ทำไมอาหารเช้าสำหรับเด็กก่อนไปโรงเรียนถึงสำคัญ ไม่กินข้าวเช้ายิ่งหงุดหงิด สมองไม่พร้อมเรียน
ทำไมอาหารเช้าสำหรับเด็กก่อนไปโรงเรียนถึงสำคัญ ไม่กินข้าวเช้ายิ่งหงุดหงิด สมองไม่พร้อมเรียน
อาหารเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญกว่ามื้ออื่น ๆ เพราะการกินอาหารเช้าจะช่วยเติมท้องที่ว่างมาทั้งคืน ทำให้มีพลังที่จะเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะพลังสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำ การเรียนรู้ ความกระตือรือร้น
ทำไมเด็กต้องกินข้าวเช้า
มีผลการวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนที่กินอาหารเช้าไปโรงเรียนจะเรียนและทำงานได้ดีกว่าเด็กที่ไม่กินอาหารเช้า เด็กที่ไม่กินอาหารเช้าจะเหนื่อยเร็วกว่า หงุดหงิดง่ายกว่า และจะมีปฏิกิริยาตอบโต้กับสิ่งต่าง ๆ ได้ช้ากว่า
รศ.พญ.อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนบำบัด โรงพยาบาลรามาธิบดี บอกว่า เด็กที่มาตรวจมีเด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้าจำนวนสูงมาก หรือบางคนกินอาหารเช้าที่ไม่เหมาะ เช่น กินน้ำอัดลม ซีเรียลที่น้ำตาลเยอะ ซึ่งไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยกับร่างกายในเวลาเช้า
นอกจากยังพบว่า เด็กที่ไม่ได้อาหารเช้ามักมีน้ำหนักน้อย ไม่ค่อยกระฉับกระเฉง เพราะสารอาหารที่ควรจะได้รับหายไปหนึ่งมื้อ หรือเด็กบางคนปิดเทอมแล้วผอมลงเลย เพราะตื่นสาย ไม่ได้กินข้าวเช้า พ่อแม่จึงควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารมื้อเช้า
เด็กที่ไม่กินอาหารเช้า หรือกินอาหารเช้าไม่ถูกต้องจะเป็นอย่างไร
เด็กวัยอนุบาลอายุ 3-6 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญสูงมาก การไม่กินอาหารเช้าจึงส่งผลกระทบที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และสมอง
เด็กไม่กินอาหารเช้าส่งผลด้านร่างกาย
- เมื่อไม่มีพลังงานจากน้ำตาลในเลือดที่ได้จากอาหารเช้า ร่างกายจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน
- เด็กจะดูง่วงเหงาหาวนอน ไม่สดชื่น เฉื่อยชา อ่อนเพลีย
- การทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเล่นกับเพื่อนจะทำได้ไม่เต็มที่ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- บางคนอาจมีอาการปวดหัว มึนงง หรือบ่นปวดท้องเ นื่องจากน้ำย่อยหลั่งออกมาตามเวลาแต่ไม่มีอาหารให้ย่อย
เด็กไม่กินอาหารเช้าส่งผลด้านร่างกายอารมณ์
- ระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำ (Hypoglycemia) ส่งผลโดยตรงต่อสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์:
-
เด็กจะมีความอดทนต่ำ รอคอยไม่ได้ หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห หรือร้องไห้โยเยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
-
ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ออกมาเพื่อชดเชยพลังงาน ทำให้เด็กอาจดูตื่นตระหนก หรือไม่มั่นใจในการทำกิจกรรม
-
มีแนวโน้มที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคุณครู ขาดความร่วมมือ หรือเข้ากับเพื่อนได้ยากขึ้นในวันนั้น
เด็กไม่กินอาหารเช้าส่งผลด้านด้านสมองและการเรียนรู้
-
ขาดสมาธิ วอกแวกง่าย ไม่สามารถจดจ่อกับนิทานหรือกิจกรรมที่ครูสอนได้เกิน 1-2 นาที
-
การตอบคำถามหรือการแก้ปัญหาง่าย ๆ จะทำได้ช้าลง เหมือนสมองสั่งการได้ไม่เต็มที่ สมองประมวลผลช้า
-
อาจจะลืมคำสั่งง่าย ๆ หรือลืมสิ่งที่เพิ่งเรียนไปเมื่อครู่ เพราะสมองส่วนความจำไม่มีพลังงานเพียงพอในการบันทึกข้อมูล
ลูกไม่ยอมกินอาหารเช้าต้องทำอย่างไร
- การให้ลูกกินอาหารเช้า จะต้องเริ่มฝึกตั้งแต่เล็ก ๆ โดยเริ่มจากตื่นนอน ทำกิจวัตรประจำวัน และกินอาหารเช้าให้ตรงตามเวลาที่กำหนด เมื่อทำไปนาน ๆ เด็กจะจำได้ว่าแต่ละเวลาต้องทำอะไร เมื่อโตขึ้นจะกินข้าวเช้าได้ง่ายขึ้น
- อาหารเช้าของเด็กควรเริ่มรสชาติที่ถูกปาก และได้ประโยชน์ เช่น ข้าวต้มหมูสับ แซนด์วิชชิ้นเล็ก ๆ ข้าวผัดไข่ เป็นต้น จะช่วยให้ลูกกินอาหารเช้าได้ดีขึ้น
- อาหารเช้าต้องมีความหลากหลาย ไม่ควรซ้ำกันทุกวัน เพราะเด็กจะเบื่ออาหารง่าย
- นั่งกินด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่ควรนั่งกินข้าวไปพร้อมกับลูก เพื่อให้เขารู้สึกถึงการมีส่วนร่วม การคุยสนุก ๆ ระหว่างการกิน
- กรณที่ไม่มีเวลานั่งกินข้าวที่บ้าน ก็สามารถทำเป็นข้าวกล่องให้ลูกกินบนรถได้ แต่ไม่ควรพลาดอาหารเช้าเด็ดขาด
ตัวอย่างเมนูอาหารเช้าสำหรับเด็กอนุบาล
- ข้าวต้มหรือโจ๊ก ทำเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเย็น ตอนเช้าก็นำมาอุ่น โรยต้นหอมผักชีอีกเล็กน้อยก็จะได้โจ๊กและข้าวต้มที่ใหม่ หอมอร่อย
- ขนมปังปิ้ง 1 คู่ ไข่ดาว 1 ฟอง แถมนมหรือน้ำส้มอีก 1 แก้ว
- ข้าวหรือบะหมี่ผัดใส่ไก่ ใส่หมู ใส่ผัก เช่น แครอต ถั่วผักยาวหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผักคะน้า หรือตอกไข่ลงไป ทำให้เสร็จในตอนเย็นแล้วนำมาอุ่นในตอนเช้าได้
- แซนด์วิชไข่ดาว ใส่ไข่ดาวสุก ผักที่ลูกชอบ ราดด้วยน้ำสลัดหรือซอสมะเขือเทศเล็กน้อย
- ข้าวไข่เจียว อาจใส่หมูสับ ต้นหอมซอย เพิ่มสารอาหารที่จำเป็นสำหรับมือเช้า