
อาการแพ้ท้องเป็นปัญหาปกติที่มักพบได้ในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก (ไตรมาสที่ 1) และอาการจะค่อย ๆ หายไป แต่บางคนอาจแพ้ท้องหนักไปจนถึงใกล้คลอด ซึ่งสามารถดูแลได้ด้วยอาหารและการพักผ่อนให้เพียงพอ
แพ้ท้องเพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์
เมื่อตั้งครรภ์ฮอร์โมนหลายชนิดในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งฮอร์โมนที่สร้างมาจากรกที่เรียกว่า human Chorlonic Gonadotroin (hCG) ซึ่งจะมีระดับสูงสุดในช่วงเดือนแรก ๆ ของการตั้งครรภ์ รวมถึงการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น ครรภ์แฝด ครรภ์ไข่ปลาอุก ภาวะเหล่านี้ทำให้ฮอร์โมนจากรกเข้ามาอยู่ในกระแสเลือดของแม่มากขึ้น อาจทำให้แพ้ท้องหนักกมากว่าปกติได้
แพ้ท้องเพราะความเครียด ความกังวล
คุณแม่บางคนมีภาวะเครียดเมื่อตั้งครรภ์ เช่น กังวลเรื่องสุขภาพ การเลี้ยงดูลูก รูปร่างตัวเองที่เปลี่ยนไป การเงินทางบ้าน เป็นต้น ภาวะเครียดนี้อาจส่งผลให้คุณแม่มีอาการเวียนหัว ปวดหัว คลื่นไส้แพ้ท้อง ได้เช่นกัน
สามีที่แพ้ท้องแทนภรรยามักเกิดจากความตื่นเต้น กังวล และความเครียดในการวางแผนอนาคตเป็นหลัก เพราะถึงแม้ว่าผู้ชายจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่บ้าง แต่ก็มีน้อยและไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนผู้หญิงในช่วงตั้งครรภ์ จึงไม่ใส่สาเหตุของการแพ้ท้องแทนเมีย

ปกติแล้วอาการแพ้ท้องจะพบมากในช่วงตั้งครรภ์อ่อน ๆ 3 เดือนแรก หลังจาก 3 เดือนไปแล้วอาการแพ้ท้องจะหายไปได้เอง ซึ่งอาการแพ้ท้องมักเกิดขึ้นตอนเช้า หรือมีสิ่งกระตุ้น เช่น กลิ่น เป็นต้น
แต่ในบางรายอาจมีอาการแพ้ท้องไปเรื่อย ๆ จนถึงใกล้คลอด หรือบางคนแพ้ท้องหนักมากถึงขนาดกินอาหารแล้วอาเจียนออกมาก ผอมลง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หากมีอาการแพ้ท้องหนักมากจะต้องรีบพบแพทย์ค่ะ เพราะอาจทำให้คุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หน้ามืด เป็นลมได้รับอุบัติเหตุได้
แม่ท้องที่มีอาการแพ้ท้องหนักมาก แพ้ท้องอาเจียนจนกินไม่ได้ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ จะต้องรับและกินยาแก้อาการแพ้ท้อง และเป็นยาแก้แพ้ท้องที่ปลอดภัยกับทารกในครรภ์
ยาแก้แพ้ท้องที่คุณหมอจ่ายให้แม่ตั้งครรภ์ ประกอบด้วย dimenhydrinate (ไดเมนฮายดริเนต) และ Vitamin B6 (วิตามินบี 6) เป็นกลุ่มที่แม่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ ที่มีอาการแพ้ท้องหนักมากสามารถกินได้ ให้กินยาแก้แพ้ท้อง 1 เม็ดก่อนนอน
ยาแก้แพ้ท้องจะออกฤทธิ์ได้นานเกือบตลอดวันในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้ายังอาการแพ้ท้องอาเจียนมากในช่วงบ่าย ๆ หรือ เย็น ๆ อาจเพิ่มได้อีก 1 เม็ดตอนเช้า หรือ ตอนสาย อาการข้างเคียงของยาแก้อาการแพ้ท้องหนักคือ ทำให้คุณแม่ง่วงนอน ดังนั้นจึงไม่ควรขับรถ หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร เพราะอาจเกิดอันตรายได้