โรงเรียนแนวการเรียนการสอนแบบ Project Approach จากความอยากรู้สู่การเรียนรู้เป็นระบบ
การเรียนการสอนแบบ Project Approach เป็นรูปแบบการเรียนที่เริ่มต้นจากการตั้งถาม ความอยากรู้ของเด็ก ๆ นำไปสู่การค้นคว้า ลงมือทำ และสรุปผล ซึ่งเป็นการบูรณาการหลายวิชาเข้าด้วยกัน
โรงเรียนแนวการเรียนการสอนแบบ Project Approach คืออะไร
โรงเรียนแนว Project Approach หรือการเรียนการสอนแบบโครงการ เป็นการเรียนรู้แบบสืบค้นข้อมูล เด็กคือผู้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ผ่านหัวข้อการเรียนรู้ที่เด็ก ๆ ช่วยกันเลือกและให้ความสนใจ เป็นการเรียนรู้ในลักษณะของการบูรณาการหลากหลายวิชาเข้าด้วยกัน จึงทำให้เด็กได้เพิ่มเติมทักษะที่หลากหลาย
การเรียนรู้ที่มาจากความสนใจนี้เองที่จะทำให้เกิดความกระตือรือร้นและสนุกสนาน บวกกับรูปแบบการเรียนที่เด็กต้องคิด ลงมือทำ ระหว่างการทำกิจกรรมก็ยังมีการตั้งคำถาม ตอบคำถามโดยครู และยังเป็นฝึกทักษะการทำงานร่วมกับเพื่อน เรียกว่าระหว่างกิจกรรม เกิดการเรียนรู้มากมาย
โดยหัวข้อการเรียนรู้ ครูจะเป็นผู้ดูว่าเด็กควรเรียนรู้ในมุมใดบ้าง เช่น เมื่อเด็กในห้องโหวตกันว่าจะเลือกเรียนหัวข้อผีเสื้อ ครูจะเป็นคนวางรูปแบบการเรียนในสิ่งที่เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อจำกัดไม่ให้กิจกรรมกว้างเกินไป การเรียนการสอนแนว Project Approach จะไม่กำหนดระยะเวลาในการเรียน แต่ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่เด็กกำลังเรียนรู้ด้วย อาจจะใช้เวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ แต่ก็ไม่ควรนานหลายเดือน
หลังจากที่เด็กได้เรียนรู้ ค้นคว้า และได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอจนสรุปเป็นคำตอบแล้ว ความรู้ที่ได้จะถูกนำมาเสนอให้กับเพื่อน ผู้ปกครอง และครูในรูปของผลงาน ผ่านทางภาพวาด งานเขียน บทบาทสมมติ เล่านิทาน หรือนิทรรศการ ในการเรียนแบบ Project Approach การนำเสนอผลงานถือเป็นการสิ้นสุดโครงการ เพราะถือว่าเด็กได้สามารถสังเคราะห์คำตอบออกมาผ่านผลงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จุดเด่นของการเรียนรู้แบบ Project Approach
- Project Approach เป็นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ Brain- Based Learning อย่างมาก และเหมาะสมกับการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองไปตลอดชีวิต
- ทำให้เด็กได้ใช้สมองทั้งซีกซ้าย – ซีกขวาร่วมกันอีกด้วย เช่น เด็กสังเกต คิดวิเคราะห์ หาเหตุผล แล้วนำสิ่งที่เรียนรู้มาสร้างสิ่งจำลองที่สะท้อนการเรียนรู้เป็นรูปธรรม
- เนื้อหาไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ แต่ทักษะและกระบวนการเรียนรู้ของเด็กสำคัญที่สุด ครูให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความต้องการเรียนรู้ของเด็กเป็นหลัก และคำนึงถึงหลักสูตรและทักษะต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย
Project Approach มีกระบวนการการจัดการเรียนรู้ 3 ระยะ
- ระยะเริ่มต้นโครงการ
- เด็กเลือกว่าจะศึกษาเรื่องอะไร โดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ
- อภิปรายร่วมกันเพื่อดูว่าเด็กแต่ละคนมีความรู้เดิมเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจอย่างไร เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่เด็กมี สิ่งที่เด็กรู้แล้ว และสิ่งที่เด็กอยากรู้ โดยครูจะคอยช่วยบันทึกความคิดของเด็ก และให้เด็กร่วมกันเสนอข้อสงสัยในเรื่องที่จะเรียนรู้ ในส่วนนี้ครูจะคอยช่วยสนับสนุนให้เด็กฝึกตั้งคำถามจากเรื่องที่สนใจ และบันทึกคำถามเหล่านั้นไว้ พร้อมกับคำตอบที่เด็ก ๆ ตอบ เพื่อใช้เปรียบเทียบข้อมูลในภายหลัง ซึ่งขั้นตอนนี้เทียบได้กับการตั้งสมมติฐาน
- ระยะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้
- การจัดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ได้ออกไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เด็กสนใจ ครูช่วยเด็ก
ในการวางแผนการสืบค้นเพื่อเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งจากในห้องเรียน โรงเรียน หรือ ชุมชน เปิดโอกาสให้เด็กแต่ละคนมีส่วนร่วมในการสืบค้น โดยให้เด็กได้ใช้ของจริง เช่น ภาพ หนังสือ สื่อ
สิ่งพิมพ์ และคอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล โดยมีครูเป็น ผู้ช่วยเหลือ ให้เด็กสามารถประชุมร่วมกัน และนำเสนอรายงานสิ่งที่เด็กได้ค้นพบในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นระยะ ครูส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กถามคำถาม และให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กแต่ละคนได้ค้นพบคำตอบหรือเรียนรู้ด้วยตนเอง
ผ่านการวาดภาพ ถ่ายภาพ เขียนคำ สร้างกราฟ หรือแผนภูมิ ในขั้นนี้ครูจะคอยสนับสนุนให้เด็กสามารถทำงานตามความสามารถของตัวเองได้ เช่น บางคนมีทักษะพื้นฐานด้านงานประดิษฐ์
การวาดภาพ การนำเสนอ และการเล่นละคร ครูจะช่วยให้เด็กได้ทำงานตามความถนัดของแต่ละคนผ่านการอภิปรายในห้องเรียน ซึ่งหัวข้อของ Mind Map ที่ออกแบบไว้ก่อนหน้า จะบันทึกข้อมูลสั้น ๆ เกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการ
- ระยะการสรุปโครงการ
- เด็กและครูจะได้ร่วมกันจัดนิทรรศการ โดยให้เด็ก
แบ่งปันและอภิปรายสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่ได้สืบและค้นพบที่ช่วยให้เด็ก ๆ ตอบคำถาม
ที่ตั้งไว้ได้ และเด็กจะได้เปรียบเทียบสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปกับความรู้เดิมที่มีอยู่ว่าตรงกันหรือไม่ รวมถึงเปรียบเทียบกับการคาดคะเนของเด็ก ๆ ที่ทำไว้ตั้งแต่ระยะแรกด้วย โดยจุดเด่นของขั้นนี้คือ การที่ให้เด็ก ๆ ช่วยกันวางแผนจัดแสดงนิทรรศการให้ผู้ปกครองและเพื่อน ๆ หรือบุคคลอื่น ๆ ได้เห็นวิธีการเรียนรู้ กิจกรรม ผลงาน และสิ่งที่เด็กค้นพบเรียนรู้ เด็กได้ลงมือจัดแสดงเพื่อแบ่งปันความรู้
และเรื่องราวเกี่ยวกับ “Project Approach” ของเด็กๆ พร้อมเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กทำ
และค้นพบ ทั้งนี้ครูควรบันทึกความคิดและความสนใจของเด็กในระหว่างการทำโครงการ เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงทางความสนใจ ความรู้ และความคิดของเด็กว่าก่อนเริ่มโครงการ
และหลังจากสรุปโครงการมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการหาหัวข้อ
ของโครงการในครั้งต่อไป
สิ่งที่เด็กได้รับจากการเรียนโรงเรียนแนว Project Approach
- การคิดอย่างมีเหตุมีผล
- การทำงานอย่างเป็นระบบ
- การวางแผนการทำงาน
- ภาษาและการสื่อสาร
- การคิดแก้ปัญหา
- ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
- การแสดงความคิดเห็น กล้าพูด กล้าทำ กล้าแสดงออก
- การหาความรู้ด้วยตนเอง
- มีความกระตือรือร้นต่อการเรียนรู้ของสิ่งรอบตัว
- มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
- มีความสุข สนุกสนานกับการเรียนรู้
- เห็นคุณค่าในความคิดของตนเอง
ตัวอย่างโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนรู้แบบ Project Approach
- โรงเรียนเกษมพิทยา
- โรงเรียนประภัสสรวิทยา
- แผนกอนุบาลโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
- โรงเรียนอนุบาลสามเสน
- โรงเรียน ณ ดรุณ
ข้อมูลอ้างอิง