
Encapsulated DHA เทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยให้ลูกได้รับ DHA ที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม ทำให้สมองพร้อมเรียนรู้ทุกวัน บ้านไหนมีลูกวัยคิดส์ ต้องอ่านบทความนี้ โดย นพ. ธีระยุทธ์ ธนนันทน์ธัญโชติ
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของเพจลุงหมอเด็ก
รู้ไหมว่า ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องแม่ สมองของลูกกำลังก่อร่างสร้างตัวด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง และหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่ร่างกายต้องใช้สร้างสมองส่วนนั้นคือ DHA กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทและจอประสาทตา จำเป็นต่อการพัฒนาสมองและการมองเห็นตั้งแต่ในครรภ์ไปจนถึงวัยแรกเกิด [1] พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเปรียบสมองเป็นบ้านหลังหนึ่ง DHA ก็คืออิฐก้อนสำคัญที่ใช้ก่อร่างบ้านหลังนั้นขึ้นมานั่นเอง
แต่สิ่งที่นักวิจัยด้านโภชนาการปวดหัวมานาน คือ DHA เป็นไขมันที่ “ไวเป็นพิเศษ” ไวต่อออกซิเจน ความร้อน และความชื้น จนเสื่อมสภาพได้ง่าย ซึ่งไม่ได้กระทบแค่กลิ่นและรสชาติ แต่ยังกระทบต่อคุณค่าทางโภชนาการที่จะไปถึงตัวลูกด้วย [2,3]

นี่จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Encapsulation หรือการ “ห่อหุ้ม” DHA ด้วยวัสดุที่ทำหน้าที่เป็นเปลือกป้องกัน หลักการคือลดขนาดอนุภาคน้ำมันให้เล็กลงและห่อหุ้มไว้ ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ 2 อย่าง คือปกป้องไม่ให้ DHA สัมผัสกับออกซิเจนและความร้อนโดยตรง และเพิ่มพื้นที่ผิวให้เอนไซม์ย่อยไขมันทำงานได้ดีขึ้นในระบบทางเดินอาหาร [2,3,4]
มีงานวิจัยในเด็กที่น่าสนใจ คือ การทดลองแบบ randomized controlled trial ในเด็กวัยเตาะแตะพบว่ากลุ่มที่ได้รับ DHA แบบ encapsulated มีระดับ DHA ในเลือดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับน้ำมันแบบปกติ [4] และการศึกษาในปี 2025 ที่ทำในเด็กอินโดนีเซียกว่า 120 คน ก็ยืนยันผลไปในทิศทางเดียวกัน [5]

นอกจากนั้น รู้หรือไม่ว่าสมองของลูกไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว
นักวิจัยเรียกความสัมพันธ์ระหว่างสมองกับลำไส้ที่เรียกว่า gut–brain axis หรือ “แกนสื่อสารระหว่างลำไส้กับสมอง” [7,8] ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่าลำไส้ของลูกไม่ได้ทำหน้าที่แค่ย่อยนมย่อยข้าว แต่เป็นเหมือนศูนย์กลางที่คอยส่งสัญญาณไปคุยกับระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาทอยู่ตลอดเวลา พูดง่าย ๆ คือ ลำไส้ที่สมดุล มีส่วนเอื้อให้ระบบอื่น ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีตามไปด้วย
นี่คือจุดที่สารอาหารอีกตัวหนึ่งเข้ามามีบทบาท นั่นคือ 2'-FL (2'-Fucosyllactose) ซึ่งเป็นหนึ่งใน Human Milk Oligosaccharides หรือ HMOs ซึ่งเป็นสารประกอบธรรมชาติที่พบในน้ำนมแม่ [6,7] 2'-FL ทำหน้าที่เป็นใยอาหารชนิดพรีไบโอติก คือเป็น “อาหาร” ให้จุลินทรีย์ดีในลำไส้ โดยเฉพาะกลุ่ม Bifidobacterium ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์และส่งเสริมให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น [7]
ปัจจุบันมีการสังเคราะห์ 2'-FL ขึ้นได้ และพิสูจน์แล้วว่ามีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกันทุกประการกับ 2'-FL ที่พบในน้ำนมแม่ ทำให้ 2'-FL HMO ถูกนำมาใช้ในนมผงสำหรับทารกในปัจจุบัน และเมื่อมีการรวบรวมประสบการณ์ทางคลินิกจากการเสริม 2'-FL ในนมผงทารกไว้เป็นภาพรวม ก็พบผลที่ค่อนข้างสอดคล้องกัน คือ 2'-FL มีความปลอดภัยและทารกทนต่อสูตรนมได้ดี มีการดูดซึมและขับออกด้วยประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ 2'-FL ในน้ำนมแม่ ทารกที่ได้รับนมผงเสริม 2'-FL มีประโยชน์ด้านภูมิคุ้มกัน และมีอาการแพ้นมที่ดีขึ้นด้วย [6] ยังมีรายงานจากพ่อแม่ว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจลดลงอีกด้วย
สุดท้ายนี้ สิ่งที่หมออยากจะฝากพ่อแม่คือ การเลือกโภชนาการที่ใส่ใจในรายละเอียด อย่าง DHA ที่ถูกดูแลให้คงคุณค่า และ 2'-FL ที่ช่วยดูแลสมดุลลำไส้ รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกนอนให้เพียงพอ ได้เล่นอย่างอิสระ เคลื่อนไหวร่างกาย และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับพ่อแม่ ยังคงเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างเด็กที่พร้อมเรียนรู้ทั้งร่างกายและสมองไปพร้อมกัน

นพ. ธีระยุทธ์ ธนนันทน์ธัญโชติ
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของเพจลุงหมอเด็ก
เอกสารอ้างอิง
--------------------------------------------------
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.foremostthailand.com/product-detail/omega-smart-super-gold-1plus