facebook  youtube  line

อัปเดตข่าวครอบครัว

แนะนำ 5 แบรนด์นม Lactose Free ปี 2026

นมแลคโตสฟรี, นมกล่อง, นม UHT, นมสำหรับเด็ก, น้ำตาลแลคโตส, นม Lactose free, แพ้แลคโตส, แลคโตสฟรี ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย, นมวัว, นมโคแท้, ไทยเดนมาร์ค, Thai Denmark, mMilk brand, East Field, meiji, ซีพี-เมจิ, เมจิแลคโตสฟรี, ไทยเดนมาร์ครสจืด

แนะนำ 5 แบรนด์นม Lactose Free ปี 2026

สังเกตกันมั้ยเด็ก ๆ ที่กินนมวัวแล้ว มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเสีย บ่อย ๆ นั่นละค่ะ เกิดจากภาวะ Lactose Intolerance หรืออาการแพ้น้ำตาลแลคโตส เพราะร่างกายไม่สามารถย่อย 
“น้ำตาลแลคโตส” ที่อยู่ในนมวัวนั่นเองค่ะ

นม Lactose Free คืออะไร ? 

นมแลคโตสฟรี หรือ นม 0% น้ำตาลแลคโตส คือ นมโคแท้ 100% ที่ผ่านกระบวนการลดน้ำตาลแลคโตส ในนมหมดไป ทำให้น้ำตาลโมเลกุลเล็กลงที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น แต่ยังได้ประโยชน์เทียบเท่านมสดธรรมชาติทั่วไปเหมือนเดิมค่ะ 

สำหรับนมที่จะมาแนะนำวันนี้ก็ตามหาซื้อง่าย หลายแบรนด์อาจจะคุ้นหน้ากันมาบ้างจะมีตัวไหนบ้างมาดูกันเลยค่ะ  

1. Meiji ซีพี - เมจิ
นมแลคโตสฟรี, นมกล่อง, นม UHT, นมสำหรับเด็ก, น้ำตาลแลคโตส, นม Lactose free, แพ้แลคโตส, แลคโตสฟรี ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย, นมวัว, นมโคแท้, ไทยเดนมาร์ค, Thai Denmark, mMilk brand, East Field, meiji, ซีพี-เมจิ, เมจิแลคโตสฟรี, ไทยเดนมาร์ครสจืด

น้ำนมโคจากธรรมชาติ สารอาหารครบทั้ง แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 และ บี12 และโปรตีน 

  • รสชาติ : นมรสจืด 
  • ปริมาณ : 400 มิลลิลิตร 
  • ราคา : 37 บาท
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ : https://www.cpmeiji.com/th/product 

2. Thai - Denmark

นมแลคโตสฟรี, นมกล่อง, นม UHT, นมสำหรับเด็ก, น้ำตาลแลคโตส, นม Lactose free, แพ้แลคโตส, แลคโตสฟรี ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย, นมวัว, นมโคแท้, ไทยเดนมาร์ค, Thai Denmark, mMilk brand, East Field, meiji, ซีพี-เมจิ, เมจิแลคโตสฟรี, ไทยเดนมาร์ครสจืด

น้ำนมโคแท้ 100% UHT จากฟาร์มเกษตรกรไทย ไม่ผสมนมผง มีแคลเซียมจากธรรมชาติ ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ สารอาหารครบ ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 สูง และโปรตีน

3. mMilk Brand

นมแลคโตสฟรี, นมกล่อง, นม UHT, นมสำหรับเด็ก, น้ำตาลแลคโตส, นม Lactose free, แพ้แลคโตส, แลคโตสฟรี ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย, นมวัว, นมโคแท้, ไทยเดนมาร์ค, Thai Denmark, mMilk brand, East Field, meiji, ซีพี-เมจิ, เมจิแลคโตสฟรี, ไทยเดนมาร์ครสจืด

นมโคแท้ 100% สูตรไขมันต่ำ ยังคงคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ สารอาหารครบ แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 และ บี12 และโปรตีน

  • รสชาติ : นมรสจืด 
  • ปริมาณ : 180 มิลลิลิตร
  • ราคา : 23 บาท
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ : http://mmilkbrand.com/ 

4. East Field 

นมแลคโตสฟรี, นมกล่อง, นม UHT, นมสำหรับเด็ก, น้ำตาลแลคโตส, นม Lactose free, แพ้แลคโตส, แลคโตสฟรี ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย, นมวัว, นมโคแท้, ไทยเดนมาร์ค, Thai Denmark, mMilk brand, East Field, meiji, ซีพี-เมจิ, เมจิแลคโตสฟรี, ไทยเดนมาร์ครสจืด

น้ำนมโคแท้ 100% จากฟาร์มเกษตรกรไทย รสชาตินมละมุน ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ สารอาหารครบ แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 สูง และโปรตีน 

5. mMilk Brand

นมแลคโตสฟรี, นมกล่อง, นม UHT, นมสำหรับเด็ก, น้ำตาลแลคโตส, นม Lactose free, แพ้แลคโตส, แลคโตสฟรี ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย, นมวัว, นมโคแท้, ไทยเดนมาร์ค, Thai Denmark, mMilk brand, East Field, meiji, ซีพี-เมจิ, เมจิแลคโตสฟรี, ไทยเดนมาร์ครสจืด

น้ำนมโคแท้ 100% UHT ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ สารอาหารครบ แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 และ บี12 และโปรตีน 

  • รสชาติ : นมรสจืด 
  • ปริมาณ : 180 มิลลิลิตร 
  • ราคา : 30 บาท 
  • ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ : http://mmilkbrand.com/

รีวิวนม, รีวิวนมสำหรับเด็ก

  • Hits: 2105

สอนลูกรับมือแผ่นดินไหว

205 1

สอนลูกรับมือแผ่นดินไหว

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นล่าสุด ก่อให้เกิดความเสียหายค่อนข้างเยอะกับทรัพย์สิน สถานที่ต่าง ๆ รักลูกเลยอยากให้ทุกคน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ได้สอนและฝึกให้ลูกรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวกันไว้ดีกว่าค่ะ เผื่อเกิดเหตุในขณะที่เราไม่ได้อยู่กับลูกด้วย ลูก ๆ จะได้มีทักษะในการเอาตัวรอดชีวิต และดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้ค่ะ


สอนลูกรู้จักแผ่นดินไหว

  • พ่อแม่ควรสอนลูกว่าแผ่นดินไหว เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกวัน ทุกเวลา หรือใช้คำอธิบายที่เข้าใจง่าย เช่น แผ่นดินไหวคือการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีหรือเป็นนาที และทำให้สิ่งของสั่นหรือหล่นลงมา
  • แผ่นดินไหว ทำให้ข้าวของรอบ ๆ ตัวเราพังได้ ต้นไม้จะหัก ตึกอาจจะถล่มลงมาทับเด็ก ๆ
  • แผ่นดินไหว ถ้าเด็ก ๆ อยู่ในบ้านข้าวของแตกหักเสียหาย หล่นลงมาทับเด็ก ๆ ได้ กระจกอาจจะบาด แก้วอาจจะแตก ลูกอาจจะรู้สึกมึนหัว 
  • ให้ลูกดูวิดีโอจำลองแผ่นดินไหว หรือใช้เกมสอนเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์

 

สอนลูกรับมือเมื่อเกิดแผ่นดินไหว 

  1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติให้สงบ ถ้าอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกบ้าน
  2. หากอยู่ในอาคารที่ได้รับความเสียหายควรรีบออกจากอาคารทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาจทำให้อาคารพังลงมาทับ ทำให้ได้รับบาดเจ็บได้
  3. หากอยู่ในบ้านให้หมอบลงให้ต่ำเพื่อลดโอกาสถูกแรงสั่นสะเทือนทำให้ล้ม หาที่กำบัง เช่น โต๊ะแข็งแรง แล้วซุกตัวเข้าไปเพื่อป้องกันจากเศษวัสดุที่อาจตกลงมา จับโต๊ะหรือที่กำบังให้แน่นจนกว่าแผ่นดินไหวจะหยุด
  4. ควรสวมใส่รองเท้าหุ้มส้น เพราะอาจมีเศษแก้วหรือวัตถุแหลมคมอื่น ๆ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ
  5. ตรวจสอบความเรียบร้อยของสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ และอย่าจุดไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
  6. หากแก๊สรั่วภายในบ้านให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบานเพื่อระบายอากาศ
  7. ให้ออกจากบริเวณที่มีสายไฟขาดหรือสายไฟพาดถึง
  8. สำรวจความเสียหายของท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อส้วม ก่อนใช้
  9. ห้ามเข้าไปมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสี่ยงหรือมีอาคารพัง
  10. อยู่ให้ห่างจากสิ่งที่อาจล้มทับได้ เช่น ตึกสูง เสาไฟ ต้นไม้ใหญ่
  11. ถ้าอยู่ในสนามโล่ง ให้ยืนอยู่กับที่ รอจนกว่าการสั่นสะเทือนจะหยุด
  12. อย่าอยู่ใกล้ชายฝั่งแม่น้ำ เพราะคลื่นอาจซัดเข้าหาได้
  13. ถ้าอยู่ที่ทะเล รีบออกห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดสึนามิหลังแผ่นดินไหว

 

205 2


สิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนการเกิดแผ่นดินไหว

  • เตรียมไฟฉายพร้อมถ่านและกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้านและบอกให้ลูกๆ และทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
  • ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 
  • เตรียมเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น ถังดับเพลิง ถุงทราย
  • ควรทราบตำแหน่งของวาล์วน้ำ วาล์วปิดแก๊ส สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า และถ้าลูกโตพอรู้เรื่องควรสอนลูกๆ ด้วยเช่นกัน
  • อย่าวางของหนักบนชั้นหรือหิ้งสูง ๆ เพราะเมื่อเกิดแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตราย
  • ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
  • ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมายเมื่อเกิดการพลัดหลงกัน
  • สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

 

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวแล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

  • หลังเกิดแผ่นดินไหวควรตรวจสอบดูว่าตนเองและคนข้างเคียงได้รับบาดเจ็บหรือไม่
  • หากบาดเจ็บให้ทำการปฐมพยาบาลในขั้นต้นจากนั้นให้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งสถานพยาบาลหรือหน่วยแพทย์ที่ใกล้ที่สุด
  • หากอยู่ในอาคารที่ได้รับความเสียหายควรรีบออกจากอาคารทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาจทำให้อาคารพังลงมาทับ ทำให้ได้รับบาดเจ็บได้
  • ควรสวมใส่รองเท้าหุ้มส้น เพราะอาจมีเศษแก้วหรือวัตถุแหลมคมอื่น ๆ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ
  • ตรวจสอบความเรียบร้อยของสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ และอย่าจุดไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
  • หากแก๊สรั่วภายในบ้านให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบานเพื่อระบายอากาศ
  • ให้ออกจากบริเวณที่มีสายไฟขาดหรือสายไฟพาดถึง
  • ให้เปิดฟังวิทยุเพื่อฟังคำแนะนำฉุกเฉิน แต่อย่าใช้โทรศัพท์นอกจากมีความจำเป็น
  • สำรวจความเสียหายของท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อส้วม ก่อนใช้
  • ห้ามเข้าไปมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสี่ยงหรือมีอาคารพัง

 












  • Hits: 11593

อัปเดต! 8 บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง บัญชีออมเงินให้ลูก ปี 2567

เงินฝาก ดอกเบี้ยสูง 2567, ออมเงินให้ลูก, บัญชีเงินฝาก เด็ก, ออมเงิน, เงินฝากประจํา ดอกเบี้ยสูง 2567, เงินออม การศึกษา, เปิดบัญชี ออมเงินให้ลูก

คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนกำลังวางแผนออมเงินให้ลูก ออมเงินเพื่อการศึกษาของลูก มาดู 7 บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยงสูง บัญชีเงินออมให้ลูกต่อไปนี้เลยค่ะ คุ้มค่าแก่การออมสุด ๆ 

อัปเดต! 8 บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง บัญชีออมเงินให้ลูก ปี 2567

1. กรุงไทย : เงินฝากออมทรัพย์ พิเศษสำหรับผู้เยาว์ (Krungthai Kids Savings)

  • เปิดบัญชีได้ตั้งแต่แรกเกิด - อายุ 15 ปี
  • ทำธุรกรรมทางการเงินได้เช่นเดียวกับเงินฝากออมทรัพย์
  • ไม่ต้องฝากต่อเนื่องทุกเดือน
  • ได้ดอกเบี้ยพิเศษหากฝากมากกว่าถอน
  • โบนัสพิเศษ หากฝากมากกว่าถอนจะได้โบนัสเพิ่ม 100% จากอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ ทุกต้นเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายดอกเบี้ย
  • การจ่ายดอกเบี้ย จ่ายดอกเบี้ยทุกวันสิ้นเดือน
  • อัตราดอกเบี้ย เงินฝากออมทรัพยพ์ พิเศษสำหรับผู้เยาว์(Krungthai Kids Savings) เท่ากับ 0.30 % ต่อ ปี(Normal Savings)

https://krungthai.com/th/personal/deposits/208/119

 

2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : ผลิตภัณฑ์เงินฝาก “โครงการเงินออมลูกรัก”

  • ผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 7 – 15 ปี
  • เงินฝากประเภทเงินฝากออมทรัพย์
  • เปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรก 1,000 บาท ฝากติดต่อกันทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท หรือฝากล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน
  • ได้รับเงินขวัญถุงเป็นรายปี
  • มีสิทธิ์ลุ้นรับทุนการศึกษาทุกปี
  • ดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี

https://www.baac.or.th/km/wp-content/uploads/2015/01/pdf4

 

3. ธนาคารออมสิน : เงินฝาก Youth Savings

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 – 23 ปีบริบูรณ์
  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 100 บาท
  • ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 50 บาท
  • เงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0.55 % ต่อปี
  • เงินฝากตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป ดอกเบี้ย 0.30 % ต่อปี

https://www.gsb.or.th/personals/youth-savings/

 

4. ธนาคารออมสิน บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
  • ฝากเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และไม่เกิน 25,000 บาท ต่อเดือน
  • ฝากเงินเดือนละ 1 ครั้งๆ ละเท่า ๆ กันทุกเดือน จะถอนได้ต้องฝากครบ 24 ครั้ง
  • อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี
  • บัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ให้ฝากได้เฉพาะกรณีบิดาและหรือมารดาเป็นผู้ฝาก

https://www.gsb.or.th/personals/fixed-deposit/

 

5. ธนาคารกรุงเทพ บัญชีเงินฝากสินมัธยะทรัพย์ทวี – บัวหลวงคิดส์

  • เปิดบัญชีได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 14 ปี
  • ฝากประจำเท่ากันทุกเดือน ตั้งแต่ 500-25,000 บาท
  • 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.35% ต่อปี
  • 36 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี
  • 48 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี
  • 60 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี
  • บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี

https://www.bangkokbank.com/th-TH/Personal/Save-And-Invest/Save/Sinmathaya-Subthawee-Bualuang-Kids-Account

 

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บัญชีเงินฝากโบนัส / บัญชีเงินฝากระยะยาว 36 เดือน

  • เปิดบัญชีได้ตั้งแต่อายุ 7 ปี
  • จำนวนเงินฝากต่อเดือน ขั้นต่ำ 500 บาท (ส่วนเพิ่มขั้นละ 500 บาท) ต้องฝากเท่า ๆ กันทุกเดือน วันที่ฝาก จะฝากวันไหนก็ได้ภายในเดือน ฝากได้เดือนละ 1 ครั้ง (หรือ 1 งวด)
  • บัญชีเงินฝากโบนัส 36 เดือน แบบมีสมุดคู่ฝาก อัตราดอกเบี้ย 2.80%
  • บัญชีเงินฝากโบนัส 36 เดือน แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก (E Passbook) อัตราดอกเบี้ย 2.90%
  • ต้องฝากต่อเนื่องทุกเดือน ๆ ละเท่า ๆ กัน จนครบตามที่กำหนด

https://www.scb.co.th/th/personal-banking/deposits/long-term-deposit-accounts/bonus-fixed-account-36-months.html

 

7. ธนาคารกสิกร บัญชีเงินฝากทวีทรัพย์
ดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับวงเงินที่ฝาก เพราะเป็นดอกเบี้ยปลอดภาษี ออมง่าย เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนการเงินให้ลูกตั้งแต่แรกเกิดไปจนเข้ามหาวิทยาลัย

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 12 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป
  • บิดาหรือมารดาสามารถเปิดบัญชีเพื่อบุตรผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่า 12 ปี
  • เปิดบัญชีขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท โดยนำฝากในจำนวนเท่ากันทุกเดือน ติดต่อกัน 24 เดือน
  • ฝาก 500 - 9,999 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.35%
  • ฝาก 10,000 - 25,000 บาท รับอัตราดอกเบี้ย 1.50%
  • ฝากเท่ากันทุกเดือน ๆ ละ 1 ครั้ง เป็นจำนวนเงินเท่ากับที่เปิดบัญชีครั้งแรก โดยจะได้รับดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝาก

https://www.kasikornbank.com/th/personal/Account/Pages/taweesup.aspx?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR3uNKOwQIQC7Ac6r7zpkw0gt5Q9F_EHynFu772IyiRs9faQmKE2P1AMXus_aem_B0CgPOHkXNgBr0P5O7R2Mw

 

8. ttb บัญชี ทีทีบี โนฟิกซ์ บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

  • บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
  • ไม่มีขั้นต่ำในการเปิดบัญชีครั้งแรก หรือฝากเพิ่มครั้งต่อไป
  • ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่กำหนดระยะเวลาในการฝาก
  • วงเงินฝากเฉลี่ยต่ำกว่า 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยสูงสุด 1.10% ต่อปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

https://www.ttbbank.com/th/personal/deposits/savings-account/ttb-no-fixed#nofixed

 

ฝากเงินให้ลูก, ตารางออมเงิน, บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง

  • Hits: 19643

เตือนพ่อแม่เฝ้าระวังฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ เด็กมีโอกาสเสียชีวิตสูง แม่ท้องถ่ายทอดเชื้อสู่ลูกได้

5807 1

เตือนพ่อแม่เฝ้าระวังฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ เด็กมีโอกาสเสียชีวิตสูง แม่ท้องถ่ายทอดเชื้อสู่ลูกได้

 ฝีดาษลิงหรือ Mpox เริ่มไม่ใช่เรื่องไกลตัวแบบเดิมอีกต่อไปเมื่อเชื้อมีการกลายพันธุ์และสามารถแพร่ระบาดสู่ผู้อื่นได้ง่าย และเด็กที่ป่วยฝีดาษลิงมีโอกาสเสียชีวิตสูง

 

ฝีดาษลิงมีกี่สายพันธุ์

โรคฝีดาษลิง แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ คือ เคลด 1 (Clade 1) และเคลด 2 (Clade 2)

ฝีดาษลิง สายพันธุ์ เคลด 1 (Clade 1) เป็นสายพันธุ์ที่มีอาการรุนแรง อัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และปัจจุบันมีการกลายพันธุ์มาเป็นเคลด 1บี (Clade 1b) ซึ่งเคลท 1 บี ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และอันตรายกว่าสายพันธุ์เดิม

ฝีดาษลิง สายพันธุ์ เคลด 2 (Clade 2) อาการไม่รุนแรงนัก แม้มีการระบาดไปกว่า 100 ประเทศ แต่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำการระบาดส่วนมากกระจุกตัวในกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

 5807 2

การแพร่กระจายเชื้อฝีดาษลิง

ฝีดาษลิงทั้งสองสายพันธุ์สามารถติดต่อแพร่เชื้อได้หลายทาง

1. การสัมผัสผิวหนัง ผื่น รอยโรคของผู้ป่วย

2. สัมผัสบริเวณที่ผู้ติดเชื้ออยู่หรือสัมผัส เช่น ที่นอน เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ เป็นต้น

3. สารคัดหลั่งของผู้ป่วย เลือด น้ำมูก น้ำลาย ไอ จาม พูดคุย หรือแม้แต่การหายใจใกล้ชิดกัน

4. การติดต่อทางเพศสัมพันธ์

5. ติดต่อจากแม่ตั้งครรภ์สู่ลูกในท้อง

6. การสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้อ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ป่าที่ถูกนำมาเลี้ยงโดยไม่มีการคัดกรองโรค

นั่นหมายความว่าว่าการติดเชื้อสายพันธุ์นี้ง่ายขึ้น และคนที่อยู่บ้านเดียวกันมีโอกาสได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสบริเวณผิวหนังหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยแล้วใช้มือจับใบหน้า จมูก หรือขยี้ตา รวมถึงการไอจามใส่กัน ก็สามารถติดเชื้อได้

 

อาการของฝีดาษลิง Clade 1 b

ฝีดาษลิงมีระยะฟักตัว 5-21 วัน ช่วง 5-13 วันหลังรับเชื้ออาจจะยังไม่แสดงอาการ ส่วนการแสดงอาการของโรคจะมี 2 ระยะคือ

ระยะที่ 1 ช่วง 1-5 วันแรกจะมีไข้ บางรายอาจมีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองบวม บางรายอาจมีอาการท้องเสีย อาเจียน ไอ เจ็บคอ

ระยะที่ 2 เป็นระยะออกผื่น เป็นช่วงที่สามารถแพร่เชื้อได้ จะมีอาการหลังมีไข้ภายใน 1-3 วัน ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส หรือตุ่มหนองบนผิวหนัง แล้วกลายเป็นแผลพุพองและตกสะเก็ต ต้องหายสนิทก่อนจึงจะไม่แพร่เชื้อได้อีกต่อไป ซึ่งการติดเชื้อจะคงอยู่ประมาณ 2-4 สัปดาห์   

 5807 3

ลักษณะผื่นฝีดาษลิง ที่มา : Ruth Ann Crystal, MD

ฝีดาษลิง Clade 1 b ติดต่อง่าย เด็กมีอัตราเสียชีวิตสูง

หลังจากเกิดการระบาดในต่างประเทศและยังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเด็กนั้น ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ฝีดาษลิงในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกามีสถานะเป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" หลังพบฝีดาษลิงสายพันธุ์ เคลด 1 บี (Clade 1b) แพร่กระจายได้ง่ายและเชื้อมีความรุนแรงกว่าเดิม และสิ่งที่น่ากังวลคือหากเด็กได้รับเชื้อจะมีโอกาสเสียชีวิตสูง ซึ่งจากรายงานข่าวพบว่าในจำนวนผู้ป่วยฝีดาษลิงนั้นเป็นผู้ป่วยเด็กสูงถึง 70% และยังเป็นการพบผู้ติดเชื้อนอกแอฟริกาเป็นครั้งแรกอีกด้วย

จากการติดตามข้อมูลในแอฟริกาพบว่า หากในครอบครัวมีคนป่วยและอยู่ในบ้านเดียวกันประมาณ 4 ชั่วโมงมีความเสี่ยงติดเชื้อได้

 

คนท้องให้ระวังการเดินทางไปประเทศเสี่ยง

เนื่องจากแม่ท้องที่ติดฝีดาษลิงสารมารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ การป้องกันเบื้อต้นสำหรับแม่ท้องคือควรงดเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดของฝีดาษลิง โดยเฉพาะประเทศในแถบแอฟริกา

 

การป้องกันโรคฝีดาษลิง

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ประมาณ 85% ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่ที่มีความจำเพาะต่อโรคฝีดาษลิงมากขึ้น สำหรับผู้ที่ควรฉีดคือกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับเชื้อ ได้แก่ ผู้ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการและบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยฝีดาษลิง และผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยฝีดาษลิงเพื่อลดความรุนแรงของอาการป่วย
  • ล้างมือด้วยสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรค
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปยังสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน
  • หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ไม่ปรุงสุก  
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่อาจเป็นพาหะ เช่น สัตว์ฟันแทะ ลิง 

 

การรักษาโรคฝีดาษลิง

  • ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคฝีดาษลิงได้โดยตรง แพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง และรักษาตามอาการ ทั้งนี้การฉีดวัคซีนไข้ทรพิษ สามารถควบคุมการระบาดได้ ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ถึง 85%
  • ผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงที่มีอาการไม่รุนแรงมักหายได้เองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์
  • ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้ยาลดไข้รักษาตามอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และการป้องกันผลข้างเคียงในระยะยาว ในบางประเทศอาจมีการใช้ยาต้านไวรัส เช่นยา tecovirimat และ cidofovir
  • แยกตัวจากผู้อื่นป้องกันการแพร่เชื้อ สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อย ๆ

 

แม้ฝีดาษลิงเคลด 1บี จะมีความรุนแรงและคร่าชีวิตเด็กป็นจำนวนมาก แต่สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทยยังเป็นสายพันธุ์ที่พบในผู้ใหญ่และอาการไม่ได้รุนแรง และไม่ได้ติดต่อง่ายเหมือนโควิด ทั้งยังมีการเฝ้าระวังจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพราะฉะนั้นพ่อแม่ยังไม่ต้องตื่นตระหนกไปค่ะ เพียงดูแลสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปยังสถานที่แออัด ก็ช่วงป้องกันการโรคติดต่อต่าง ๆ ได้ค่ะ 

อ้างอิง :

Dr,Ruth Ann Crystal, MD Stanford Clinical Faculty

https://www.hfocus.org/content/2024/08/31395

https://www.thaipbs.or.th/news/content/343356

ฝีดาษลิง เด็กเสี่ยงสูง แนะป้องกันตัวเองอย่างเข้มข้น

ฝีดาษลิงในเด็ก, โรคฝีดาษลิง, Mpox

  • Hits: 2863

ชวนพ่อแม่จับตาร่างกฎหมายห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีบุตร

5797

 

ชวนพ่อแม่จับตาร่างกฎหมายห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีบุตร 

พ่อแม่ย่อมรักลูก หวังดีกับลูก เมื่อลูกทำผิด ดื้อ ไม่เชื่อฟังย่อมมีบทลงโทษเป็นธรรมดา หลาย ๆ ครอบครัวเลี่ยงการลงโทษที่ใช้ความรุนแรงกับเด็กอย่างการเฆี่ยนตีเป็นการพูดคุยด้วยเหตุผลและการทำโทษเชิงบวกแทน แต่กับอีกหลายครอบครัวยังคงมีการเฆี่ยนตีเป็นปกติ เพื่อให้เด็กเกิดการหลาบจำ เชื่อฟัง และหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ

การตีเด็กช่วยหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้จริงหรือ ?  

บ่อยครั้งที่พ่อแม่เข้าใจว่าการลงโทษลูกด้วยการใช้ความรุนแรง ตี บังคับ ควบคุม จะช่วยให้เด็กหลาบจำและไม่ทำซ้ำ แต่ความจริงแล้ววิธีนี้ได้ผลแค่ในระยะสั้นเท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาพฤติกรรมในระยะยาวได้

ยิ่งพ่อแม่ใช้ความรุนแรงกับลูกบ่อย ๆ ลูกยิ่งซึมซับพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงจากพ่อแม่ มีพฤติกรรมก้าวร้าว ส่งผลต่อสภาพจิตใจ กระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ ขาดทักษะสมอง EF ทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็ก มีแนวโน้มติดยาเสพติด มีปัญหาทางสุขภาพกายและจิตใจ

คลิกเพื่ออ่านบทความ รักลูกเชิงบวก "เป็นพ่อแม่ไม่ยาก! สร้างทักษะพ่อแม่" กับครูหม่อม 

 

5797 1

กฎหมายไทยกำหนดให้ผู้ปกครองมีสิทธิทำโทษบุตรตามสมควร

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 หรือ “ป.พ.พ. มาตรา 1567 บัญญัติไว้ว่า “ ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ

              (1) กำหนดที่อยู่ของบุตร

              (2) ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน

              (3) ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป

              (4) เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ในข้อที่ 2 นั้น กำหนดให้ผู้ใช้อํานาจปกครองมีสิทธิทําโทษบุตร “ตามสมควร” เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ในส่วนนี้เป็นช่องโหวให้ผู้ปกครองเด็กบางคนมีการใช้อํานาจปกครองลงโทษบุตรได้อย่างไม่จำกัดวิธีการ จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรม จนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จิตใจ และพัฒนาการของบุตร หรือในบางกรณีอาจร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต จึงเป็นที่มาของการแก้ไข แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (2)

นอกจากนี้บทบัญญัติดังกล่าวยังขัดกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยประเทศไทยได้ให้คำมั่นโดยสมัครใจไปแล้วในกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review) รอบที่ 2 (พ.ศ. 2559-2563) ว่าจะปรับแก้กฎหมายและควบคุมบทลงโทษด้วยความรุนแรงต่อบุตร

สส. ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล จึงได้ยื่นต่อสภาฯ แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (2) จากที่ระบุว่า ผู้ใช้อํานาจปกครองมีสิทธิ “ทําโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน” เป็น “ทําโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนตามสมควร แต่ต้องไม่เป็นการกระทําทารุณกรรม หรือทําร้ายร่างกายหรือจิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี หรือทําโทษอื่นใดอันเป็นการด้อยค่า”

 

อ้างอิง : 

https://x.com/MFPThailand/status/1810667949185007904/photo/1

“ตีเด็ก” การฝึกวินัยที่ไร้ผล

https://www.drthawip.com/civilandcommercialcode/208

 

 

กฎหมายห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีบุตร

  • Hits: 3330