses เตรียมเข้ามหาวิทยาลัยต่างประเทศ

กิจกรรมเสริม
โรงเรียนนานาชาติ D-PREP มีกิจกรรมเสริมที่เหมาะกับความชอบของเด็กแต่ละคน เช่น กิจกรรมด้านวิชาการ ศิลปะและการแสดง โครงการจิตอาสาและชุมชน การเรียนรู้นอกสถานที่ ฯลฯ 

☆ รักลูก Recommended 

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP เป็นโรงเรียนที่น่าสนใจมาก เพราะให้ความสำคัญในการสร้างคนให้มีคุณภาพและเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านลักษณะและบุคลิกของเด็กแต่ละคน ที่นี่จึงโดดเด่นทั้งด้านวิชาการที่ผสมผสานหลาย ๆ ศาสตร์เข้าด้วยกันในการพัฒนาโปรเจ็กการเรียนการสอน 

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาความถนัดของตัวเองผ่านกิจกรรมเสริมที่มีให้เลือกมากมาย ทำให้เด็กสนุกไปกับการเรียนรู้ ซึ่งจะกลายเป็น Life Skills ติดตัวไปตลอด 

------------------------------------

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

ข้อมูลติดต่อโรงเรียนนานาชาติ D-PREP (D-PREP International School)

📍 Primary Campus (อนุบาล–ประถม)

เลขที่ 38, 38/1-3, 39 หมู่ 6 ถนนบางนา-ตราด กม.8
ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 

Google Map: https://maps.app.goo.gl/VEGRFTxNCTrXp6MH8

📍 Secondary Campus (มัธยม)

เลขที่ 97/9 หมู่ 1 ตำบลบางพลีใหญ่
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
Google Map: https://maps.app.goo.gl/g1zKULrc8AM8TNgQ8

ระดับชั้นที่เปิดสอน

เปิดสอนตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Grade 12 (อายุประมาณ 2–18 ปี) มี Primary Campus และ Secondary Campus แยกกันสำหรับช่วงวัยต่าง ๆ 

ค่าเทอมโดยประมาณ

  • ค่าเทอมประมาณ 453,880 - 698,290 ขึ้นอยู่กับระดับชั้นเรียน
     
  • ค่าเล่าเรียนยังไม่รวมค่าธรรมเนียมสำหรับโปรแกรม ELL และค่าอาหารและสาธารณูปโภคประจำปี

  • ค่าอาหารและสาธารณูปโภค – 45,000 บาท ครอบคลุมค่าอาหารระหว่างวันเรียนปกติ 

  • หนังสือแบบฝึกหัดและสื่อการเรียนรู้ ทัศนศึกษา 2 ครั้งต่อปี (สำหรับ อนุบาล 1 ขึ้นไป) และประกันอุบัติเหตุสำหรับนักเรียนแต่ละคน 

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

ประเภทหลักสูตร

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP ใช้หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง (Experiential Learning) และการพัฒนาทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิต

หลักสูตรในแต่ละช่วงวัย

  1. Early Years (อนุบาล) ใช้แนวคิด Reggio Emilia เรียนรู้ผ่านการเล่น การทดลอง และความสนใจของเด็ก

  2. Primary School (ประถม) ใช้ IB PYP (Primary Years Programme) เรียนแบบบูรณาการหลายวิชา เน้นตั้งคำถามและคิดวิเคราะห์

  3. Middle & High School หลักสูตรอเมริกัน มี Pre-AP / AP courses เตรียมเข้ามหาวิทยาลัยต่างประเทศ 

การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงห้องเรียนกับโลกจริง

เมื่อการเรียนในระดับมัธยมไม่ได้เตรียมเด็กเพียงเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาวะผู้นำ และความรับผิดชอบต่อโลก

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP  ให้ความสำคัญคือการออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ความรู้ในตำรามีคุณค่า แต่จะยิ่งมีความหมายมากขึ้นเมื่อเด็กสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง จากกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การทำโครงงาน การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยให้เด็กเข้าใจว่าความรู้แต่ละวิชามีความสัมพันธ์กับโลกภายนอกอย่างไร

กระบวนการเรียนรู้ลักษณะนี้ยังช่วยพัฒนา Critical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์) และ Problem Solving (การแก้ปัญหา) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคต เด็กที่ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้แบบนี้มักจะไม่มองการเรียนเป็นเพียงหน้าที่ แต่เริ่มเห็นว่าการเรียนรู้คือเครื่องมือที่ช่วยให้เขาเข้าใจโลกมากขึ้น

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

Dr. David Fitzgerald (Dr. Fitz) ผู้อำนวยการระดับมัธยมศึกษา เล่าถึงโครงสร้างการเรียนรู้ของโรงเรียนตั้งอยู่บนสองเสาหลักสำคัญ

  1. เสาแรกคือ Academic Curriculum (หลักสูตรวิชาการ)

  2. เสาที่สองคือ Leadership and Character Curriculum (หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำและคุณลักษณะของบุคคล)

ในด้านวิชาการ โรงเรียนใช้ Advanced Placement (AP) ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในระดับมัธยมปลาย หลักสูตรนี้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนเนื้อหาที่ท้าทายมากขึ้น และในบางกรณีสามารถนำหน่วยกิตไปใช้ต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้

นักเรียนหลายคนอาจพบว่าบางบทเรียนยาก และอาจต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ช่วงเวลาเหล่านี้เองที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะสำคัญ เช่น Perseverance (ความพากเพียร) Resilience (ความสามารถในการลุกขึ้นใหม่หลังความล้มเหลว) แม้ต้องเผชิญโจทย์ที่ยาก บางครั้งคำตอบแรกอาจไม่ถูกต้อง แต่การกลับมาทบทวนแนวคิดและลองวิธีใหม่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ Dr. Fitz ต้องการปลูกฝังคือ Learning How to Learn (การเรียนรู้วิธีการเรียนรู้) นักเรียนจะค่อย ๆ เข้าใจว่าการทำความเข้าใจเรื่องที่ซับซ้อนไม่ได้เกิดจากการท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตั้งคำถาม วิเคราะห์แนวคิด และพยายามหาคำตอบด้วยตัวเอง

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

การสร้างผู้นำรุ่นใหม่

Leadership (ภาวะผู้นำ) เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้ในระดับ Secondary (มัธยมศึกษา) ที่ D-PREP เพราะโรงเรียนเชื่อว่าการศึกษาไม่ได้มีหน้าที่เพียงพัฒนาความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตัวเองในสังคมด้วย

โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในโครงสร้างการพัฒนาภาวะผู้นำหลายรูปแบบ เช่น Student Government (สภานักเรียน) ที่เปิดพื้นที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนาชุมชนในโรงเรียน รวมถึงคณะทำงานเฉพาะด้านอย่าง Honor Council, Wellness Council, Service Council และ Student Ambassadors ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีบทบาทในการดูแลชุมชนโรงเรียน สร้างกิจกรรมเพื่อสังคม และเป็นตัวแทนของโรงเรียนในกิจกรรมต่าง ๆ

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

การเลือกโรงเรียนมัธยม คือการเลือกเส้นทางในการเติบโต

สุดท้าย เมื่อถูกถามว่าผู้ปกครองควรพิจารณาอะไรในการเลือกโรงเรียนมัธยมให้กับลูก Dr. Fitz ไม่ได้เริ่มต้นจากเรื่องชื่อเสียงของโรงเรียน หรือผลลัพธ์ของการสอบเพียงอย่างเดียว สำหรับเขา สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ความสอดคล้องของคุณค่าระหว่างโรงเรียนกับครอบครัว

โรงเรียนที่ดีควรเป็นสถานที่ที่สะท้อนคุณค่าที่ผู้ปกครองต้องการปลูกฝังให้กับลูก เพราะช่วงเวลาของระดับมัธยมศึกษาไม่ได้เป็นเพียงช่วงของการเรียนรู้ทางวิชาการ แต่เป็นช่วงเวลาที่เด็กกำลังพัฒนาตัวตน มุมมองต่อโลก และทัศนคติต่อสังคม

สำหรับผู้ปกครอง การเลือกโรงเรียนจึงไม่ใช่เพียงการเลือกสถานที่เรียน แต่คือการเลือกสภาพแวดล้อมที่ลูกจะใช้เวลาเติบโตในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โรงเรียนที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยทั้งทางความคิดและความรู้สึก เปิดโอกาสให้พวกเขาตั้งคำถาม เรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนาตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

กิจกรรมเสริม

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP มีกิจกรรมเสริมที่เหมาะกับความชอบของเด็กแต่ละคน กิจกรรมด้านวิชาการ ศิลปะและการแสดง โครงการจิตอาสาและชุมชน การเรียนรู้นอกสถานที่

ความสมดุลระหว่าง Academic Excellence และ Life Skills

คุณเลดี้ ดิษยะศริน ตะเวทิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติ D-PREP เล่าให้ฟังว่า D-PREP มองว่าการศึกษาที่สมบูรณ์ต้องให้ความสำคัญกับสององค์ประกอบพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือ Academic Excellence (ความเป็นเลิศทางวิชาการ) ซึ่งเป็นรากฐานของความรู้และการคิดวิเคราะห ์ และอีกด้านหนึ่งคือ Life Skills (ทักษะชีวิต) ที่ช่วยให้เด็กสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความรับผิดชอบและเข้าใจผู้อื่น

ทักษะเหล่านี้รวมถึงการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความยืดหยุ่นทางความคิด และความสามารถในการปรับตัว โลกการทำงานในอนาคตต้องการคนที่ไม่เพียงมีความรู้ แต่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการศึกษาจึงควรปลูกฝังแนวคิดของ Lifelong Learning (การเรียนรู้ตลอดชีวิต) ให้เด็กเห็นว่าการเรียนรู้ไม่ได้จบลงเมื่อออกจากโรงเรียน แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อไปตลอดชีวิต

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

Portfolio ที่สะท้อนตัวตนของนักเรียน

สำหรับ Dr. Fitz ผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ดีไม่ควรถูกสะท้อนผ่านเกรดหรือคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรสะท้อนผ่าน ประสบการณ์ ผลงาน และสิ่งที่นักเรียนได้ลงมือทำตลอดช่วงเวลาที่เรียนอยู่ที่ D-PREP

ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนพัฒนา Portfolio (ผลงานสะสมที่สะท้อนความสามารถ ความสนใจ และประสบการณ์ของนักเรียน) ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การสร้างผลงานด้าน Visual Arts และ AP Art (ศิลปะขั้นสูง) การทำงานวิจัยเชิงลึกผ่าน AP Research (โครงงานวิจัยระดับมัธยมปลาย) การมีบทบาทใน Leadership Program (โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ) หรือการสร้างสรรค์ผลงานผ่านโปรแกรมด้าน Technology และ Engineering (เทคโนโลยีและวิศวกรรม)

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

การต่อยอดการศึกษา

ในช่วงปีแรกของระดับมัธยมปลาย นักเรียนจะเริ่มวาง Academic Plan (แผนการเรียนส่วนบุคคล) ซึ่งเป็นแผนที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเองในระยะยาว กระบวนการนี้เริ่มจากการสำรวจความสนใจ ความถนัด และเป้าหมายของแต่ละคน นักเรียนจะได้ศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยหรือสาขาวิชาที่สนใจ พร้อมทั้งพิจารณาว่าควรเลือกวิชา กิจกรรม หรือประสบการณ์ใดที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้สอดคล้องกับเส้นทางนั้น

นักเรียนจะนำเสนอ Academic Plan ของตัวเองต่อผู้ปกครอง ครู และคณะกรรมการของโรงเรียน เป็นโอกาสให้นักเรียนได้อธิบายความคิดของตัวเอง รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ และเรียนรู้ที่จะวางแผนอนาคตอย่างมีเหตุผล

เมื่อเข้าสู่ Grade 10 นักเรียนจะได้เข้าร่วม Internship (ประสบการณ์ฝึกงาน) เพื่อสัมผัสโลกการทำงานจริง ประสบการณ์นี้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เห็นว่าความรู้ในห้องเรียนสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงอย่างไร และช่วยให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าความสนใจหรือเส้นทางอาชีพใดที่เหมาะสมกับตนเอง

จากนั้นในช่วง Grade 11 และ Grade 12 นักเรียนจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีม College Counseling (ทีมที่ปรึกษาด้านมหาวิทยาลัย) เพื่อสำรวจตัวเลือกของมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความสนใจทางวิชาการ โอกาสในการพัฒนาตัวเอง และความเหมาะสมกับเป้าหมายในอนาคต

ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนพัฒนา Portfolio (ผลงานสะสมที่สะท้อนความสามารถ ความสนใจ และประสบการณ์ของนักเรียน) ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การสร้างผลงานด้าน Visual Arts และ AP Art (ศิลปะขั้นสูง) การทำงานวิจัยเชิงลึกผ่าน AP Research (โครงงานวิจัยระดับมัธยมปลาย) การมีบทบาทใน Leadership Program (โครงการพัฒนาภาวะผู้นำ) หรือการสร้างสรรค์ผลงานผ่านโปรแกรมด้าน Technology และ Engineering (เทคโนโลยีและวิศวกรรม)

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

โรงเรียนที่ดี ไม่ได้วัดจากคะแนนเพียงอย่างเดียว

ผู้บริหารกล่าวว่า การศึกษาที่มีคุณภาพต้องช่วยให้เด็ก “เข้าใจตัวเอง” ก่อนจะเข้าใจโลก

ความสำเร็จทางวิชาการยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่หากระบบการเรียนรู้มุ่งเน้นเพียงการสอบผ่าน เด็กอาจไม่ได้ค้นพบความสนใจหรือศักยภาพของตนเอง เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน บางคนอาจโดดเด่นด้านวิชาการ ขณะที่บางคนมีความสามารถด้านศิลปะ กีฬา หรือการคิดเชิงสร้างสรรค์

บทบาทของโรงเรียนจึงไม่ใช่การทำให้เด็กทุกคนเหมือนกัน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กแต่ละคนได้สำรวจตัวเอง และพัฒนาความสามารถในแบบที่เหมาะสมกับตัวเขา

เมื่อเด็กมีโอกาสทดลอง เรียนรู้ และตั้งคำถาม ความมั่นใจในการเรียนรู้จะค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามประสบการณ์ที่เขาได้รับ จนกลายเป็น “ภาวะผู้นำ” ที่ตามมา

ในระดับ Middle School (มัธยมต้น) โรงเรียนใช้แนวคิด Expeditionary Learning

Expeditionary Learning เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลายวิชาเข้าด้วยกัน ผ่านหัวข้อหรือประเด็นสำคัญที่นักเรียนต้องสำรวจ

แทนที่จะเรียนวิชาแยกกันอย่างชัดเจน เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ นักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านหัวข้อหรือประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงความรู้จากหลายสาขาเข้าด้วยกัน วิธีการเรียนรู้ลักษณะนี้ช่วยให้เด็กมองเห็นความสัมพันธ์ของความรู้ในภาพรวม และเข้าใจว่าปัญหาหรือสถานการณ์ในโลกจริงมักต้องอาศัยมุมมองจากหลายวิชาประกอบกัน

แนวทางการเรียนรู้แบบนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น Critical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์) และ Problem Solving (การแก้ปัญหา) เพราะนักเรียนต้องมองปัญหาจากหลายมุมและเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ D-PREP, D-PREP International School, รีวิวโรงเรียน, โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, โรงเรียนนานาชาติ สมุทรปราการ, ค่าเทอม นานาชาติ D-PREP, โรงเรียนนานาชาติ D-PREP หลักสูตรอเมริกัน

รักลูก Recommended 

โรงเรียนนานาชาติ D-PREP เป็นโรงเรียนที่น่าสนใจมาก ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนเห็นว่าลูกมีศักยภาพที่มากกว่าวิชาการ แต่คือ “รู้วิธีเรียนรู้” เพื่อพัฒนาทั้ง Academic Excellence และ Life Skills โรงเรียนนี้เหมาะมากที่จะให้ลูกได้เข้าไปใช้ชีวิตเพื่อปูทางสู่อนาคต

เพราะให้ความสำคัญในการสร้างคนให้มีคุณภาพและเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านลักษณะและบุคลิกของเด็กแต่ละคน ที่นี่จึงโดดเด่นทั้งด้านวิชาการที่ผสมผสานหลาย ๆ ศาสตร์เข้าด้วยกันในการพัฒนาโปรเจ็กการเรียนการสอน 

หนึ่งจุดที่น่าสังเกตคือ ที่นี่เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกด้วย ดังนั้น พ่อแม่ต้องพร้อมที่จะติดตามและให้ความร่วมมือกับลูก ครู และโรงเรียน

สนใจเยี่ยมชมโรงเรียน หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม คลิกได้ที่ dprep.ac.th

รีวิวโรงเรียน, แนะนำโรงเรียนนานาชาติ

  • Hits: 984

รีวิวโรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

รีวิวโรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit

สรุปรีวิวโรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit 

ข้อมูลติดต่อโรงเรียน
โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit
เลขที่ 59 59/1 ซอย สุขุมวิท 49/3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 

ระดับชั้นที่เปิดสอน: เปิดสอนตั้งแต่ Early Years ไปจนถึง High School (อายุ 2 - 18 ปี)

ประเภทโรงเรียน: โรงเรียนนานาชาติ

ประเภทหลักสูตร: หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) ตามมาตรฐานสากล

กิจกรรมเสริม
โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเรียนรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ ความสามารถพิเศษ และทักษะชีวิต โดยมีกิจกรรมเสริมที่หลากหลาย เช่น TEDx, Project NOFA (ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง), Dance Club หรือ กิจกรรมกีฬาที่เปิดให้แข่งขันกับโรงเรียนนานาชาติอื่น ๆ 

รักลูก Recommended 

พื้นที่ปลอดภัยที่บ่มเพาะตัวตน ผ่านหลักสูตรอเมริกันที่เข้มข้นครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่ง นักเรียนจะได้รับประสบการ์ณที่หลากหลายพัฒนาทักษะรอบด้าน ด้านวิชาการ กิจกรรม ได้ลงมือทำด้วยตนเอง และยังครอบคลุมการเรียนรู้ทุกระดับชั้นตั้งแต่ Early Years ไปจนถึง High School ซึ่งส่งเสริมให้นักเรียนได้ค้นหาความชอบ วางแผนการเลือกวิชาเรียนที่สนใจด้วยตนเอง พานักเรียนไปถึงเป้าหมายในอนาคต ต่อยอดเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลกโดยไม่จำกัดอยู่แค่มหาวิทยาลัยในอเมริกาหรือในไทยเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนนานาชาติที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ในทุกช่วงวัย พร้อมต่อยอดอนาคตตามเส้นทางที่เด็ก ๆ เป็นผู้เลือกเอง 

--------------------------------------

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

ข้อมูลติดต่อโรงเรียน
โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit

ที่อยู่: 59 59/1 ซอย สุขุมวิท 49/3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 

Google Maps: https://maps.app.goo.gl/Jj7BUkJSdJME9ZoKA 

  • Website: asbsk.ac.th 
  • LINE: @asbsukhumvit 
  • Admissions Hotline: +66 64 564 4949, +66 66 132 3202 

หากสนใจสมัครทุนการศึกษา เยี่ยมชมโรงเรียน หรือรับคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อฝ่ายรับสมัครของโรงเรียนผ่านช่องทางการติดต่อด้านบน

ระดับชั้นที่เปิดสอน

โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit เปิดสอนตั้งแต่ Early Years ไปจนถึง High School โดยแบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 4 ระดับชั้น 

  1. Early Years: PreK 1A, 1B, 2 และ Kindergarten (อายุ 2 - 5 ปี)
  2. Elementary School: Grades 1 - 5  (อายุ 6 - 10 ปี)
  3. Middle School: Grades 6 - 8 (อายุ 11 - 13 ปี)
  4. High School: Grades 9 - 12 (อายุ 14 - 18 ปี)

ประเภทหลักสูตร

หลักสูตรอเมริกัน (American Curriculum) ตามมาตรฐาน Common Core State Standards ผสานกับแนวทางการสอนระดับสากล เช่น Play-based Learning, Inquiry-based Learning รวมถึง Social-Emotional Learning เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้รอบด้าน และเปิดสอน Advanced Placement (AP) Program ในระดับ High School (เกรด 9-12) โดยมีรายวิชา AP Courses มากถึง 21 รายวิชา ครอบคลุมในทุกหมวดหมู่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวหน้าของโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอเมริกันในไทยที่ส่งมอบหลักสูตรและรายวิชา AP ที่เข้มข้นและครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่ง

จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ที่ไม่ได้เริ่มจากห้องเรียน

สิ่งแรกที่ผู้ปกครองหลายคนมองหาเมื่อก้าวเข้าไปในโรงเรียน อาจไม่ใช่ตารางเรียนหรือรายชื่อมหาวิทยาลัยปลายทาง แต่คือบรรยากาศบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก เช่น ความรู้สึกว่าที่นี่ “ปลอดภัยพอ” สำหรับลูกหรือไม่ และ “อบอุ่นพอ” สำหรับครอบครัวที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศหรือเปล่า สำหรับ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit ความรู้สึกนั้นไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นจากการสื่อสารภายนอก แต่ค่อย ๆ ก่อตัวจากชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ ในโรงเรียน

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

เมื่อความหลากหลายไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือชีวิตประจำวัน

Dr. Connie Kim, Head of School อธิบายว่า หากไม่พูดถึงหลักสูตรหรือชื่อเสียง สิ่งแรกที่อยากให้ผู้ปกครองรู้สึกเมื่อเข้ามาในโรงเรียน คือความเป็น Community นานาชาติ ที่เด็กไม่ต้องพยายามปรับตัวให้เหมือนใคร ที่นี่ไม่มีเชื้อชาติหรือสัญชาติใดเป็นเสียงส่วนใหญ่ นักเรียนมาจากหลากหลายพื้นที่ และความหลากหลายนั้นไม่ได้อยู่แค่ในโบรชัวร์ แต่ปรากฏอยู่ในห้องเรียน สนามเด็กเล่น และพื้นที่ส่วนกลางทุกวัน

บริบทนี้มีความหมายอย่างมากสำหรับครอบครัวนานาชาติที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ชั่วคราว หลายครอบครัวพักอยู่เพียงสามถึงห้าปี โรงเรียนจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้การศึกษา แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กและผู้ปกครอง “ปรับตัว” กับชีวิตใหม่ได้ไม่ยากนัก 

ก่อนที่ XCL ASB Sukhumvit จะเริ่มการพัฒนาในเฟสที่เรียกว่า “The New ASB” คำถามสำคัญของทีมบริหารไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนแปลง แต่คือสิ่งใดที่ไม่ควรถูกเปลี่ยน คำตอบที่ได้จากนักเรียน ครู และผู้ปกครอง คือ การเป็นโรงเรียนขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกของการเป็นครอบครัวเดียวกัน สิ่งนี้กลายเป็นแกนหลักที่ต้องได้รับการปกป้อง แม้โรงเรียนจะเติบโตและพัฒนาไปในหลายมิติ

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

วัฒนธรรมนักเรียน คือหัวใจที่สร้างซ้ำไม่ได้

ในมุมของ Dr. Mechum Purnell, Middle & High School Principal สิ่งที่ทำให้ XCL ASB Sukhumvit แตกต่างจากโรงเรียนนานาชาติอื่น ๆ คือ “นักเรียน”

บรรยากาศที่นักเรียนเคารพกัน กล้าพูดคุยกับครู และรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวเอง คือสิ่งที่โรงเรียนจำนวนมากพยายามสร้าง แต่ไม่ใช่ทุกแห่งจะประสบความสำเร็จ ที่ XCL ASB Sukhumvit วัฒนธรรมนี้มีอยู่ก่อนแล้ว และแข็งแรงขึ้นเมื่อมีนักเรียนใหม่เข้ามาเติมเต็ม

ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับนักเรียน ระหว่างนักเรียนกับครู รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับครอบครัว เป็นโครงสร้างที่หล่อเลี้ยงบรรยากาศทั้งหมด ในทุก ๆ เช้า Dr. Mechum เล่าว่าเขาจะยืนต้อนรับนักเรียนที่หน้าโรงเรียน และเห็นว่าเด็ก ๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทีผ่อนคลายและคุ้นเคย นี่คือสัญญาณเล็ก ๆ สะท้อนว่าพื้นที่นี้เป็นสถานที่ที่เด็กอยากมา ไม่ใช่สถานที่ที่ถูกบังคับให้มา

การดูแลที่ออกแบบจากการ “รู้จักเด็กเป็นรายคน”

การพูดถึง Student Well-being ในบริบทของ XCL ASB Sukhumvit  ไม่ได้หมายถึง กิจกรรมเสริมเป็นครั้งคราว แต่คือระบบดูแลที่ฝังอยู่ในโครงสร้างประจำวัน นักเรียนจะมีครูที่ปรึกษาและกลุ่มโฮมรูมขนาดเล็กใช้เวลาร่วมกันทุกวัน ทำให้ครูมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การดูแลเด็กจึงไม่ได้รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่เกิดจากการสังเกต พูดคุย และประสานงานกันอย่างต่อเนื่องระหว่างครู ครูแนะแนว และทีมบริหาร เมื่อเด็กมีพื้นที่ที่รู้สึกว่ามีผู้ใหญ่รับฟังและเข้าใจ ความมั่นคงทางใจก็เกิดขึ้น และส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

กิจกรรมเสริม

โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ ความสามารถพิเศษ และทักษะชีวิต โดยมีกิจกรรมเสริมที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนเกิดความเป็นเลิศอย่างรอบด้าน เช่น

  1. กิจกรรมคลับที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น เช่น NHS, MUN clubs
  2. กิจกรรมกีฬา ร่วมมือกับ AISAA ให้นักเรียนได้แข่งกีฬากับโรงเรียนนานาชาติอื่น ๆ
  3. Student-led Clubs ก่อตั้งตามความสนใจของนักเรียนในแต่ละปี เช่น TEDx, Project NOFA (ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง), Dance Club และอื่น ๆ
  4. กิจกรรม International Food Fiesta ประจำปี เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายด้านสัญชาติภายในโรงเรียน

การต่อยอดการศึกษา

การเรียนรู้ที่ไม่ผูกติดกับการสอบเพียงอย่างเดียว XCL ASB Sukhumvit ยังคงให้ความสำคัญกับความเข้มข้นทางวิชาการ การวัดความสามารถของเด็กไม่ได้ยึดติดกับการสอบที่มีแรงกดดันสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยโรงเรียนเลือกใช้การประเมินหลายรูปแบบ ทั้งการนำเสนอ งานกลุ่ม การทำโปรเจกต์ และการมีส่วนร่วมในห้องเรียนตลอดปีการศึกษา

แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเข้าใจว่า การเรียนรู้ของคนเชื่อมโยงกับสภาวะทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ สมองจะเปิดรับการเรียนรู้ได้มากขึ้น และสามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่

โดยในระดับ Middle และ High School ทาง XCL ASB Sukhumvit จะมี College and Career Counseling Program ที่จะช่วยนักเรียนแต่ละคนค้นหาความชอบ วางแผนการเลือกวิชาเรียน เพื่อช่วยส่งให้พวกเขาไปถึงเป้าหมายการเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลกได้ โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่มหาวิทยาลัยในอเมริกาหรือในไทยเท่านั้น

6226-12.jpg

การลงทุนในอนาคตที่มองไกลกว่าผลการเรียน

ในส่วนของการมอบทุนการศึกษาของ XCL ASB Sukhumvit สะท้อนแนวคิดเดียวกัน โรงเรียนมอบทุนทั้งด้านวิชาการ และความสามารถพิเศษ โดยพิจารณาจากทัศนคติ ความยืดหยุ่น และความพร้อมในการเติบโต นักเรียนได้รับการสนับสนุนให้ค้นหาตัวตนของตนเอง ผ่านการเรียนรู้และการลงมือทำ ภายใต้ระบบที่พร้อมโอบรับความแตกต่าง

สำหรับผู้นำทั้งสอง ความสำเร็จของโรงเรียนไม่ได้จบลงในวันรับประกาศนียบัตร แต่คือการเห็นศิษย์เก่าที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักตัวเอง และพร้อมใช้ศักยภาพของตนเองในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

การเลือกโรงเรียน โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวนานาชาติ ไม่ใช่การเลือกแค่สถานที่เรียน แต่คือการเลือกสภาพแวดล้อมที่ลูกจะใช้ชีวิตในแต่ละวัน ได้เรียนรู้ เติบโต และเผชิญความเปลี่ยนแปลงร่วมกับผู้คนรอบตัว โรงเรียนที่ดีจึงไม่ใช่เพียงที่สอนให้เด็กพร้อมสอบหรือพร้อมเข้ามหาวิทยาลัย แต่คือพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กค่อย ๆ สร้างความมั่นใจในตัวเอง และกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

การสื่อสารที่ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์

ท่ามกลางการแข่งขันของโรงเรียนนานาชาติ XCL ASB Sukhumvit มองการสื่อสารเป็นเครื่องมือเชื่อมโยง มากกว่าการโฆษณา โรงเรียนให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใส และเข้าถึงได้ ทั้งกับครอบครัวปัจจุบันและครอบครัวที่กำลังมองหาทางเลือก

หนึ่งในตัวอย่างคือพอดแคสต์ที่ Dr. Connie เป็นผู้ดำเนินรายการ เปิดพื้นที่ให้เสียงของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของการเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน การเล่าเรื่องจากภายในนี้ช่วยให้ผู้ปกครองมองเห็นภาพชีวิตในโรงเรียนได้ชัดเจนกว่าข้อมูลเชิงตัวเลข

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

สิ่งอำนวยความสะดวก และ ความปลอดภัย

  • Collaborative Classrooms (ห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ร่วมกัน) ห้องเรียนออกแบบมาเพื่อรองรับการเรียนรู้ในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดพื้นที่นั่งแบบยืดหยุ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การทำงานร่วมกัน

  • Laboratories (ห้องปฏิบัติการ) ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย เรียนรู้ชีววิทยา เคมี และฟิสิกส์ผ่านการทดลองจริง มีมาตรฐานความปลอดภัยเข้มงวดและการดูแลของครูผู้เชี่ยวชาญ รองรับทั้งวิชาหลักและโครงการ STEAM ขั้นสูง

  • Library (ห้องสมุด) ห้องสมุดพื้นที่การเรียนรู้ขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยทรัพยากรที่หลากหลายและบรรยากาศสงบ เหมาะแก่การอ่านและค้นคว้า พื้นที่ที่ปลูกฝังความใฝ่รู้และส่งเสริมการเติบโตทางปัญญาของนักเรียนทุกคน
  • Creative Arts and Design Technology Room (ห้องสร้างสรรค์ศิลปะและเทคโนโลยีการออกแบบ) ห้องศิลปะ ห้องแสดงศักยภาพผ่านงานศิลป์และการออกแบบด้วยเทคโนโลยี บรรยากาศโปร่งโล่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมบทเรียนที่เสริมทักษะ ความมั่นใจ และความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ

  • Playground (สนามเด็กเล่น) สนามเด็กเล่นที่ออกแบบตามช่วงวัย สนับสนุนพัฒนาการทั้งทางร่างกาย สังคม และอารมณ์ พร้อมอุปกรณ์ได้มาตรฐานและพื้นยางกันกระแทก พื้นที่ร่มที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสบาย

  • Soccer Field (สนามฟุตบอล) สนามฟุตบอลกลางแจ้งสำหรับการเรียน การฝึกซ้อม และการแข่งขันระหว่างโรงเรียน พื้นที่กว้างขวางและมีคุณภาพสูง ช่วยพัฒนาทักษะกีฬา ความมีวินัย และการทำงานเป็นทีมในบรรยากาศที่สนุกท้าทาย

  • Jogging Track (ลู่วิ่งในร่ม) ลู่วิ่งในร่ม พื้นที่ออกกำลังกายที่ปลอดภัยและใช้งานได้ตลอดปี รองรับคาบพลศึกษา โปรแกรมฟิตเนส และกิจกรรมนอกเวลาเรียน พร้อมมาตรการดูแลความปลอดภัยที่ชัดเจนและดูแลอย่างใกล้ชิด

  • Gymnasium (โรงยิม) โรงยิมมาตรฐานรองรับการเรียนพลศึกษา แข่งขันกีฬา และกิจกรรมสำคัญของโรงเรียน ยังเป็นสถานที่จัดการแสดงของนักเรียน และงานสำคัญต่าง ๆ พร้อมใช้งานตลอดปี

  • Swimming Pool (สระว่ายน้ำ) สระว่ายน้ำที่ได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพ ใช้สำหรับการฝึกซ้อมทีมว่ายน้ำ และกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีครูผู้สอนที่ได้รับการรับรองและดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาทักษะ ความมั่นใจ และความแข็งแรง
  • ASB Plus Residential Program Building (อาคารหอพัก) โปรแกรมหอพักเต็มรูปแบบ ใจกลางสุขุมวิท สำหรับนักเรียน XCL ASB Sukhumvit อายุ 13 ปีขึ้นไป สะดวกสบายด้วยพื้นที่ส่วนกลาง Study Rooms ห้องพักแยกโซนนักเรียนชาย-หญิง และกิจกรรมเสริมอื่นๆ ในช่วงวันสุดสัปดาห์

นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น, Early Years Center,  Elementary School ,  Middle School Building, High School Building, World Languages Classrooms, Auditorium Music Studios, Performing Arts Studios เป็นต้น

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

Safe Zone ที่เกิดจากโครงสร้าง ไม่ใช่คำโฆษณา

สำหรับผู้ปกครองนานาชาติ ความกังวลสำคัญมักไม่ใช่เพียงเรื่องภาษา แต่คือการที่ลูกจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือไม่ แต่ที่โรงเรียนนานาชาติ XCL ASB Sukhumvit ตอบโจทย์นี้ด้วยกระบวนการต้อนรับนักเรียนใหม่ที่ออกแบบอย่างตั้งใจ ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามา หนึ่งในเรื่องสำคัญ คือระบบ Buddy ที่นักเรียนใหม่จะมีเพื่อนคอยดูแล สิ่งนี้ช่วยลดความตึงเครียด และทำให้เด็กไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีระบบติดตามและดูแลนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย ผ่านกระบวนการ RTI (Response to Intervention) เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนได้รับการดูแลและการสนับสนุนอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

Safe Zone ของ XCL ASB Sukhumvit จึงเกิดจากการดูแลที่เริ่มตั้งแต่วันแรกที่เด็กก้าวเข้ามาในโรงเรียน มีครูที่สังเกตอารมณ์ และมีทีมที่ติดตามอย่างต่อเนื่องจนเด็กสามารถพึงพาได้ด้วยตัวเอง และได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตามพัฒนาการของแต่ละบุคคล

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

ศักยภาพของคุณครู

คุณครูทุกคนมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (License) ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะครูผู้สอนรายวิชา AP ผ่านการอบรมและการรับรองตามมาตรฐานหลักสูตรอย่างเข้มข้น และครูผู้สอนส่วนใหญ่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา

จำนวนครูต่อจำนวนนักเรียนในแต่ละระดับชั้น

Nursery

  • PreK1A : ครู 3 คน ต่อ นักเรียน 14 คน 
  • PreK1B : ครู 3 คน ต่อ นักเรียน 16 คน 

Kindergarten

  • PreK2 : ครู 3 คน ต่อ นักเรียน 18 คน
  • KG : ครู 3 คน ต่อ นักเรียน 20 คน 

Elementary School

  • Grades 1 - 5 : ครู 1คน ต่อ นักเรียน 25 คน

Middle & High School

  • Grades 6 - 12 : ครู 1 คน ต่อ นักเรียน 25 คน

รีวิว โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, ค่าเทอม XCL American School of Bangkok, หลักสูตร XCL American School of Bangkok, โรงเรียนนานาชาติ ใกล้ฉัน, รีวิว โรงเรียนนานาชาติ, นานาชาติ กทม.

รักลูก Recommended

โรงเรียนนานาชาติ XCL American School of Bangkok, Sukhumvit เป็นโรงเรียนนานาชาติที่เข้มข้นทั้งการศึกษา และการเสริมสร้างประสบการณ์ที่เด็ก ๆ จะได้มีทักษะติดตัวไปใช้ในอนาคต

จุดเด่นของโรงเรียนคือการยึดสิ่งที่นักเรียนชอบเป็นหลัก การวัดผลของที่นี่ไม่ได้ยึดติดเพียงแค่ข้อสอบโรงเรียนเลือกใช้การประเมินที่หลากหลาย ทั้งงานกลุ่มและโปรเจกต์ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะในโลกจริงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ ค่ะ

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ โรงเรียนให้ความสำคัญกับนักเรียนตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาผ่านการใช้ชีวิตประจำวันในโรงเรียน ความหลากหลายจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน คือ การพูดคุยช่วงโฮมรูมทุกวัน มองว่าเป็นพื้นที่ที่สำคัญ สิ่งนี้จะทำให้นักเรียนรู้สึกว่า “มีคนคอยรับฟังเสมอ” ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้โดยตรงเลย 

ที่สำคัญ โปรแกรมเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยของที่นี่แข็งแรงมาก ๆ เพราะจะมีทีมคุณครูและผู้เชี่ยวชาญคอยวางแผนการเรียน เลือกวิชา AP เทรนเรื่องการเตรียม Portfolio และเขียน Essay ให้คำปรึกษาแบบรายบุคคล และช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไทยหรือที่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น 

ข้อสังเกตที่พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญ คือ บรรยากาศภายในโรงเรียน ซึ่งควรพาลูกไปสัมผัสบรรยากาศจริง ได้เห็นห้องเรียนจริง ได้ลองเล่นลานกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสังเกตความสนใจและความปลอดภัยของโรงเรียนจะยิ่งเพิ่มความเชื่อมมั่นใจโรงเรียนมากขึ้นค่ะ 

 

รีวิวโรงเรียน, แนะนำโรงเรียนนานาชาติ

  • Hits: 1574

รักลูกพาลูกสำรวจ โรงเรียนไตรพัฒน์ การศึกษาแนววอลดอร์ฟ ที่ช่วยให้ลูกรักเรียนอย่างมีความสุข

6201 1

รักลูกพาลูกสำรวจ โรงเรียนไตรพัฒน์ การศึกษาแนววอลดอร์ฟ ที่ช่วยให้ลูกรักเรียนอย่างมีความสุข.

ถ้าคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาโรงเรียนที่สักแห่งแบบที่สภาพแวดล้อมดี สังคมได้ กิจกรรมเด่น การเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัดทั้งในและนอกห้องเรียน แถมแนวทางของหลักสูตรยังสอดคล้องกับพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กแต่ละวัย

6201 2

รักลูกอยากแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้รู้จัก “โรงเรียนไตรพัฒน์” ที่มีแนวการสอนแบบวอลดอร์ฟ เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาให้ตรงกับความต้องการของเด็กเพื่อตอบสนองพัฒนาการของเขาและคุณครูเองไม่มีหน้าที่เพียงผู้สอนหนังสือเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้กระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้อีกด้วย

 

การศึกษาแนววอลดอร์ฟ ช่วยให้เด็กเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ

6201 3

โรงเรียนไตรพัฒน์เป็นโรงเรียนทางเลือกอีกแห่งหนึ่งที่มีการจัดการเรียนการสอนแนววอลดอร์ฟ ซึ่งเป็นแนวการศึกษาที่ออกแบบให้ตรงกับความต้องการของเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อตอบสนองพัฒนาการของเขา โดยมีครูคอยดูแล อำนวยความสะดวก และกระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน และเน้นบรรยากาศการเรียนการสอนที่สะท้อนความงดงามของธรรมชาติ ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับธรรมชาติมากที่สุด  

โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงชั้น ได้แก่

 

อนุบาล

6201 4

โดยการศึกษาวอลดอร์ฟ จะเริ่มการเรียนรู้อย่างเป็นรูปแบบเมื่อเด็กอายุ 6 หรือ 7 ปี เน้นการปลูกฝังจิตสำนึก ความดีงาม และการใช้จินตนาการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการในอนาคตของเด็ก

6201 5

ด้วยเด็กในวัยนี้เป็นนักเลียนแบบที่ซึมซับทุกสิ่งรอบตัวเหมือนฟองน้ำ ดังนั้นการจัดสภาพแวดล้อมที่ดีจึงสำคัญมาก ทั้งบรรยากาศห้องเรียนที่อบอุ่น เล่นของเล่นจากธรรมชาติ หรือแม้แต่เล่นกับของเล่นที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ตุ๊กตาทำมือ กล่องกระดาษ ลูกสน เพื่อกระตุ้นให้เด็กใช้จินตนาการเต็มที่

 

ประถมศึกษา – มัธยมต้น

6201 6

เมื่อเข้าสู่วัยประถมศึกษา เด็ก ๆ จะมีครูประจำชั้นที่คอยดูแลต่อเนื่อง 5–7 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงโดยเฉพาะพัฒนาการด้านอารมณ์ให้กับเขา แม้ว่าจะมีการปลูกฝังด้านพื้นฐานคุณธรรมจริยธรรมในช่วงวัยอนุบาลแล้ว แต่เด็กอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องที่เป็นนามธรรมมากนัก ในช่วงวัยนี้จึงมีการสอนผ่านสื่อการเรียนต่าง ๆ ที่ไม่ได้เป็นในเชิงให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำเสนอผ่านเนื้อหาวิชาหลักอย่างเช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และอื่น ๆ

6201 7

ซึ่งจะมีการเรียนในเชิงลึกโดยแบ่งการสอนเป็นช่วง ช่วงละ 3 - 4 สัปดาห์ ผ่านตารางเรียนวิชาหลักซึ่งจะเริ่มเป็นวิชาแรกของแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม ตามโครงสร้างของหลักสูตร เด็ก ๆ จะได้เรียนตามความต้องการที่ตรงกับพัฒนาการ หากแต่จะไม่เรียกชื่อวิชาโดยเฉพาะในช่วงประถมต้น เช่น วิชาประวัติศาสตร์ จะสอนก็ต่อเมื่อนักเรียนมีความเข้าใจในเรื่องอดีตของตัวเองแล้ว และจะเรียนวิชาเคมีก็ต่อเมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่ามันแยกออกจากกันได้ 

6201 8

นอกจากวิชาการในห้องเรียนแล้ว เด็ก ๆ ยังจะได้ฝึกทักษะชีวิตนอกห้องเรียนผ่านการปฏิบัติด้วย เช่น ทำฟาร์ม ก่อสร้าง ทำสวน งานช่างงานฝีมือต่าง ๆ อย่าง งานไม้ งานปั้น งานฝีมือ วาด ระบายสี ดนตรี จิตตลีลา เป็นต้น

6201 15

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประจำปีที่เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้จัดนิทรรศการนำผลงานมาแสดงร่วมกัน หรือมีการศึกษานอกสถานที่ เช่นไปทัศนศึกษาฟาร์มในท้องถิ่น เป็นต้น

6201 9

 

มัธยมปลาย

6201 10

สำหรับเด็กโตจะมีครูที่ปรึกษาคอยดูแลภาพรวมของชั้นเรียนอีกทีค่ะ แต่ละวิชาจะสอนโดยครูผู้เชี่ยวชาญในวิชานั้น ๆ  เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ประวัติศาสตร์ วรรณคดี ฯลฯ

6201 26

โดยวิชาหลักยังคงดำเนินควบคู่กับวิชาที่ต้องฝึกสม่ำเสมอ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีศิลปะ หัตถกรรม ดนตรี จิตตลีลา กีฬา วิชาพละ ยังต้องไปเรียนคู่กันเพื่อสร้างสมดุลให้กับเด็ก

6201 11

 

โรงเรียนไตรพัฒน์ บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่คุณครูต้องดูแลเด็กต่อเนื่องหลายปี เปรียบเสมือนมีผู้ใหญ่ในครอบครัวที่เข้าใจและเห็นการเติบโตของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ห้องเรียนถูกออกแบบเรียบง่ายด้วยแสงนุ่มนวล เครื่องเรือนไม้ และของเล่นจากธรรมชาติ ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ

6201 12

กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล งานศิลปะ ดนตรี หรือการทำสวนต่างช่วยให้เด็ก ๆ ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเพื่อน ครู และผู้ปกครอง

6201 17

นอกจากนี้ความร่วมมือจากชุมชนก็ดี กลุ่มผู้ปกครอง หรือศิษย์เก่าก็ดี ทำให้บรรยากาศของโรงเรียนไตรพัฒน์เต็มไปด้วยความความรัก ความอบอุ่น และความเข้มแข็ง

6201 16

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าโรงเรียนไตรพัฒน์นั้นไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่คือพื้นที่ที่หล่อเลี้ยงหัวใจและจิตวิญญาณของเด็ก ๆ เด็กจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ศิลปะ ธรรมชาติ และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับครูและเพื่อน ๆ รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ จนก่อเกิด “ความรักในการเรียนรู้” ที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

 

การรับสมัครและข้อมูลติดต่อ

6201 13

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาโรงเรียนแนววอลดอร์ฟและสนใจการจัดการศึกษาของโรงเรียนไตรพัฒน์ สามารถติดต่อขอเข้าเยี่ยมชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Line : @tripatschool

Facebook : https://web.facebook.com/tripatwaldorf

website : www.tripatschool.ac.th

โทรศัพท์ : 085-994-8298, 02-159-0702

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9:00-15:00 น.
(เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
 

โรงเรียนเอกชน

  • Hits: 5807

แนะนำโรงเรียนทับทอง โรงเรียนไทยมาตรฐานอินเตอร์ ที่ให้เด็กเป็นประชากรโลกด้วยความสุขจากภายใน

1

แนะนำโรงเรียนทับทอง โรงเรียนไทยมาตรฐานอินเตอร์ ที่ให้เด็กเป็นประชากรโลกด้วยความสุขจากภายใน

 

ในยุคที่พ่อแม่ต้องตัดสินใจเลือกรูปแบบระบบการศึกษาให้เหมาะกับลูกท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลาย ระหว่างโรงเรียนระบบไทยหรือระบบอินเตอร์  ความแตกต่างระหว่างสองระบบเป็นอย่างไร ข้อดี ข้อเสียคืออะไร การวางแผนระบบการเงินเพื่อส่งลูกให้เรียนถึงฝั่งฝันจะทำได้ไหม เหล่านี้เป็นคำถามยอดฮิตของผู้ปกครอง

ปัจจุบันด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ คุณพ่อ คุณแม่ ส่วนใหญ่ อยากให้ลูกก้าวทันการเปลี่ยนแปลง มีทักษะที่ดีในการใช้ชีวิต ซึ่งโรงเรียนในระบบอินเตอร์ดูเหมือนจะเป็นคำตอบให้กับผู้ปกครองส่วนใหญ่

วันนี้ทางรักลูกมีโอกาสมาเยี่ยมโรงเรียนเก่าแก่โรงหนึ่งในกรุงเทพซึ่งเปิดมา 54 ปีแล้ว และได้พูดคุยกับ ครูนุช ดร.อัญจลา จารุมิลินท ผู้อำนวยการโรงเรียนทับทอง ซึ่งเป็นทั้งศิษย์เก่าและทายาทรุ่นที่สองที่บริหารโรงเรียน นอกจากนี้ครูนุชยังเป็นอุปนายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ และ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยอีกด้วย

10

(อาจารย์นุช ดร.อัญจลา จารุมิลินท ผู้อำนวยการโรงเรียนทับทอง)

เมื่อพูดถึง “โรงเรียนในฝันของผู้ปกครอง” ครูนุชได้หยิบยกประเด็นสำคัญที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง นั่นคือ พื้นฐานของการใช้ภาษา “สิ่งที่ผู้ปกครองต้องถามตนเองคือ เราอยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษแบบสำเนียง native หรืออยากให้เขาสื่อสารได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง และมั่นใจ?”

เพราะท้ายที่สุด ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สำคัญกว่าสำเนียงที่สมบูรณ์แบบ การสื่อความได้ดีคือรากฐานของการเรียนรู้ทุกสาขาและการใช้ชีวิตในโลกอนาคต

ที่โรงเรียนของเรา เราเป็นโรงเรียนไทยที่ผสานแนวคิดการเรียนการสอนจากหลักสูตรนานาชาติอย่างแท้จริง เราคัดสรรจุดเด่นจากทุกระบบชั้นนำทั่วโลก มาปรับให้เข้ากับบริบทไทยและความต้องการของเด็กยุคใหม่ เพื่อให้เด็กได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งในเชิงวิชาการและทักษะชีวิต

เรามุ่งออกแบบการเรียนรู้โดยยึด “ผลลัพธ์ของเด็ก” เป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่การสร้างทักษะพื้นฐาน การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคต เด็ก ๆ จึงได้เรียนรู้ท่ามกลางมาตรฐานสากล ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น เข้าใจวัฒนธรรมไทย และส่งเสริมให้เติบโตอย่างมั่นใจ ที่จะใช้ภาษาสองหรือสามอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
 

 

11

(สนามเด็กเล่น พื้นยางสังเคราะห์ ปลอดภัยเวลาวิ่งเล่น)

หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้

โรงเรียนทับทอง ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนไทย แต่ก็มีอิสระในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็ก โดยมีการบูรณาการหลากหลายวิชาเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวโดยเน้นให้นักเรียนฝึกใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาสากลอย่างเป็นธรรมชาติ โดยจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning เพื่อให้เด็ก ๆ เกิดความสนใจใคร่เรียนรู้ มีทั้งความท้าทาย ความยากง่ายที่แตกต่างกันไป ซึ่ง Active Learning ที่โรงเรียนทับทองไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วโมงเรียนอย่างเดียว แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะที่เด็กใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน

14

(น้องชั้นอนุบาลกำลังพรีเซ็นต์การเรียนรู้เรื่องสีจากดอกไม้)

เด็กโรงเรียนทับทองจะเรียนรู้ที่จะใช้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ เพื่อต่อยอดความรู้ การคิดวิเคราะห์ เชิงวิทยาศาสตร์ และการคำนวณ และที่สำคัญทางโรงเรียนจะเน้นพัฒนาทักษะการเรียนให้แก่เด็ก (Learning to Learn) เพื่อให้เขามีความสุขกับการเรียนและเป็น life long learner ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่เสมอนี้

2

(กิจกรรม Morning Talk 30 นาทีก่อนเข้าเรียน)

 

3

 

5

(พี่ ๆ ชั้นประถมฯ ปลายกำลังทำขนมชั้น เรียนรู้ระบวนการชั่ง ตวง วัด จับเวลา บูรณาการหลายวิชาเข้าด้วยกัน) (เรียนรู้กระบวนการชั่ง)

 

สร้างพลเมืองโลกด้วย Growth Mindset และวินัยเชิงบวก

ครูนุชได้อธิบายการเป็นพลเมืองโลกในรูปแบบของโรงเรียนทับทองไว้ดังนี้

  • มี EF (Executive Functions of the Brain) ที่แข็งแรง เด็กที่ EF แข็งแรงจะมีทักษะในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทักษะพื้นฐานเช่นการจำเพื่อใช้งาน รู้จักยั้งคิดไตร่ตรอง มีความยืดหยุ่นทางความคิด 
  • Digital Citizen เด็กต้องเติบโตมาเป็นพลเมืองดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะดิจิทัลมักเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เด็กต้องสามารถปรับตัวเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้
  • มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รู้จักช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม ช่วยกันดูแลโลกของเรา ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่ออนาคตของลูกหลาน
  • รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและมีสุขสภาพที่ดี (Empathy & Wellness) จะต้องเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจในตัวเองและเข้าอกเข้าใจในผู้อื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่ออยู่กับคนอื่น สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันรู้จักที่จะดูแลทั้งสุขภาพกายและใจของตัวเองให้อยู่ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

 

โรงเรียนทับทองทำอย่างไร

  • เริ่มต้นด้วย Growth Mindset ครูทุกคนที่โรงเรียนทับทองจะต้องมี growth mindset ก่อนที่จะไปสอนเด็ก ๆ ได้ ด้วย mindset เช่นนี้ ทำให้คุณครูพร้อมที่จะดูแลเด็กที่มีพื้นฐานที่หลากหลาย พร้อมเผชิญและแก้ปัญหา ซึ่งเป็นการถ่ายทอดทักษะการเรียนรู้และการแก้ปัญหาไปสู่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โรงเรียนทับทองจะใช้คำพูดเชิงบวกในทุก ๆ สถานการณ์ เพื่อสร้างวินัย และกระตุ้นให้เด็ก ๆ อยากเรียนรู้ และพัฒนาทักษะทางสมอง EF อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในช่วงเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียน โดยเฉพาะในกิจกรรมกีฬา

13

การสอนสองภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ

แม้จะใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาฯ แต่โรงเรียนทับทองก็ให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาไทยในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นการท่องจำหรือเรียนเฉพาะวิชา แต่เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ภาษาในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การนำเสนอผลงาน และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนทับทองคุณครูจะต้องสอนภาษาเพื่อให้นักเรียนนำภาษาไปใช้ในการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือการคำนวณ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นี้จะมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

ครูนุชเชื่อว่าเด็กโรงเรียนทับทองสามารถสื่อสารทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้อย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ยังคงมีความเข้าใจเรื่องอัตลักษณ์ของความเป็นไทย เข้าใจรากเหง้าของวัฒนธรรมไทย เห็นคุณค่าศิลปะวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ และวรรณคดีต่าง ๆ ด้วย

 

บ้านกับโรงเรียนคือทีมเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้โรงเรียนทับทองโดดเด่นอีกด้านคือแนวคิดที่ว่าผู้ปกครองคือส่วนหนึ่งของโรงเรียน เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการพัฒนาเด็กคือความร่วมมือกันระหว่างครูกับผู้ปกครอง เรียนรู้วิธีเลี้ยงลูกอย่างมีความสุขตามแนวคิดเชิงบวก พร้อมกิจกรรมที่ให้ทั้งบ้านและโรงเรียนร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน


ซึ่งโรงเรียนมักมีกิจกรรมและการอบรมให้ผู้ปกครองเรียนรู้แนวทางการเลี้ยงลูกเชิงบวก และเปิดช่องทางพูดคุยกับครูอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันเมื่อมีปัญหา บ้านและโรงเรียนจะต้องช่วยกันหาทางแก้ปัญหา เพราะมีเป้าหมายเดียวคือให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุข

6

เตรียมเด็กสู่ยุค AI สอนให้เป็นผู้ใช้ ไม่ใช่คู่แข่ง

เมื่อพูดคุยกันถึงอนาคตของการศึกษาในยุค AI ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนพ่อแม่หลายคนก็มักจะกังวลถึงการเปลี่ยนแปลงและการเตรียมรับมือกับเทคโนโลยีนี้ แต่สำหรับที่โรงเรียนทับทองได้เตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ เอาไว้แล้ว

โดยครูนุชบอกกับเราว่า “เราต้องไม่ไปแข่งกับ AI แต่เราต้องเป็นผู้ใช้  AI ให้เป็น ไม่ใช่เป็นผู้ที่เชื่อแต่ AI จนเหมือนถูกครอบงำและชักจูงด้วย AI  ที่โรงเรียนทับทองเราหวังว่าสิ่งที่เราทำจะทำให้เด็กมีพื้นฐานที่แข็งแรงพอเพื่อต่อยอดไปเป็นผู้สร้าง AI ได้ในอนาคต”

ซึ่งการที่เด็กจะไปถึงจุดนั้นได้เด็กต้องอยากเรียนรู้ พร้อมเจอปัญหา รู้จักแก้ไขปัญหา และพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรม ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้ตามที่ดีได้ด้วย ดังนั้นการเรียนรู้ของโรงเรียนทับทองจึงมุ่งพัฒนาทักษะมนุษย์ที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้ เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และความเข้าใจผู้อื่น

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาโรงเรียนให้ลูกสามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษาหรือว่าเข้ามาเยี่ยมชมได้ว่าโรงเรียนนี้เหมาะกับลูกไหม หรือหากมีคำแนะนำทางโรงเรียนพร้อมรับฟังคุณพ่อคุณแม่เสมอค่ะ 

 

6214 11

ข้อมูลเพิ่มเติม

โรงเรียนทับทอง (Tubtong School)

ที่ตั้ง:104 ถนนพหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม 10900

เปิดสอนระดับ: อนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6

ค่าเทอมเฉลี่ย: ประมาณ 100,000 บาทต่อปี

โทรศัพท์: 02-561-2004, 061-432-4545

เว็บไซต์: tubtong.ac.th

 

 

 

 

รีวิวโรงเรียน

  • Hits: 5301

สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนที่เชื่อมั่นว่านักเรียนคือศูนย์กลางของการพัฒนา



วันนี้ “รักลูก” จะพาไปทำความรู้จักกับโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีที่นอกจากจะโดดเด่นในด้านหลักสูตรการเรียน-การสอนทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ทั้งไทย จีน อังกฤษแล้ว โรงเรียนย่านฝั่งธนแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความเอาใจใส่สถานภาพความสุขของเด็กนักเรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านวิชาการอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนแนวบูรณาการในฝันของคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านกันเลยทีเดียวค่ะ



1. หลักสูตรการสอนที่กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเด็ก

โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีเปิดรับนักเรียนตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 เริ่มต้นตั้งแต่ระดับอนุบาลที่ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สอนแบบเรียนปนเล่น (Play & Learn) ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรียนรูปแบบสาธิต หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเรียนแบบวิชาการ+ปฏิบัติจริง



โดยหลักสูตรที่โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีใช้ในการพัฒนานักเรียนในทุกระดับชั้นนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ Learning by doing การเรียนรู้จากการลงมือทำ, Student centered approach ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง และ Multiple languages skill ทักษะด้านการสนทนาภาษาต่างประเทศ



โดยล่าสุดในปี 2562 ทางโรงเรียนได้ต่อยอดพัฒนาหลักสูตร English program สำหรับระดับชั้นประถมศึกษา โดยกำหนดให้มีครูต่างชาติเป็นครูประจำชั้นและเน้นสอนในวิชาหลักๆเป็นภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โดยคิดเป็นการเรียนด้วยภาษาอังกฤษ 80% ของการเรียนการสอนทั้งหมด ในขณะที่การเรียนเป็นภาษาไทยก็จะมีเป็นบางวิชา เช่น วิชาสังคม หน้าที่พลเมือง ประวัติศาสตร์ และวิชาภาษาไทย เป็นต้น และยังมีการสอนภาษาจีนจากเหล่าซือให้อีกด้วย



เนื่องจากปณิธานของโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีนั้นคือความต้องการที่จะให้เด็กมีความแข็งแกร่งด้านภาษาไทย อังกฤษ จีน ทั้งการพูด อ่าน เขียน รวมถึงได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะสื่อสารภาษาต่างประเทศได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน



จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีที่คุณพ่อคุณแม่หรือแม้แต่ตัวนักเรียนหลาย ๆ คนเองกำลังมองหาอยู่ก็คือการเรียน-การสอนแบบกึ่งติวเตอร์ระดับสถาบันชั้นนำ ทั้งในชั้นประถมและมัธยม เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในอนาตค โดยที่ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องเสียเงินให้สถาบันติวเตอร์เพิ่มเติม ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางนี้เองที่จะช่วยสนับสนุนให้เด็กสามารถเลือกเดินตามเส้นทางอาชีพในฝันของตัวเองได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ



อีกสิ่งหนึ่งที่โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีเน้นเป็นพิเศษก็คือเรื่องของความปลอดภัย โดยทางโรงเรียนจะมีการสแกนบัตรเข้า-ออก สำหรับผู้ปกครองที่จะเข้ามารับนักเรียนอย่างเข้มงวด เพราะฉะนั้นผู้ปกครองจึงมั่นใจได้เลยว่าลูกๆของคุณจะได้รับความคุ้มครองเต็มที่อย่างแน่นอน

2. มุ่งเน้นการสอน 3 ภาษาพื้นฐาน ทักษะการสื่อสารที่เป็นบันไดสู่ความสำเร็จในโลกยุคปัจจุบัน

ที่โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีแห่งนี้ จะเน้นหลักสูตรการเรียน-การสอนรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการเน้นสอนทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ 3 ภาษาหลัก ๆ ได้แก่ ไทย จีน อังกฤษ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงมัธยมปลายกันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือจะไม่เน้นการท่องจำมากนัก แต่จะโฟกัสไปที่การสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างเข้าใจ



โดยจัดให้มีการสนทนากับครูต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษวันละ 1 ชั่วโมง และภาษาจีน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ผ่านสื่อและกิจกรรมสนุก ๆ จนกระทั่งสามารถอ่าน เขียน และสนทนาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิผล เนื่องจากในยุคสมัยนี้ ภาษาถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เด็ก ๆ สามารถก้าวข้ามกำแพงวัฒนธรรม เปิดประตูแห่งโอกาส และพร้อมสำหรับการแข่งขันที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้ 



3. หลากหลายคลาสเรียนมหาสนุก เมื่อความรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหนังสือเรียน

ด้วยพื้นที่กว้างขวางถึง 77 ไร่ จึงทำให้ทางโรงเรียนสามารถก่อสร้างอาคารสำหรับระดับชั้นอนุบาล ประถม ไปจนถึงมัธยมศึกษาได้อย่างเป็นสัดส่วน รวมแล้วเป็นจำนวนทั้งหมด 20 อาคาร อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อส่งเสริมประสบการณ์และทักษะด้านเทคโนโลยีให้แก่เด็ก ดังนี้...

  • สระว่ายน้ำ
  • ห้องเรียนแบบ Smart Classroom
  • ห้องเสริมจินตนาการอาชีพในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ให้เด็ก ๆ ได้เลือกเล่นและเรียนตามความสนใจหรือความถนัด
  • ห้องพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แบบปฎิสัมพันธ์ สำหรับเด็กประถมต้นถึงมัธยมปลายที่มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการเรียนรู้
  • ห้องฝึกปฎิบัติการทักษะชีวิต เช่น การทำอาหาร เย็บปักถักร้อย การดำรงชีวิตในสภาวะภัยพิบัติ
  • ห้องฝึกปฎิบัติการศิลปะและจินตนาการ ที่ไม่ได้มีดีแค่สอนวาดรูประบายสีทั่วไป แต่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสร้างสรรค์รวมถึงเผยแพร่ผลงานโดยไม่ปิดกั้นจินตนาการของเด็ก
  • ห้องฝึกปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เชิงสร้างสรรค์
  • ห้องฝึกปฎิบัติการสะเต็มศึกษา (STEM Lab)
  • ห้องปฎิบัติการดนตรีแบบปฎิสัมพันธ์



โดยห้องเรียนที่ใช้เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลายเหล่านี้เป็นประตูที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีอิสระในการค้นหาความชอบที่แท้จริง ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ และสามารถต่อยอดเพื่อพัฒนาศักยภาพต่อไปได้ในอนาคต

อีกจุดหนึ่งที่ชอบมาก ๆ กับความใส่ใจก็คือการตกแต่งแต่ละห้องเรียนด้วยวอลเปเปอร์ที่แตกต่างกัน เพราะไม่ใช่แค่ความสวยงามที่ดึงดูดใจเท่านั้น แต่มันถือเป็นสื่อที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการได้โดยการที่นักเรียนสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อค้นหาข้อมูลที่อยากรู้ แล้วนำมาโชว์ภาพให้เห็นบนวอลเปเปอร์ของห้องแบบ 3 มิติ หรือเป็นภาพเคลื่อนไหว เพื่อเล่าเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ นอกจากจะช่วยให้เด็กสนุกสนานไปกับการฝึกเป็น storyteller ที่ดีแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะการเข้าสังคมรวมไปถึงความกล้าแสดงออกอีกด้วย



4. ปลูกฝังแนวคิดรักษ์โลกด้วยการปล่อยให้เด็กได้เล่นอย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ภาพของโรงเรียนที่มีสระบัวใหญ่สุดลูกหูลูกตา บ่อเลี้ยงปลา คอกม้า นาข้าว สวนเกษตร รวมถึงฟาร์มเมล่อนนั้น ถือได้ว่าเป็นศูนย์การเรียนรู้ขนาดใหญ่นอกห้องเรียนที่เชิญชวนให้เด็กๆผู้อยากรู้อยากเห็น (รวมถึงอยากเล่น) ได้ทำความรู้จักกับระบบนิเวศน์ของจริงแบบไม่ต้องอิงภาพประกอบในหนังสือเรียนกันเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น โครงการ “เมล่อนของหนู”  ที่สอดคล้องกับหลักสูตร Learning by doing ของทางโรงเรียน โดยจัดให้เด็ก ๆ ได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้ตั้งแต่ลงมือผสมเมล็ดพันธุ์ หยอดลงดิน เก็บเกี่ยวผลเมล่อน แถมยังสามารถนำกลับไปรับประทาน รวมถึงสลักบนชื่อลูกเมล่อนของตัวเองได้อีกด้วย



นอกจากนี้โรงเรียนยังได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพายเรือในสระบัว ให้อาหารปลา, ไก่, แกะ, ม้า ลุยโคลนในฐานปักดำนา เป็นต้น เรียกได้ว่าดีต่อสุขภาพใจ (และปอด) กันสุดๆ ข้อดีที่สุดของการเรียนรู้นอกห้องเรียนแบบนี้ก็คือ นักเรียนจะสามารถเติบโตขึ้นไปพร้อม ๆ กับการได้มีโอกาสศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด จนก่อให้เกิดความผูกพัน ปลูกฝังเป็นแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อม และยังช่วยบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับเทคโนโลยีไปในตัวอีกด้วย



5. เรียน เล่น เติบโตอย่างมีคุณภาพ ความสุขในรั้วโรงเรียนที่หล่อหลอมบุคลิกภาพเชิงบวก

ถึงแม้หลักสูตรของโรงเรียนจะมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสารทั้ง 3 ภาษากันตั้งแต่อนุบาล แต่บรรยากาศการเรียนการสอนกลับไม่ได้ตึงเครียดอย่างที่คิด เนื่องจากโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนแนวบูรณาการที่ไม่ได้เน้นการท่องจำจนเกินไป แต่นำกิจกรรมต่าง ๆ มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่เด็ก ๆ ในแง่ของการกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก



ซึ่งล้วนแล้วแต่ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางความรู้ด้านวิชาการ บุคลิกภาพ และทักษะการเข้าสังคม ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างมีความสุขในรั้วโรงเรียน นอกเหนือจากนี้ ทางโรงเรียนยังได้สนับสนุนให้เด็กค้นหาศักยภาพและความต้องการของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยจัดให้มีการแนะแนวอาชีพตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผ่านผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่ทำงานอยู่ในแวดวงต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้เริ่มต้นตามหาความฝัน และเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองต่อไปในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือนักเรียนท่านไหนที่กำลังมองหาโรงเรียนในย่านฝั่งธนอยู่ ก็สามารถเข้าไปสมัครและเยี่ยมชมโรงเรียนได้ที่...

สถานที่ตั้ง : โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี เลขที่ 468 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
ระดับชั้น : เตรียมอนุบาล, อนุบาล, ประถม, มัธยม
เบอร์ติดต่อ : 02-408-1919, 089-305-1111
Website : www.satitbtu.ac.th
Facebook : www.facebook.com/satitbtu


 

พื้นที่เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์





 

  • Hits: 14505