
แม่ท้องฝากครรภ์ยังไง ฝากท้องโรงพยาบาลไหนดี หมอสูติฯ มีคำแนะนำ
แม่ที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ควรเลือกฝากครรภ์แบบนี้
- โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ฝากครรภ์ต้องสะดวก ไม่ไกลจากบ้านมากนัก
- โรงพยาบาลมีเครื่องมือทันสมัย มีบุคลากรในการดูแลระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด
- หากคุณแม่มีคุณหมอที่ไว้วางใจ สามารถฝากครรภ์กับคุณหมอท่านนั้นได้ ในโรงพยาบาลที่คุณหมอสังกัดอยู่
- เลือกโรงพยาบาลที่มีแพ็กเกจการดูแลไปจนถึงคลอด ในราคาที่รับไหว
- แม่ท้องที่ทำงาน สามารถฝากครรภ์กับโรงพยาบาลประกันสังคมได้ เพราะจะได้รับเงินค่าฝากครรภ์ ตรวจครรภ์จากประกันสังคมด้วย
คนท้องควรฝากครรภ์ตอนอายุครรภ์เท่าไหร่
- คนท้องควรฝากท้องทันทีเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อการดูแลที่รวดเร็ว ปลอดภัยกับคนท้องและทารกในครรภ์
- คนท้องควรฝากครรภ์ภายใน 12 สัปดาห์ หรือ ช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
- ไม่ควรฝากครรภ์หลังท้อง 20 สัปดาห์ เพราะจะพลาดช่วงตรวจคัดกรองและการดูแลรักษาหากเกิดความผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์
เอกสารที่ต้องใช้ในการฝากครรภ์
- บัตรประชาชนตัวจริงของแม่ (และบัตรประชาขนพ่อ สำหรับบางโรงพยาบาล)
- สิทธิการรักษา
- บัตรทอง / สิทธิบัตรทอง (30 บาท)
- ประกันสังคม
- สวัสดิการข้าราชการ
- ประกันสุขภาพเอกชน (ถ้ามี)
เอกสารเพิ่มเติมในการฝากครรภ์
- ผลตรวจการตั้งครรภ์ (ที่คลินิก/รพ. หรือชุดตรวจ)
- ผลตรวจอัลตราซาวด์ จากที่อื่น (ถ้าเคยตรวจแล้ว)
- สมุดบันทึกโรคประจำตัว / ยาที่ใช้อยู่
- ใบส่งตัว (กรณีใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมบางแห่ง)
นอกจากการฝากครรภ์กับโรงพยาบาลและแพทยผู้เชี่ยวชาญแล้ว การไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด รวมถึงคุณสามีเองก็ต้องมีส่วนช่วยในการดูแลภรรยาตั้งครรภ์ ก็จะยิ่งช่วยทำให้การตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครรภ์สุขภาพ ทารกในครรภ์มีพัฒนาการดี และคลอดลุกอย่างปลอดภัยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลแนะนำในการฝากครรภ์จาก
นพ. พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูติ-นรีแพทย์