
10 Super Foods แม่ท้องกินแล้วดีทั้งตัวแม่และลูกในท้อง
แม่ท้องต้องกินอะไร ถึงจะดีกับตัวเองและลูกในท้อง มาค่ะคุณแม่ เรามี 10 Super Foods 10 สุดยอดอาหารคนท้อง ที่ แม่ตั้งครรภ์ต้องต้องกิน เพราะนอกจากจะดีต่อตัวเอง เช่น ลดอาการท้องผูก ลดอาการตะคริว ฯลฯ แล้วยังส่งผลดีต่อสุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์ด้วย 10 สุดยอดอาหารคนท้องมีอะไรบ้าง ไปดู จะได้รีบไปซื้อมาไว้ติดบ้านค่ะ
- บรอกโคลี - อาหารคนท้องที่เต็มไปด้วยวิตามินซี แคลเซียม ไฟเบอร์ โฟเลต ช่วยในการพัฒนาทารกในครรภ์และช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในช่วงตั้งครรภ์
- ถั่ว - อาหารคนท้องที่มีไฟเบอร์สูง แหล่งโปรตีนสำคัญ โฟเลต ธาตุเหล็ก แคลเซียมและสังกะสี ควรกินถั่วที่หลากหลาย สดใหม่
- กล้วย - อาหารคนท้องที่เต็มไปด้วยโพเทสเซียม ลดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าในระหว่างวันของแม่ท้องได้ดีมาก
- ปลาแซลมอน - อาหารคนท้องที่เต็มไปด้วยโอเมก้า 3 กรดไขมันชั้นดี โปรตีน วิตามินบี ซึ่งดีต่อการพัฒนาระบบประสาท สมอง และสายของของทารกในครรภ์
- อะโวคาโด - อาหารคนท้องที่มีกรดโฟลิกสูง โพเทสเซียม วิตามินซีและบี 6 ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อและสมองของทารกในครรภ์
- ไข่ - อาหารคนท้องที่เต็มไปด้วยโคลีนในการช่วยพัฒนาสมองของลูกในท้อง โปรตีนสูง วิตามิน และแร่ธาตุ
- ธัญพืชโฮลเกรน - อาหารคนท้องที่มีกรดโฟลิกสูง ธาตุเหล็ก และไฟเบอร์ ช่วยลดอาการท้องผูกสำหรับแม่ท้องได้
- เบอรี่ - อาหารคนท้องที่เต็มไปด้วยโพเทสเซียม โฟเลท วิตามินซี และไฟเบอร์ ช่วยป้องกันอาการเหงือกบวม เลือดออกตามไรฟันที่อาจะเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์
- โยเกิร์ต - อาหารคนท้องที่มีแคลเซียมสูงในระดับเดียวกับนมวัว โปรตีนและกรดโฟลิกสูง ช่วยเพิ่มแคลเซียมให้แม่ตั้งครรภ์และลูกในท้อง
- ส้ม - อาหารคนท้องที่เต็มไปด้วยวิตามินซี ไฟเบอร์ โพเทสเซียม และมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 90% ซึ่งช่วยทำให้แม่ท้องรู้สึกสดชื่นได้
อาหารคนท้อง จะต้องหลากหลาย สด สะอาด ปลอดภัย เพื่อให้แม่และลูกในท้องได้รับ สารอาหาร ที่ดีต่อ พัฒนาการของทารกในครรภ์ นอกจากนี้ แม่ท้อง ควรกินให้หลากหลาย เช่น ดื่มนมวัว สลับ นมถั่วเหลือง หรือ นมแพะ กินกล้วยสลับกับ มะละกอ หรือ อาหารจานเดียวที่ชอบกินบ่อยๆ ก็ควรเปลี่ยนเมนูบ้าง เพื่อได้รับสารอาหารหลากหลายและลดความเสี่ยงมีอาการแพ้ต่างๆ ค่ะ
แม่ท้องอยากรู้เรื่องของกินคนท้อง ท้องแล้วกินอะไรได้ กินอะไรไม่ได้ ท้องแล้วกินแบบไหนถึงจะดี สามารถแลกเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ที่ Facebook Group แม่ท้องต้องกินอะไร ที่ลิงค์นี้ได้เลย >>> www.facebook.com/groups/pregnancyfood
คนท้อง คนท้องอ่อน ๆ ห้ามกินอาหารบางชนิด เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของแม่ท้องเอง ส่งผลต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ที่ทำให้ลูกพิการ เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้ค่ะ
12 อาหารที่คนท้องห้ามกิน เสี่ยงกับพัฒนาการและชีวิตลูกในท้อง
อาหารที่แม่ตั้งครรภ์เลือกกินช่วงก่อนตั้งครรภ์ คือ สิ่งสำคัญ ที่จะถูกส่งตรงไปยัง ลูกในครรภ์ และเพื่อโภชนาการที่ดีในช่วงตั้งครรภ์นี้ เราขอเสนอ 9 อาหารต้องห้ามที่แม่ท้องควรงดกินช่วงตั้งครรภ์ เพราะอาหารเหล่านี้อาจจะส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ และ ตัวคุณแม่ตั้งครรภ์เอง หากหลีกเลี่ยงได้ ลูกน้อยในท้องก็จะเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์ดี มีอะไรบ้างที่ห้ามแม่กินมาดูกันค่ะ
1. นมสดและชีสบางชนิด
นมสด(น้ำนมดิบ)และชีสบางชนิดที่ไม่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนหรือการฆ่าเชื้อ เช่น คัมมังแบร์ บลูชีสชนิดต่าง ๆ เพราะชีสเหล่านี้อาจปะปนแบคทีเรียที่ชื่อ ลิสทีเรีย ซึ่งอาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อคุณแม่และลูกได้ค่ะ
2. อาหารที่ยังปรุงไม่สุก
ไม่ว่าจะเป็นไข่ เนื้อปลา เนื้อแดง เนื้อไก่ หรือเนื้อสัตว์ทุกชนิด ที่ยังปรุงไม่สุกดี ไม่ควรทานค่ะ เพราะเสี่ยงการติดเชื้อ Salmonella เป็นกลุ่มเชื้อแบคทีเรียที่สามารถทำให้ผนังลำไส้เป็นแผล และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ค่ะ ซึ่งนั่นรวมไปถึงอาหารญี่ปุ่นประเภทปลาดิบด้วยนะคะ แม้เราจะมั่นใจว่าส่วนใหญ่เป็นปลาน้ำลึกที่ค่อนข้างสะอาด แต่เมื่อเป็นของดิบก็อาจจะเสี่ยงกับการตั้งครรภ์ได้ค่ะ
3. อาหารหมักดอง
คนท้องกับของหมักดองมักคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นผล้ไม้ดองต่าง ๆ อาหารแซ่บ ๆ เช่น ส้มตำปูปลาร้า ส้มตำหอยดอง เป็นต้น แนะนำว่าในช่วงตั้งครรภ์ให้งดไปก่อน เพราะอาหารหมักดองอาจปนเปื้อนสารพิษ มีเชื้อโรคที่ส่งต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ได้ค่ะ แต่หากแม่ท้องอยากกินส้มตำมาก ๆ อาจเลี่ยงไปเป็นส้มตำไทยแทน หรือ สุดห้ามใจได้จริง ๆ ก็ต้องมั่นใจว่าต้มปูดอง ต้มปลาร้าได้สุกและสะอาดมากพอ และกินในปริมาณน้อยค่ะ
4. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ไม่แนะนำให้คุณแม่ต้มบะหมี่ทานแบบที่เคยทำ เพราะมีสารปรุงรสและผงชูรสในปริมาณสูง จะเพิ่มระดับโซเดียมหรือเกลือให้กับร่างกายเกินความจำเป็น ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบขับถ่ายทำงานหนักค่ะ แต่หากอาการแพ้ท้องทำให้อยากกินมาก ๆ ควรปรับวิธีการทำให้ดีมากขึ้น เช่น เพิ่มผักและเนื้อสัตว์ให้ได้สารอาาหรครบถ้วน ลดปริมาณผงปรุงรสให้น้อยลง (ไม่ใส่หมดซอง) หรือ ใช้วิธีปรุงรสเองแบบอ่อน ๆ ค่ะ
5. ถั่วลิสง
ในกรณีที่คุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงเพราะในทางการแพทย์เชื่อว่าถั่วลิสงมีส่วนไปกระตุ้นให้โรคภูมิแพ้ผ่านไปยังทารกทางพันธุกรรมได้ รวมถึงในถั่วที่ไม่สะอาดอาจมีเชื้อราอะฟาทอกซินที่เข้าไปทำให้ตับของคุณแม่ทำงานหนักขึ้น และส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้ค่ะ
6. อาหารเสริมและวิตามินทุกชนิด
การทานอาหารเสริมและวิตามินในช่วงตั้งครรภ์ควรปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ เพราะหากได้รับมากเกินไป ตับก็จะทำงานหนักมากเพื่อกำจัดพิษของวิตามินส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งร่างกายไม่ได้ใช้ประโยชน์จากวิตามินส่วนเกินเท่ากับเสียเงินไปซื้อมารับประทานแต่กลับไม่ได้ประโยชน์อีกด้วย เช่น อาหารเสริมหรือวิตามินบำรุงผิว เป็นต้น
7. ปลาทะเล (บางชนิด)
ปลาทะเลบางชนิดคุณแม่ไม่ควรรับประทาน เช่น ปลากระโทงแทง ปลาดาบ ซึ่งเป็นปลาที่มีสารปรอทตามธรรมชาติในปริมาณสูงในระดับที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ แม้แต่ปลาทูน่าจัดอยู่ในปลาที่มีสารปรอทสูงเช่นกัน ควรจำกัดไม่เกิน 2 กระป๋องต่อสัปดาห์ค่ะ
8. อาหารรสจัด
อาหารที่มีรสเค็มจัด ส่งผลทำให้หัวใจและไตทำงานหนักขึ้น ส่วนรสหวานจัดเพิ่มภาระให้กับตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลมากขึ้น และทำให้คุณแม่น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้รสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด จะเพิ่มภาระให้กระเพาะต้องทำงานหนัก ทำให้ท้องอืด และเกิดภาวะกรดไหลย้อนให้คุณแม่ได้ค่ะ
9. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
แม่ท้องห้ามกินเหล้า เบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่มมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิดค่ะ เพราะจะส่งผลให้ทารกสมองพิการแต่กำเนิดได้และทำให้คลอดก่อนกำหนด
10. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
คนท้องควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะไปกระตุ้นการสูบฉีดโลหิต เพิ่มการขับปัสสาวะทำให้คุณแม่ต้องปัสสาวะบ่อยขึ้นอีก ซึ่งช่วงตั้งครรภ์ก็ฉี่บ่อยอยู่แล้ว อีกทั้งยังไปละลายแคลเซียมและเกลือแร่ในร่างกายมากขึ้นด้วย
11. ผลไม้หรือขนมรสหวานจัด
ช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรเลี่ยงการกินผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ลำไย ทุเรียน เงาะ เป็นต้น รวมทั้งขนมหวานต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งภาวะนี้ส่งผลต่อพัฒนาการ น้ำหนักตัว และการคลอดลูกได้ค่ะ คุณแม่ควรกินผลไม้ที่มีกากใยสูง เสริมวิตามิน เช่น ส้ม ฝรั่ง แตงโม อะโวคาโด เป็นต้น... อย่าลืมล้างให้สะอาดด้วยนะคะ
12. อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง
อาหารที่ผ่านกระบวนการแช่แข็ง และอาหารกระป๋อง อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียที่อันตรายต่อการตั้งครรภ์ได้ ในช่วงตั้งครรภ์จึงความเน้นอาหารปรุงสุก สดใหม่เป็นหลักค่ะ

แม่ท้องพอรู้กันอยู่แล้วว่า โฟลิกเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับลูกในท้อง ที่ช่วยให้ลูกคลอดออกมาแข็งแรงสมบูรณ์ ลดความเสี่ยงที่ร่างกายและสมองจะพิการ แต่นอกจากโฟลิกที่ได้จากหมอแล้ว ในอาหารหลายชนิดก็มีโฟลิกสูงที่แม่ท้องควรกินบำรุงในช่วงตั้งท้อง มาดูว่าอาหารอะไรบ้างที่มีโฟลิกสูงแล้วลุยเลยค่ะ!
8 อาหารโฟลิกสูงที่แม่ท้องต้องกิน ป้องกันลูกพิการแต่กำเนิด
- บรอกโคลี เริ่มมาอย่างแรก คุณแม่หลายคนก็ร้องยี้!! แล้ว เพราะไม่ถูกกับผักเขียว ๆ อย่างบรอกโคลีเลย แต่ในความเขียวของบรอกโคลี มีสารอาหาร วิตามิน และโฟลิกสูง ดังนั้นเพื่อลูกในท้องลองแข็งใจ กลั้นใจกินบรอกโคลีเพื่อเสริมโฟลิกกันหน่อยนะคะ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ข้ามไปที่อาหารชนิดต่อไปเลยค่ะ
เมนูเสริมโฟลิกจากบรอกโคลี: ซุปบรอกโคลี่ / บรอกโคลีซอสปู / ผัดบรอกโคลีหมูสับ
- ผักโขมผักโขมเป็นอีกหนึ่งผักใบเขียวที่มีโฟลิกสูงมาก เมื่อเทียบกับบรอกโคลีแล้วมีโฟลิกสูงมากกว่าถึง 3 เท่า เหมาะกับแม่ ๆ ที่กำลังตั้งท้องอยู่ และคิดว่าคุณแม่หลายคงพอกินผักโขมได้แน่นอน เพราะผักโขมไม่ได้ขมอย่างที่คิดค่ะ
เมนูเสริมโฟลิกจากผักโขม: ผักโขมอบชีส / ไข่ตุ๋นผักโขม / ผักโขมผัดเนยกระเทียม
- ไข่อาหารที่เปิดตู้เย็นมาทุกบ้านต้องมี คุณแม่ที่กินยากไม่ต้องกังวลแล้ว เพราะในไข่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีโฟลิกเช่นกัน โดยในไข่ไก่ 1 ฟอง มีโฟลิกประมาณ 44 ไมโครกรัม จะทำเมนู ต้ม ตุ๋น ดาว เจียว ก็จัดเลยค่ะ
เมนูเสริมโฟลิกจากไข่: ต้มจืดไข่น้ำ / ไข่เจียวหัวหอม / มะระผัดไข่
- ข้าวโพดนอกจากผักใบเขียวแล้ว ข้าวโพดฝักเหลืองนี้ก็เป็นหนึ่งในอาหารที่โฟลิกอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าคุณแม่เบื่ออาหารจำพวกของคาวแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็นอาหารว่างจากข้าวโพดก็อร่อยเพลินไม่แพ้กันค่ะ
เมนูเสริมโฟลิกจากข้าวโพด: ข้าวโพดคลุกเนย / ทอดมันข้าวโพด / ข้าวโพดต้ม
- อาโวคาโดจัดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าอาหารสูงอีกชนิดหนึ่งค่ะ คุณแม่หลายคนนิยมทำอาหารให้ลูก ๆ เพราะว่ามีไขมันดีสูง แต่ในอาโวคาโดก็เป็นผลไม้ที่แนะนำให้แม่ท้องกินได้ค่ะ เพราะมีโฟลิกสูงเช่นกัน แต่จะกินอาโวคาโดให้ได้คุณค่าควรกินแบบไม่ต้องผ่านความร้อนเลยค่ะ กินสด ๆ แบบผลไม้ได้เลย
เมนูเสริมโฟลิกจากอาโวคาโด: สลัดอาโวคาโด / แซนด์วิชอาโวคาโด / ยำอาโวคาโด
- แคนตาลูปใครจะคิดว่าเจ้าผลไม้กลิ่นหอม รสหวานฉ่ำอย่างแคนตาลูปก็เป็นอีกหนึ่งอาหารที่มีโฟลิกสูงที่เหมาะกับแม่ท้อง แม่ท้องไม่อยากพลาดโฟลิก ลองจัดแคนตาลูปมาหั่นพอดีคำแล้วแช่ตู้เย็นให้เย็นเจี๊ยบ กินตอนร้อน ๆ ชื่นใจที่สุดเลย
เมนูเสริมโฟลิกจากแคนตาลูป: แคนตาลูปนมสด / สมูทตี้แคนตาลูป / เยลลี่แคนตาลูป
- เมล็ดทานตะวันแม่ท้องหลายคนมักจะหิวบ่อย กินเก่งในช่วงตั้งท้อง อยากหาอะไรกินตลอดเวลา แนะนำนี่เลยค่ะ เมล็ดทานตะวันที่นอกจากจะแทะเพลิน ๆ ไม่ให้ปากได้ว่างแล้ว ในเมล็ดทานตะวันยังมีโฟลิกสูงอีกด้วยค่ะ ลองหามาขบเคี้ยวเป็นอาหารว่างกันดูนะคะ
- ถั่วแดงนอกจากโปรตีนสูงแล้ว ถั่วแดงยังมีโฟลิกสูงที่เหมาะกับแม่ท้องด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่แค่เฉพาะถั่วแดง แต่ในถั่วชนิดอื่น ๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วดำ ถั่วเฮเซลนัท ก็มีโฟลิกสูงด้วยเช่นกัน
เมนูเสริมโฟลิกจากถั่วแดงหลวง: ข้าวผัดถั่วแดงธัญพืช / ถั่วแดงต้มน้ำตาล / ถั่วแดงกวน
ถึงแม้ในอาหารหลายชนิดจะมีโฟลิกสูง แต่ถ้าปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงอาจทำให้ปริมาณโฟลิกในอาหารลดลงได้ การกินวิตามินโฟลิกเสริมจากคุณหมอตั้งแต่เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ ควบคู่กับการกินอาหารที่มีโฟลิกสูงไปด้วยก็จะช่วยเสริมกันอีกแรง เพื่อลูกน้อยที่คลอดออกมาร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และลดความเสี่ยงพิการได้ค่ะ

9 สารอาหารบำรุงสมองทารกในครรภ์ ที่แม่ตั้งครรภ์ควรกินไปจนถึงช่วงให้นมลูก
อาหารที่แม่ท้องกินมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองทารกในครรภ์ ทั้งการแบ่งเซลล์สมอง สารสื่อประสาท และการเจริญเติบโตของสมอง ได้แก่ 3 กลุ่ม คือ สารอาหารหลัก วิตามิน และเกลือแร่
9 สารอาหารบำรุงสมองทารกในครรภ์
กลุ่มสารอาหารหลัก
1. โปรตีน - สารอาหารหลักที่ร่างกายได้รับจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โปรตีน มีความจำเป็นต่อ การเจริญเติบโตของสมอง ถ้าลูกได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ จะทำให้สมองมีขนาดเล็กกว่าปกติ โปรตีนเป็นสารอาหารหลักในการสร้างและเพิ่มขนาดเซลล์ สร้างน้ำนม เพิ่มปริมาตรเลือด สร้างน้ำย่อย สร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีนจึงจำเป็นต่อแม่ท้องและทารกในครรภ์ตั้งแต่แรกปฎิสนธิจนถึงกำหนดคลอด
- อาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิดและผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น ปลา นม ไข่ เป็นต้น
- ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง เป็นต้น
2. คาร์โบไฮเดรต - เมื่อร่างกายย่อยอาหารประเภทแป้งแล้ว จะเปลี่ยนเป็นกลูโคสหรือน้ำตาลที่มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย และเป็นอาหารที่จำเป็นของสมองของทารกในครรภ์
- พบในข้าว ขนมปัง ธัญพืช พาสตา ผลไม้ น้ำตาล และน้ำผลไม้สด
- เหมาะสำหรับแม่ท้องไตรมาสที่ 1 เพราะหากแม่ท้องไตรมาสแรกมีอาการแพ้จากการตั้งครรภ์เนื่องจากฮอร์โมนไม่สมดุล คาร์โบไฮเดรตจะเป็นสารอาหารที่กินง่าย ย่อยง่าย เพียงสัมผัสกับ amylase ที่มีในน้ำลาย ก็ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมกลูโคสได้แล้ว เสริมพลังให้แม่ท้องได้ง่าย ๆ
กลุ่มแร่ธาตุ
3. ธาตุเหล็ก ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง นำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ถ้าแม่ขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรง และลูกได้รับเหล็กไม่เพียงพอ อาจทำให้เด็กมีสติปัญญาด้อยกว่าปกติ
- มีมากในงา ตับสัตว์ เนื้อแดง ไข่แดง ผักสีเขียวเข้ม เช่น คะน้า ตำลึง ผักโขม เป็นต้น
- เหมาะสำหรับแม่ท้องไตรมาสที่ 2 และ 3 เพราะระบบประสาทและระบบโลหิตในทารกที่มีการพัฒนามาตั้งแต่เดือนแรกจนถึงเดือนที่สามจึงจะมีความสมบูรณ์ ขณะที่ร่างกายของแม่ท้องเริ่มสร้างและสะสมน้ำนม มีการเพิ่มปริมาตรเลือดในช่วงนี้ อาหารที่มีธาตุเหล็กเพียงพอจะทำให้เม็ดเลือดแดงดี คุณภาพน้ำนมดี
4. ไอโอดีน มีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และความจำของลูก การขาดไอโอดีนเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมและสติปัญญาด้อย
- เกลือเสริมไอโอดีน อาหารทะเล เช่น ปลาทะเล กุ้ง หอย ปลาหมึก สาหร่ายทะเล เป็นต้น
- เหมาะสำหรับแม่ท้องไตรมาสที่ 2 และ 3 เพราะขณะตั้งครรภ์ต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น ร่างกายจึงต้องการไอโอดีนเพิ่มขึ้น

กลุ่มวิตามิน
5. โฟเลต ช่วยสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท และไขสันหลังให้เจ้าตัวเล็กในครรภ์
- พบมากในตับสัตว์ บร็อกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม และแคนตาลูป
- เหมาะสำหรับแม่ท้องทุกไตรมาส เพราะโฟเลตเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างสารพันธุกรรม และทำให้เม็ดเลือดมีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะไตรมาสแรกซึ่งมีการสร้างเซลล์ใหม่เป็นจำนวนมาก หากแม่ท้องได้รับโฟเลตไม่เพียงพอในไตรมาสที่สองและสาม ทารกจะมีความเสี่ยงต่อพัฒนาการของสมองและประสาทไขสันหลัง อาจทำให้ทารกพิการทางสมองและประสาท ที่เรียกว่า neural tube defect
6. โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายของเราสร้างเองไม่ได้ ช่วยบำรุงเซลล์สมอง เพิ่มประสิทธิภาพความจำ และสายตา
- พบมากในปลาทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาโอ ปลาทู ปลาแซลมอน สาหร่ายทะเล เป็นต้น
- เหมาะสำหรับแม่ท้องไตรมาสที่ 2 และ 3 เพราะช่วงเดือนที่สอง ส่วนหัวของทารกพัฒนามากกว่าส่วนอื่น จำเป็นต้องได้รับโอเมกา 3 เพื่อการเจริญเติบโตของเซลล์สมองและรอยหยักในสมอง โอเมกา3 ช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้ไวต่อการรับสัญญาณประสาท ในเนื้อปลาทะเลมีกรดอมิโน Thyrosine ซึ่งกระตุ้นสารสื่อนำประสาทสำคัญในสมองคือ Nerephinephrineและ Dopamine ทำให้สมองไวและมีสมาธิ มีความจำ เมื่อทารกคลอดสมองส่วนนี้จะเจริญต่อเนื่องจนเด็กอายุ 2 ขวบจึงเจริญเต็มที่
7. วิตามินบี 2 ช่วยในการเจริญเติบโตและการพัฒนาสมองลูก ถ้าได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้สมองของทารกมีขนาดเล็ก
- พบมากในนม ไข่แดง เนื้อสัตว์ ตับ และ โยเกิร์ต
- เหมาะสำหรับแม่ท้องทุกไตรมาส เพราะวิตามินบี 2 เป็นโคเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ผิวหนังไม่แห้งเป็นขุย ช่วยให้เม็ดเลือดแดงคงสภาพ รักษาสุขภาพของระบบประสาท
8. วิตามินบี 6 ช่วยในการสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองและระบบประสาท
- พบมากในเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง และกล้วย
- เหมาะสำหรับแม่ท้องทุกไตรมาส เพราะวิตามินบี6 ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตร่วมกับวิตามินบี1แถมยังช่วยในการเผาผลาญโปรตีนและไขมันร่วมกับวิตามินบี 2 และบี 12 ในช่วงไตรมาสแรกวิตามินบี 6 ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการคลื่นไส้ ถ้าเด็กขาดวิตามินบี 6 จะทำให้ชักได้
9. วิตามินบี 12 ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และช่วยให้การทำงานของสมองและประสาทให้เป็นปกติ
- พบมากในอาหารประเภท ตับ เนื้อสัตว์ ไข่ นม และหอยนางรม
- เหมาะสำหรับแม่ท้องทุกไตรมาส เพราะวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงมีขนาดปกติ ไม่ขาดธาตุเหล็ก ช่วยให้การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์เป็นไปตามปกติ เซลล์สมองได้เลือดหล่อเลี้ยง ได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ
นอกจากกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารทั้ง 9 ชนิดแล้ว ต้องอย่าลืม “น้ำ” ด้วย เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของสมอง ช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ในสมอง คุณแม่ท้องควรดี่มน้ำบ่อยๆ ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน หากอยากให้ลูกรักมีพัฒนาการทางสมองที่สมวัย

การดื่มน้ำ ช่วงตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญที่ แม่ท้อง ไม่ควรมองข้าม
ช่วง ตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่ แม่ตั้งครรภ์ จะเจริญอาหารเป็นพิเศษ อาจถึงขั้น กินไม่ยั้ง แต่อย่าลืมเรื่องสำคัญอย่าง การดื่มน้ำ ด้วยนะคะ น้ำดื่ม มีความสำคัญมากสำหรับ แม่ท้อง เพราะช่วยให้ สุขภาพครรภ์ ดีขึ้น โดยใน 1 วัน แม่ท้อง ควรดื่มน้ำ วันละ เท่าไหร่ และ การดื่มน้ำ ช่วยให้ สุขภาพครรภ์ดี ได้อย่างไร เรามีคำแนะนำที่แม่ท้องต้องทำตามค่ะ
แม่ท้องควรดื่มน้ำวันละกี่แก้ว
ใน 1 วัน แม่ท้องควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 12 แก้ว แก้วละ 8 ออนซ์ ถ้าเทียบปริมาตรง่ายคือ
- 1 แก้ว 8 ออนซ์ = แก้วกระดาษใส่กาแฟร้อนขนาดเล็ก
- 1 แก้ว 8 ออนซ์ = แก้วน้ำใส ทรงสูง เส้นผ่าศูนย์กลางแก้วประมาณ 2-2.5 นิ้ว
- 1 แก้ว 8 ออนซ์ = 1 ถ้วยตวง (ถ้วยตวงสำหรับทำอาหารหรือขนม)
แม่ท้องควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 12 แก้ว หากดื่มมากกว่านี้ก็ได้ แต่ไม่ควรน้อยกว่านี้ค่ะ และน้ำที่ควรดื่มที่สุดคือ "น้ำสะอาด"
ทำไมแม่ท้องควรดื่มมากพอ ๆ กับการกินอาหาร
- แม่ท้องดื่มน้ำเพื่ออาการคลื่นไส้แพ้ท้อง
- แม่ท้องดื่มน้ำเพื่อลดและป้องกันอาการท้องผูก
- แม่ท้องดื่มน้ำเพื่อช่วยลดและควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย
- แม่ท้องดื่มน้ำเพื่อให้น้ำช่วยดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกาย
- แม่ท้องดื่มน้ำเพื่อป้องกันร่างกายสูญเสียน้ำจากเหงื่อและการปัสสาวะบ่อย
- แม่ท้องดื่มน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
อาการที่บอกว่า "แม่ท้องกำลังขาดน้ำ" ต้องดื่มน้ำด่วน
- ปัสสาวะสีเข้มมาก โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากยา อาหารเสริม หรือไม่สบาย
- ผิวแห้ง ปากแห้ง
- รู้สึกร้อนในร่างกาย
Ref. Parent Republic
คนท้อง กินช็อกโกแลต แล้วลูกจะดำจริงไหม?
"อย่ากินช็อกโกแลตนะ กินแล้วลูกจะดำ" เคยได้ยินกันใช่ไหมคะ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่รู้ค่ะ ว่าจริงไหม ส่วน ช็อกโกแลต สำหรับ คนท้อง สามารถทานได้ นะคะ แต่ แนะนำให้เป็น ดาร์กช็อกโกแลต จะดีกว่า เพราะมีน้ำตาลน้อยกว่า ช็อกโกแลต ทั่วไป ที่สำคัญคือมีประโยชน์ในแง่ของสารอาหารมากกว่าอีกด้วยค่ะ
ดาร์กช็อกโกแลตมีประโยชน์ต่อคนท้องอย่างไร
1. หัวใจแข็งแรง
มีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนได้ดี ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์
2. ลดความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ
จากงานวิจัยในอังกฤษพบว่า ดาร์คช็อกโกแลตอุดมไปด้วยสารธีโอโบรมีน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ นอกจากนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และช่วยขยายหลอดเลือดด้วย
3. ลดความเสี่ยงการแท้งลูก
กาเฟอีนในดาร์กช็อกโกแลตที่กินตอนท้อง จะช่วยลดการไหลตัวของเลือดสู่รก ซึ่งส่งผลให้โอกาสที่จะแท้งลดลงด้วย คุณแม่หลายคนอาจจะเถียงว่า กาเฟอีนอันตรายไม่ใช่หรือ? แต่แท้จริงแล้วการที่ร่างกายได้รับกาเฟอีนไม่เกิน 200 กรัมต่อวันนั้นไม่ส่งผลเสียใดๆ ค่ะ
4. มีความสุข
ช่วยกระตุ้นการหลั่งของสารเอ็นโดรฟินในสมองและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยสารเอ็นโดรฟินนี้เองจะช่วยให้เกิดความรู้สึกพออกพอใจ และมีความสุข นอกจากนี้ยังช่วยลดทอนความรู้สึกเจ็บปวดด้วย
5. ลดความดันสูง
มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของระบบสมองและระบบประสาทของลูก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวายังพบว่าช่วยลดภาวะความดันสูงในหญิงตั้งครรภ์ด้วย
คนท้องกินช็อกโกแลต แล้วลูกจะดำหรือเปล่า เป็นเพียงแค่ความเชื่อที่ผิดเท่านั้นค่ะ อาหารทุกอย่างไม่สามารถเปลี่ยนพันธุกรรมด้าน สีผิวลูก ได้ค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลใจทาน ดาร์กช็อกโกแลต ได้เลยค่ะ แต่ให้ทานแต่พอดีนะคะ อะไรมากไปก็มีข้อเสียเช่นกันค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thairath.co.th

คนท้อง แม่ตั้งครรภ์ห้ามกินยอดผักจริงไหม คนท้องกินยอดผักจะเป็นเก๊าต์จริงไหม
คนท้องสามารถกินยอดผักได้ ไม่มีความเสี่ยงเป็นโรคเก๊าต์ ยกเว้นคนที่เป็นเก๊าต์จากกรรมพันธุ์ หรือระบบการกำจัดยูริกของร่างกายผิดปกติ ไม่ใช่แค่การกินยอดผักเพียงอย่างเดียว
คนท้องกินยอดผักได้ไหม
คนท้องสามารถกินยอดผักได้ และยังดีต่อสุขภาพด้วย เช่น ยอดตำลึง ยอดฟักทอง ยอดผักแม้ว ยอดผักหวาน เป็นต้น
- ยอดตำลึง
- มีธาตุเหล็กสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงป้องกันภาวะโลหิตจาง
- มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยเรื่องสายตาและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
- มีใยอาหารช่วยเรื่องขับถ่าย
- ยอดฟักทอง
- มีฟอสฟอรัสและวิตามินที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
- ยอดผักหวาน
- มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงมาก ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันของทารก และช่วยลดการเป็นตะคริวของคุณแม่
- มีวิตามินเคช่วยในการแข็งตัวของเลือด
- ยอดชะอม
- มีวิตามินเอสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยในการมองเห็น
- ฟอสฟอรัสและแคลเซียม
ข้อควรระวัง: ชะอมมีกลิ่นฉุนและมีกรดพิวรีนในระดับปานกลาง-สูง แต่ยังกินได้โดยต้องทำให้สุด เช่น ต้มหรือทอด และไม่ควรกินในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาส 3 เพราะจะทำให้มีอาการแน่นท้องหรือกรดไหลย้อนได้
- ยอดฟักแม้ว (ยอดมะระหวาน)
- มีโฟเลตสูง ซึ่งจำเป็นมากในไตรมาสแรกเพื่อป้องกันความพิการทางสมองของลูก และมีฤทธิ์เย็นช่วยลดอาการร้อนในของคุณแม่
- มีเส้นใยอาหารสูงมาก ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงาน
วิธีกินยอดผักสำหรับคนท้อง
- ต้องล้างให้สะอาด เช่น ล้างแบบปล่อยให้น้ำไหลออกตลอด หรือใช้น้ำยาล้างผัก เพราะยอดผักมักมีลักษณะเป็นช่อซ้อนกัน อาจมีเศษดินหรือไข่แมลงซ่อนอยู่ ควรเด็ดแล้วล้างผ่านน้ำไหลหลาย ๆ รอบ
- ต้องปรุงสุกเท่านั้น เพราะยอดผักบางชนิดมีสาร ออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งถ้ากินดิบปริมาณมากอาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมหรือเสี่ยงต่อนิ่วในไต แต่ความร้อนจากการปรุงสุกจะช่วยลดสารนี้ได้
- ต้องกินแบบสลับกับผักอื่น ๆ ไม่ควรกินผักชนิดเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารหลากหลายและลดการสะสมของสารบางชนิด
จริง ๆ แล้วโรคเก๊าต์ในคนท้องพบได้น้อยมาก เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในช่วงตั้งครรภ์มีคุณสมบัติช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกได้ดีขึ้น แต่ถ้าคุณแม่มีอาการเท้าบวมหรือปวดข้อ มักเกิดจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ข้อต้องรับแรงกระแทก หรือการคั่งของน้ำในร่างกาย

คนท้องกินขนมจีนได้ไหม แม่ท้องกินขนมจีนยังไงดีให้แซ่บ ไม่ท้องเสีย ไม่เสียดท้อง
คนท้อง แม่ตั้งครรภ์กินขนมจีนได้ โดยเลือกกินขนมจีนเส้นสดเพื่อลดความเสี่ยงอาการท้องเสีย หรือเสียดท้อง รวมทั้งกินคู่กับผักและเนื้อสัตว์ เช่น ลูกชิ้น เนื้อไก่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน
คนท้องกินขนมจีนได้ไหม
สำหรับคนท้องที่มีสุขภาพครรภ์ดีปกติ ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องระวังอาหารอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็มีข้อควรระวังที่จะช่วยให้แม่ตั้งครรภ์กินขนมจีนได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
- ควรเลือกขนมจีนเส้นสด หรือถ้าซื้อจากร้านขายเส้นขนมจีนที่บีบเส้นสดได้เลยจะยิ่งดี
- ต้องมั่นใจว่าเส้นขนมจีนต้มสุกดี เพื่อป้องกันอาการท้องอืด ท้องเสีย จากแป้งที่ไม่สุก
- เมนูขนมจีนจะต้องสุกและสะอาด เช่น หากเป็นน้ำยาขนมจีนต้องปรุงสุก หากเป็นเมนขนมจีนที่มีน้ำปลาร้า เช่น ขนมจีนน้ำยาป่า ยำขนมจีน เป็นต้น จะต้องใช้ปลาร้าที่สะอาด ต้มสุกเท่านั้น แต่ควรใส่ในปริมาณน้อย
- ควรเพิ่มผักและเนื้อสัตว์ในเมนูขนมจีน เพื่อให้แต่ละมื้อได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน
- คนท้องกินขนมจีนได้ แต่ไม่ควรกินติดกันหลาย ๆ มื้อ เพราะไม่ว่าจะเป็นขนมจีนเส้นสด หรือ เส้นหมัก ก็มีกระบวนการหมักแป้งด้วยกันทั้งนั้น (แต่วัตถุดิบและระยะเวลาหมักต่างกัน) ดังนั้น ควรกินสลับกับอาหารหลักอื่น ๆ ด้วย
- ควรซื้อขนมจีนในปริมาณพอกินต่อมื้อ ไม่ควรซื้อเยอะและเก็บแช่เย็นไว้เพราะเส้นขนมจีนเสียได้ง่าย อาจทำให้ท้องเสียได้
คนท้องอยากกินขนมจีน รู้ไว้หน่อยว่าควรเลือกเส้นขนมจีนแบบไหน
- ขนมจีนเส้นหมัก คือ ใช้เมล็ดข้าวเจ้าไปหมักกับน้ำจนข้าวเปื่อย แล้วจึงนำมาโม่ นวดให้เป็นก้อนแป้งก่อนจะบีบต้มเป็นเส้น ซึ่งขนมจีนเส้นหมักจะออกสีน้ำตาล มีกลิ่นหมักชัดเจน เส้นเหนียวนุ่ม และเก็บไว้ได้ค่อยข้างนาน
- ขนมจีนแป้งสดทำมาจากข้าวเจ้านวดกับน้ำสะอาด แล้วทิ้งไว้สักพักจึงนำมานวดให้เป็นก้อนก่อนจะบีบต้มเป็นเส้น ขนมจีนเส้นสดจะมีลักษณะขาว นิ่ม ไม่เหนียวเท่าขนมจีนเส้นหมัก และเก็บไว้ได้ไม่นาน ซึ่งขนมจีนที่ขายในปัจจุบันจะเป็นขนมจีนเส้นสด ขายเป็นตะกร้าตามขนาด
เมนูขนมจีนสำหรับคนท้อง
- ขนมจีนน้ำยาปลา ลูกชิ้นปลา
- ขนมจีนซาวน้ำ
- ยำขนมจีน
- ขนมจีนผัดซีอิ๊ว
ทุกเมนูขนมจีนสำหรับคนท้องจะต้องมีเนื้อสัตว์และผักสดเสมอนะคะ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน และช่วยให้คุณแม่ได้รับไฟเบอร์ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันท้องผูกได้

คนท้องกินถั่วลิสงได้ไหม กินถั่วมีเชื้อราแล้วเสี่ยงแท้ง คลอดก่อนกำหนดจริงไหม
ถั่วลิสงเป็นหนึ่งในอาหารที่แม่ท้องกินได้ มีสารอาหารสูงเหมาะกับคนท้อง แต่คนท้องควรเลือกกินถั่วลิสงที่สดใหม่ เพื่อป้องกันเชื้อราที่อาจสะสมในตับและส่งผลต่อการตั้งครรภ์
คนท้องกินถั่วลิสงได้ไหม
คนท้องกินถั่วลิสงได้ ซึ่งในถั่วลิสงมีประโยชน์และสารอาหารที่แม่ตั้งครรภ์ต้องการ
- โปรตีน
- เหล็ก
- กรดโฟลิก
- โพแทสเซี่ยม
- แมกนีเซียม
- กรดไขมันจำเป็น
- ใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย
คนท้องกินถั่วลิสงแล้วลูกจะแพ้ถั่วไหม
นักวิจัยที่โรงพยาบาลเด็กใน Boston ได้วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของเด็กมากกว่า 8,000 คน โดยให้แม่รายงานอาหารที่กินในระหว่างหรือไม่นานนักก่อนหรือหลังการตั้งครรภ์ และพบว่า เด็กที่แม่ไม่แพ้ถั่วและกินถั่วลิสง 5 ครั้ง หรือมากกว่านั้นในช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ มีความเสี่ยงที่จะแพ้ถั่วต่ำสุด
นักวิเคราะห์ Michael Young ย้ำว่า แม้ข้อมูลจะไม่แสดงให้เห็นว่า การกินถั่วลิสงในระหว่างตั้งครรภ์จะช่วยป้องกันอาการแพ้ แต่ก็สามารถบอกได้ว่าการกินถั่วลิสงในระหว่างตั้งครรภ์ไม่ทำให้เด็กแพ้ถั่ว
คนท้องกินถั่วลิสงเสี่ยงแท้งจริงไหม
ในถั่วลิสงที่มีความชื้น เก็บไว้นาน ไม่ผ่านกรรมวิธีการทำให้สุก อาจมีเชื้อราอะฟลาท็อกซิน ซึ่งหากรับเข้าสู่ร่างกายมาก ๆ จะเกิดการสะสมที่ตับ ทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง ภาวะตับแข็ง มะเร็งตับ และอาจมีผลต่อระบบไต หัวใจด้วย
สำหรับคนท้อง อะฟลาท็อกซิน เสี่ยงกับการทำให้เกิดภาวะโลหิตจางในมารดา ภาวะลูกโตช้าในท้อง การคลอดก่อนกำหนดได้ ถ้าสะสมมาก ๆ อาจส่งต่อสุขภาพลูกในครรภ์และมีความผิดปกติระบบสมองได้ ดังนั้นทารกที่ไม่แข็งแรงก็เสี่ยงแท้งได้เช่นกัน
คนท้องกินถั่วลิสงอย่างไรให้ปลอดภัย
- ถั่วลิสงคั่ว ถั่วลิสงอบกรอบสำหรับกินเล่น ควรดูวันเดือนปีที่ผลิต เน้นเลือกที่เพิ่งผลิตใหม่ และเลือกชนิดที่ไม่คลุกเกลือ เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากไป (แม่ท้องกินเกลือหรือโซเดียมมากไป อาจส่งผลให้ตัวบวมได้)
- หากจะเลือกซื้อถั่วสิลงมาปรุงอาหาร ควรเลือกซื้อแบบห่อเล็ก ไม่ต้องเหลือเก็บนาน ดูวันเดือนปีที่ผลิตที่เพิ่งผลิตใหม่ บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่มีเชื้อรา สะอาด
- หากคนท้องจะกินถั่วต้ม ควรดูว่าเปลือกถั่วที่ต้มแล้วสะอาดดีไหม มีเชื้อราเกาะหรือเปล่า หรือเมื่อซื้อมาแล้วลองแกะดูก่อนว่าในปลือกและผิวเมล็ดมีเชื้อราหรือไม่
- หากพบว่าถั่วลิงสงมีกลิ่นอับ เหม็น หรือ ชื้น ควรทิ้งทันที ไม่ควรนำมาทำอาหาร เพราะอาจจะมีเชื้อราอะฟลาท็อกซินสะสมอยู่ในถั่วแล้ว
- ไม่เก็บอาหารแห้งเหล่านั้นไว้เป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อราได้

คนท้องกินปลากระป๋องได้ไหม กินอย่างไรให้อร่อยและปลอดภัย
คนท้องกินปลากระป๋องได้ โดยเช็กฉลากข้างกระป๋องให้ละเอียด เช่น วัน เดือน ปีในการผลิตและหมดอายุ กระป๋องไม่บุบ ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่มีฟอง เป็นต้น
คนท้องกินปลากระป๋องอย่างไรให้ปลอดภัย
- เลือกปลากระป๋องที่ฉลากมีข้อมูลครบถ้วน
- วัน เดือน ปี ที่ผลิตและหมดอายุ
- ส่วนประกอบ วัตถุดิบ
- สถานที่ผลิต การได้รับเครื่องหมาย อย. ที่ถูกต้อง
- เลือกกระป๋องที่ไม่ยุบ ไม่บุบ ไม่รั่วซึม ไม่ขึ้นสนิท เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนได้
- เมนูปลากระป๋องที่กิน ควรปรุงสุกเพื่อลดเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมาจากกระบวนการผลิต
ปลากระป๋องแบบนี้คนท้องห้ามกินเด็ดขาด
- เมื่อเทออกจากกระป๋อง มีกลิ่นผิดปกติ มีฟอง
- น้ำซอสมะเขือเทศสีผิดปกติ เช่น น้ำตาล ดำ เป็นต้น

เมนูปลากระป๋องสำหรับคนท้อง
- ข้าวผัดปลากระป๋อง
- ไข่เจียวปลากระป๋อง
- ต้มยำปลากระป๋อง
- ลาบปลากระป๋องคั่วสุก
- ผัดกะเพราปลากระป๋อง
คนท้องกินยำปลากระป๋องได้ไหม หรือ เปิดเทราดข้าวเลยได้ไหม
คนท้องกินยำปลากระป๋องหรือจะเทราดข้าวกินเลยก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาด เพราะในปลากระป๋องจะมีสารฮีสตามีน ที่เกิดจากแบคทีเรียย่อยกรดอะมิโนในตัวปลา หากเกิดอาการแพ้อาจทำให้ปวดท้อง ท้องเสียได้ ดังนั้นคุณแม่ท้องที่อยากกินปลากระป๋องยังกินได้นะคะ แต่ต้องไม่บ่อยมากเกินไป

คนท้องกินมังคุดได้ไหม คนท้องกินมังคุดยังไงให้หายอยากและไม่เสี่ยงเบาหวาน
มังคุดมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์สำหรับคนท้อง ในมังคุดมีโฟเลตที่ช่วยในการสร้างอวัยวะของทารกในครรภ์และป้องกันการพิการแต่กำเนิดได้
คนท้องกินมังคุดได้ไหม
คนท้องกินมังคุดได้
- มังคุดมีโฟเลตที่ช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดในทารก
- มังคุดยังมีใยอาหารจำนวนมาก ที่ช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย ลดอาการคนท้องท้องผู้ได้
คนท้องกินมังคุดยังไงไม่ให้เสี่ยงเบาวาน และไม่อันตราย
- มังคุดเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน แม่ท้องควรกินในปริมาณที่พอดี เช่น วันละ 6-7 ผล
- ก่อนกินมังคุดควรล้างก่อน เพราะที่ผิวเปลือกอาจมีฝุ่นหรือสารเคมีตกค้าง
- ควรใช้มีดกรีดเปิดเปลือกมังคุด ไม่ความบิ หรือ กัด เพราะเปลือกมังคุดมียางที่อาจจะทำให้ระคายเคืองผิวได้
นอกจากกินมังคุดสดแล้ว แม่ท้องอาจปรับมาทำเมนูอื่นได้ เช่น ยำมังคุด เพื่อใส่ส่วนประกอบอื่น ๆ ที่จะทำให้แม่ท้องได้รับสารอาหารเพิ่มเติมค่ะ
ข้อควรระวังสำหรับแม่ท้องที่กินมังคุด: หลายคนอาจกินแบบกลืนเม็ดลงไปด้วย แม้ว่าเม็ดมังคุดจะไม่อันตราย แต่ในช่วงตั้งครรภ์ที่คนท้องมีอาการท้องผูกอยู่แล้ว การกลืนเม็ดมังคุดอาจยิ่งทำให้ท้องผูกถ่ายยากมากขึ้น ดังนั้น คายเม็ดมังคุดเม็ดใหญ่ ๆ ทิ้งด้วย

คนท้องกินหอยนางรมได้ไหม กินหอยนางรมทำให้ลูกในท้องผมดกดำจริงไหม
คนท้องกินหอยนางรมได้ค่ะ แต่หอยนางรมสดอาจมีการปนเปื้อนสิ่งสกปรก เชื้อแบคทีเรีย พยาธิที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้ คนท้องกินหอยนางรมแบบไหนถึงจะดี
คนท้องกินหอยนางรมได้ไหม
คนท้องกินหอยนางรมได้ แต่การกินหอยนางรมก็จะเหมือนกับการกินหอยชนิดอื่น ๆ คือ ไม่ควรกินแบบสด เนื่องจากในหอยนางรมสดอาจมีการปนเปื้อนสิ่งสกปรก เชื้อแบคทีเรีย พยาธิที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ หรือทำให้ท้องเสียได้ ดังนั้น หากคนท้องอยากกินหอยนางรม แนะนำว่าควรนำมาทำเมนูที่ปรุงสุกถึงจะดี เช่น
- หอยทอดหอยนางรม
- ยำหอยนางรมสุก
- ซุปหอยนางรม
- หอยนางรมผักเห็ด
คนท้องกินหอยนางรวมทำให้ลูกในท้องผมดกดำจริงไหม
ในหอยนางรมมีธาตุเหล็ก สังกะสีและคอลลาเจน ซึ่งดีต่อการบำรุงเส้นผม แต่ยังไม่มีผลการวิจัยยืนยันว่า คนท้องกินหอยนางรมแล้วลูกจะคลอดออกมาผมดกดำ เพราะลักษณะของเส้นผมของทารกจะขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์จากพ่อแม่เป็นหลักด้วย

คนท้องกินหอยแครงได้ไหม กินหอยแครงอย่างไรให้ปลอดภัย
คนท้องกินหอยแครงได้ แต่ทางที่ดีควรเลี่ยงไปก่อน เพราะหอยอาจจะไม่สะอาด หากปรุงไม่สุกอาจมีเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือพยาธิที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้
คนท้องกินหอยแครงได้ไหม
คนท้องกินหอยแครงได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรเลี่ยงการกินไปก่อน โดยเฉพาะคนท้องที่อยากกินหอยแครงแบบลวกไม่สุก หอยแครงแบบยังมีเลือดอยู่ เพราะในสัตว์ประเภทหอยมักจะมีดินโคลน เชื้อโรค แบคทีเรีย หรือพยาธิอยู่ ซึ่งนั่นรวมไปถึงหอยชนิดอื่น ๆ ด้วย
คนท้องอยากกินหอยแครงต้องทำยังไง
- ล้างหอยแครงให้คายดินออกให้หมด โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ใส่เกลือลงในน้ำ ใส่พริกสดทุบบุบ 4-5 เม็ดลงในน้ำ แช่หอยแครงในน้ำโซดา เป็นต้น แช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-30 นาที ให้เห็นว่าหอยอ้าเปลือกคายดินออก แล้วล้างซ้ำ 2-3 น้ำ
- ขัดเปลือกให้สะอาดก่อนนำไปลวก
- ควรปรุงหอยแครงให้สุก ไม่มีเลือด เพื่อลดความเสี่ยงได้รับเชื้อโรคหรือท้องเสีย
- ไม่ควรกินบ่อย กินแค่พอหายอยากก็พอ
คนโบราณบอกว่า คนท้องห้ามกินหอยเพราะจะทำให้คลอดยาก จริงไหม
มีความเชื่อโบราณว่า คนท้องห้ามกินหอยเพราะจะทำให้คลอดลูกยาก เหมือนหอยที่เปิดปากยาก เนื้อหอยติดเปลือกเอาออกยาก ซึ่งความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง แต่น่าจะเป็นอุบายของคนโบราณที่ไม่อยากให้คนท้องกินหอย ที่เหมือนเป็นของแสลง เปื้อนดินโคลน ไม่สะอาด นั่นเอง

คนท้องกินเห็ดเผาะได้ไหม กินเยอะเกินไปอันตรายกับลูกในท้องหรือเปล่า
คนท้องกินเห็ดเผาะได้ ใน 1 เม็ดมีแร่ธาตุและสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์กับคนท้อง เช่น โปรตีน ไขมัน ฟอสเฟต แคลเซียม ธาตุเหล็ก เป็นต้น
คนท้องกินเห็ดเผาะได้ไหม
คนท้องกินเห็ดเผาะได้ค่ะ เห็ดเปาะปริมาณ 100 กรัม จะให้พลังงาน 45 กิโลแคลอรี ใน 1 เม็ดมีแร่ธาตุและสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์กับคนท้อง ได้แก่ โปรตีน ไขมัน ฟอสเฟต แคลเซียม ธาตุเหล็ก ไนอะซีน วิตามินบี วิตามินบี2 และวิตามินซี
นอกจากนี้เห็ดเผาะยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกาย แก้ช้ำใน มีฤทธิ์สมานแผล แก้อักเสบ บรรเทาอาการโรคกระเพาะ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าในเห็ดเผาะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยล้างสารพิษ ต้านเซลล์มะเร็งตับ ช่วยปกป้องตับ ปกป้องหัวใจ ต้านเบาหวาน และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อีกด้วย
คนท้องกินเห็ดเผาะเยอะเกินไปอันตรายกับลูกในท้องไหม

ข้อควรระวังเมื่อแม่ตั้งครรภ์กินเห็ดเผาะ เห็ดถอบ
- สำหรับคนที่แพ้เห็ดหรือแพ้สปอร์เห็ด ควรระมัดระวังในการกินหรืองดกินไปก่อน
- เห็ดเผาะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโบทูลินัมที่มาจากดินและจากกระบวนการแปรรูปที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการทำเมนูที่มีหน่อไม้ดองเป็นส่วนประกอบ เช่น แกงเห็ดเผาะใส่หน่อไม้ดอง ทำให้มีความเสี่ยงได้รับเชื้อโบทูลินัมเพิ่มขึ้น โดยหลังจากได้รับสารพิษเข้าไปจะมีอาการ วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ในรายที่เป็นมาก ๆ อาจส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้
- เนื่องจากเปลือกของเห็ดเผาะมีความหนา ยิ่งเป็นเห็ดแก่จะยิ่งหนาและแข็ง อาจทำให้แม่ท้องท้องอืดและลำไส้อุดตันได้ เนื่องจากขณะตั้งครรภ์กระเพาะอาหารของแม่ท้องจะถูกเบียดจากมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ต้องใช้เวลาในการย่อยอาหารมากขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีเมนูเห็ดเผาะบนโต๊ะ แม่ควรเลือกกินเห็ดอ่อนเนื้อในสีขาว และเคี้ยวให้ละเอียดทุกครั้ง
เมนูเห็ดเผาะสำหรับคนท้อง

เห็ดเผาะ ทำอะไรก็อร่อย ก่อนปรุงควรล้างเอาเศษดินออกให้หมด จากนั้นนำไปทำเมนูโปรดของแม่ได้เลย สำหรับเมนูเห็ดเผาะแนะนำ ได้แก่
- เห็ดเผาะต้มเค็ม
- แกงคั่วเห็ดเผาะ
- เห็ดเผาะผัดน้ำมันหอย
- ยำเห็ดเผาะ
- ต้มยำเห็ดเผาะ
- แกงเลียงเห็ดเผาะ
- เห็ดเผาะต้มจิ้มกับน้ำพริก
- ผัดกะเพราเห็ดเผาะ
- ไข่เจียวเห็ดเผาะ
- ลาบเห็นเผาะ

สิ่งสำคัญคือ ควรปรุงให้สุกทุกครั้งไม่ควรกินดิบ หลีกเลี่ยงการปรุงรสจัด และหากกินเห็ดเผาะแล้วมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ควรเก็บตัวอย่างเห็ดแล้วรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาอาการต่อไป
อ้างอิง

คนท้องดื่มนมเปรี้ยวได้ไหม ประโยชน์ของนมเปรี้ยวที่แม่ท้องควรดื่ม
คนท้องดื่มนมเปรี้ยวได้ ในนมเปรี้ยวเป็นนมที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับร่างกาย แต่ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกแบบหวานน้อยเพื่อไม่ให้เกิดภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์
คนท้องกินนมเปรี้ยวแล้วได้ประโยชน์อย่างไร
นมเปรี้ยวโยเกิร์ตแต่ละชนิดอาจมีการหมักแตกต่างกันตามเชื้อจุลินทรีย์ เช่น หมักจากแบคทีเรียสเตรปโทค็อคคัสเทอร์โมฟิลลัสและแล็กโตบาซิลลัส หรือนมเปรี้ยวแอซิโดฟิลลัสหมักจากแบคทีเรียแล็กโทบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้มีประโยชน์มาก
- ช่วยกระตุ้นทางเดินอาหาร ลำไส้
- ในบางคนก็สามารถช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น
- ร่างกายได้รับ โปรตีน แคลเซียม วิตามินบี ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและร่างกาย
- เสริมภูมิคุ้มกัน จุลินทรีย์ดีในลำไส้ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
คนท้องควรดื่มนมเปรี้ยวเท่าไหร่ถึงจะดี
คนท้องควรดื่นนมเปรี้ยว 80-150 มิลลิลิตร หรือประมาณ 1 ขวดขนาดกลาง ปริมาณนี้เพียงพอให้ได้รับ จุลินทรีย์โพรไบโอติก ที่ช่วยระบบลำไส้ โดยไม่รับน้ำตาลมากเกินไป
คนท้องควรเลือกนมเปรี้ยวอย่างไร
1. เลือกนมเปรี้ยวประเภทพาสเจอไรซ์ ที่ทำให้รับจุลินทรีย์สุขภาพ แต่เมื่อซื้อมาแล้วไม่ควรแช่เย็นไว้นานนะคะ เพราะนมเปรี้ยวพาสเจอไรซ์แช่เย็นมักอยู่ได้ไม่นาน หรือไม่เกิน 7 วันเท่านั้น
2. ควรเลือกแบบที่ “ไม่มีแอลกอฮอล์” สำหรับนมเปรี้ยวชนิดเคเฟอร์และชนิดคูมิสซึ่งหมักด้วยแบคทีเรียและยีสต์จะมีเอทธิลแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการหมักด้วย ซึ่งไม่เหมาะต่อหญิงมีครรภ์และเด็ก
3. เลือกนมเปรี้ยวชนิด “น้ำตาลน้อย” เพราะนมเปรี้ยวมักจะเดิมรสหวานค่อนข้างเยอะ ถ้าแม่ท้องดื่มนมเปรี้ยวเยอะหรือดื่มทุกวัน อาจทำให้เกิดภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ได้
คนท้องดื่มนมไม่ได้ จะต้องกินอะไร ทดแทน สารอาหาร ใน นม
แม่ท้อง แม่ตั้งครรภ์ ควรดื่ม นม ที่หลากหลายในสัดส่วนที่เท่ากัน เช่น นมแพะ นมถั่วเหลือง นมวัว อย่างน้อยวันละ 1-3 แก้ว เพื่อบำรุงให้ลูกน้อยแข็งแรง อีกทั้ง ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง สำหรับตัวคุณแม่อีกด้วยค่ะ แต่ถ้า แม่ท้อง แม่ตั้งครรภ์ ท่านใด ไม่ชอบดื่มนม ดื่มนมแล้วอาเจียน เราขอแนะนำ อาหารที่ทดแทนสารอาหารที่มีอยู่ในนม ดังนี้ค่ะ
1. หมู ไก่ ไข่ ปลา
คุณแม่ควรเลือกเมนูอาหารที่เน้น โปรตีน อย่าง เนื้อไก่ หมูไม่ติดมัน และทานเนื้อปลากับไข่ให้ได้ทุกวันค่ะ
2. ชีส โยเกิร์ต นมเปรี้ยว
เน้นเมนูที่มี แคลเซียม เยอะๆ จัดสมูทตี้ผลไม้ไปเลยค่ะ ใส่โยเกิร์ต นมเปรี้ยว แก้แพ้ท้องได้ด้วยนะคะ หรือเลือกเมนูที่มีชีส ก็ได้รับแคลเซียมไม่ต่างจาก นม ค่ะ
3. ปลาตัวเล็กตัวน้อย
แม่ท้อง หามาทานได้เลยค่ะ เช่น ปลาหมอไทย ปลาซิว ปลาข้าวสาร ปลาไส้ตัน ปลากะตัก เน้นทำเมนูต้ม นึ่ง ตุ๋น เป็นแหล่งอาหารที่มีแคลเซียมสูงไม่ต่างจาก นม เลยค่ะ
4. ผักและผลไม้หลากสี
กินให้หลากหลาย เพราะในผักผลไม้เป็นแหล่ง วิตามิน และ โฟเลต เลยค่ะ เช่น คะน้า ตำลึง ผักโขม อะโวคาโด กระเจี๊ยบเขียว ฟักทอง กะหล่ำปลีม่วง ขนุน ลิ้นจี่ กล้วยไข่ มะละกอ ส้มเขียวหวาน เป็นต้น หรือทำสลัดรวมก็ได้สารอาหารเยอะเลยค่ะ
5. ธัญพืช
แหล่ง แคลเซียม และ โปรตีน ชั้นดี ทำเมนูเหล่านี้ทานเลยค่ะ เช่น ข้าวอบธัญพืช อกไก่อัลมอนด์ แซนด์วิชถั่วขาว ผัดตับหมูใส่ธัญพืช ข้าวผัดคีนัวไก่ หรือปั่นเป็นสมูทตี้รวมธัญพืชก็ลองทำได้เลยค่ะ
แม่ท้อง แม่ตั้งครรภ์ ที่ ดื่มนมไม่ได้ ก็สามารถเลือกทานอย่างอื่นทดแทนได้ค่ะ และต้องเน้นการกินที่หลากหลาย สลับกันไปทั้ง 5 ข้อ นะคะ เพื่อที่ แม่ตั้งครรภ์ และ ลูกน้อยในครรภ์ จะได้แข็งแรงสมบูรณ์ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

คนท้องเช็กชัวร์! ดื่มน้ำมะพร้าวตอนท้องจะช่วยให้ลูกคลอดผิวสวย ไม่มีไขขาวติดตัวจริงไหม
แม่ตั้งครรภ์ที่ดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำไม่ได้ช่วยทำให้ลูกผิวสวย ผิวสะอาด ไม่มีไขสีขาวติดตัวตอนคลอด น้ำมะพร้าวจึงเป็นแค่เครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นและให้วิตามินเท่านั้น
คนท้องดื่มน้ำมะพร้าวจะช่วยให้ลูกผิวสวย ผิวสะอาดจริงไหม
คนท้องดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำ ดื่มน้ำมะพร้าวเยอะ ๆ ไม่ได้ช่วยให้ลูกในท้องมีผิวสวยอย่างที่เชื่อกัน เพราะน้ำมะพร้าวไม่มีฤทธิ์ในการทำความสะอาดผิวของทารกแต่อย่างใด
น้ำมะพร้าวมีส่วนประกอบของไขมันทั้งอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว เมื่อคุณแม่ท้องดื่มน้ำมะพร้าวจะสร้างไขตัวเด็กสีค่อนข้างขาว เลยอาจจะดูว่าเด็กออกมาตัวสะอาด ไม่ใช่คลอดออกมาแล้วเด็กไม่มีไข ดังนั้น คุณแม่ที่ดื่มน้ำมะพร้าวบ่อย ๆ อาจจะทําให้มีไขกับตัวเด็กมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพียงแต่สีจะสะอาด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอะไรเลยนะคะ เนื่องจากเป็นธรรมชาติที่เด็กต้องมีไขมันห่อหุ้มตัว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจากอุณหภูมิจากภายนอกด้วยค่ะ
ไขสีขาวที่เคลือบตัวของทารกในครรภ์ จะเริ่มสร้างและมากขึ้นในช่วงอายุครรภ์ 5 เดือน ซึ่งไขมีหน้าที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวทารก ป้องกันการเสียความร้อนให้ทารกแรกเกิด ป้องกันแบคทีเรียผ่านสู่ผิวทารก และยังเป็นตัวหล่อลื่นช่วยให้คลอดออกมาทางช่องคลอดได้ง่ายขึ้น ปกติแล้วเมื่ออายุครรภ์ครบกำหนดไขเหล่านี้จะลดน้อยลง หากทารกคลอดก่อนกำหนดไขเหล่านี้จะค่อนข้างเยอะค่ะ
คนท้องดื่มน้ำมะพร้าวได้ตอนอายุครรภ์กี่เดือน
แม่ตั้งครรภ์สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้ในทุกช่วงอายุครรภ์ แต่มีบางความเชื่อหรือความเห็นเช่นกันว่า แม่ท้องอ่อน ๆ หรือ ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรกไม่ควรดื่มน้ำมะพร้าว เพราะในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงมีความเป็นไปได้ว่าการรับฮอร์โมนี้มากเกินไป อาจทำให้มดลูกบีบตัวและทำให้แท้งได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในน้ำมะพร้าวไม่ได้มีฮอร์โมนนี้สูงมากจนทำให้เกิดกรณีดังกล่าว แต่ในคุณแม่ท้องบางคนที่สุขภาพครรภ์ไม่แข็งแรงตั้งแต่แรก เช่น มดลูกไม่แข็งแรง เคยมีประวัติการแท้งลูกมาก่อน หรือ เมื่อหมอตรวจสุขภาพแล้วแจ้งเตือนให้ระวังเรื่องอาหาร ก็อาจจำเป็นต้องงดหรือไม่ดื่มน้ำมะพร้าว

ควินัว ซูเปอร์ฟู้ด บำรุงครรภ์ ของแม่ท้อง กินแทนข้าวได้ อร่อยนุ่มกรุบ
“ควินัว” (Quinoa) ขึ้นชื่อว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด”ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมากเลยนะคะ มีสีขาว สีแดง สีดำ ที่น่าทานทุกสีเลยค่ะ ควินัว ไม่ใช่ธัญพืช แต่เป็น พืชตระกูลเดียวกับ หัวบีท ผักโขม ทัมเบิ้ลวีด สามารถใช้กินแทนข้าวได้ เพราะรสชาติจะจืดแบบข้าว มีความนุ่มนิ่ม แต่ก็มีความกรุบกรอบเบาๆ ประโยชน์เทียบเท่ากับข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์เลยค่ะ
วิธีการกินควินัว
1. นำไปหุงในหม้อหุงข้าว กินแทนข้าวได้ หรือทำเป็นโจ๊ก ข้าวต้ม
2. ผัดควินัว เช่น ข้าวผัดควินัว ผัดผักรวมควินัว
3. สลัดต่างๆ เช่น สลัดควินัวใส่ผัก สลัดควินัวเกรปฟรุต ควินัวสลัดใส่อัลมอนด์
4. ใส่ขนมหวาน เช่น พุดดิ้งควินัว แพนเค้กควินัว

ประโยชน์ของควินัว
1. มี โปรตีนสูง ถึงร้อยละ 12-18 และ กรดอะมิโน ที่จำเป็นที่อยู่ใน นม
2. มี สารต้านอนุมูลอิสระ สูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็น มะเร็ง แถมยัง ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้สดใสอีกด้วย
3. มี แคลเซียม สูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ใครแพ้นมวัว กิน ควินัว แทนได้
4. มีไฟเบอร์สูงช่วยในเรื่องของ การย่อยอาหาร และ การขับถ่าย แถมยังช่วยควบคุมระน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้อีกด้วย
5. มีคอเลสเตอรอลต่ำ นอกจากนี้ยังมี คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แมงกานีส แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โฟเลต ทองแดงและ ธาตุเหล็ก เป็นต้น
ควินัว ที่สุกแล้ว 1 ถ้วย จะให้พลังงาน 222 แคลอรี่ นอกจากนี้ยังปราศจาก โปรตีนกลูเตน เหมาะกับผู้ที่ แพ้กลูเตน ด้วย ส่วนการรับประทาน ควินัว ใน แม่ตั้งครรภ์ และ แม่ที่ให้นมบุตร นั้นสามารถทานได้ค่ะ แต่ถ้าถามหาความปลอดภัยที่แน่ชัดว่าต้องทานวันละเท่าไหร่ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุได้อย่างแน่ชัดนะคะ ดังนั้น แม่ตั้งครรภ์ หรือ แม่ให้นมบุตร ก็ควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก็ได้ค่ะ

ทารกไม่ชอบกินผักสีเขียวตั้งแต่อยู่ในท้องแม่
มีงานวิจัยรายงานว่า ทารกในครรภ์ไม่ชอบกินผักตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ แต่อย่างไรก็ตามแม่ตั้งครรภ์ยังต้องกินผักในทุก ๆ มื้อเพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารและวิตามินเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
ทำไมทารกในครรภ์ไม่ชอบกินผักใบเขียว
นักวิจัยจาก Durham University และ Aston University ออกมาบอกว่าเด็กทารกนเกลียดผักสีเขียวตั้งแต่อยู่ในท้องเลย โดยทำการทดลองด้วยการอัลตราซาวนด์ 4 มิติ กับแม่ท้องที่อายุครรภ์ 32 และ 36 สัปดาห์จำนวน 100 คน เพื่อดูว่าเด็กทารกตอบสนองอย่างไรกับรสชาติอาหารที่แม่กินเข้าไป
โดยนักวิจัยจะอัลตราซาวนด์ 4 มิติ ให้แม่ท้องก่อนเพื่อเช็กปฏิกิริยาของทารกในครรภ์ จากนั้นก็ให้แม่ท้องกินแคร์รอตผงปริมาณ 400 มิลลิกรัม แล้วรอประมาณ 20 นาที จึงอัลตราซาวนด์อีกครั้ง เพื่อเช็กปฏิกิริยาของทารก และทดสอบแบบนี้อีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากแคร์รอตผงเป็นผักเคลผง ปริมาณ 400 มิลลิกรัม
ผลปรากฏว่า ก่อนแม่ท้องกินผัก เด็กทารกจะมีสีหน้าปกติ นิ่งเฉย แต่เมื่อกินผักเข้าไปแล้วทารกมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อรสชาติอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากที่แม่กินแคร์รอตเข้าไปทารกมีปฏิกิริยาเชิงบวก มีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

เมื่อแม่กินผักเคลเข้าไป ทารกกลับทำหน้าเบะบึ้ง
แม้ทารกจะแสดงใบหน้าที่ดูว่าไม่ชอบผักสีเขียว แต่นักวิจัยก็ยังต้องศึกษาค้นคว้าต่อไปว่าปฏิกิริยาของทารกอาจเชื่อมโยงกับการพัฒนาต่อมรับรสและกลิ่นหลังคลอด รวมถึงการกินอาหารที่มีประโยชน์ของแม่ (รวมผักใบเขียวด้วย) นั้นมีผลต่อความชอบอาหารและการสร้างนิสัยการกินที่ดีในอนาคต
ที่มา :
- https://www.dailymail.co.uk/sciencetech
- https://www.bbc.co.uk/newsround/62997013

แม่ท้องจำเป็นต้องดื่มนมเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอต่อพัฒนาการ และการเสริมสร้างกระดูก ฟัน ของลูกในท้อง
นมสำหรับคนท้อง แม่ท้องควรดื่มนมอะไรถึงจะดีต่อพัฒนาการลูกในท้อง
ทำไมคนท้องต้องดื่มนม
ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายแม่ท้องต้องได้รับแคลเซียมวันละประมาณ 1,000-1,300 มิลลิกรัม (คนปกติทั่วไปต้องการแคลเซียมวันละ 800-1,000 มิลลิกรัม) เพื่อให้แคลเซียมมีปริมาณเพียงพอกับทั้งแม่ท้องและลูก
- แคลเซียมเสริมสร้างกระดูกและฟันของลูกในท้อง ให้เติบโตและแข็งแรงพร้อมคลอด
- แคลเซียมช่วยให้คุณแม่ยังคงได้รับแคลเซียมเพียงพอในการเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
ถ้าคนท้องดื่มนมไม่พอ ลูกในท้องจะดึงแคลเซียมจะกระดูกแม่จริงไหม
ไม่จริง (เท่าไหร่นัก) เพราะลูกจะดึงแคลเซียมจากอาหารที่แม่กินเข้าไปในทุก ๆ วันไปเสริมสร้างกระดูกตัวเอง ในขณะที่ร่างกายแม่ดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง แต่จะไม่ใช่กรณีที่ลูกดึงแคลเซียมในกระดูแม่ไปจนทำให้แม่กระดูกบาง พรุน เปราะซะทีเดียว
แม่ท้องดื่มนมวันละเท่าไหร่ถึงจะได้แคลเซียมเพียงพอ
แม่ท้องควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว (แก้วละประมาณ 250 มิลลิลิตร) ซึ่งจริง ๆ แล้วคุณแม่ยังได้รับแคลเซียมจากอาหารมื้อหลักด้วย ดังนั้น ใน 1 วันที่คุณแม่ดื่มนม สามารถดื่มสลับกันระหว่างนมวัว นมแพะ นมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ต ก็ยังได้ค่ะ
นมสำหรับคนท้อง คนท้องดื่มนมอะไรดี
- นมสดพาสเจอไรซ์ เป็นน้ำนมวัวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนต่ำ อาจมีการปรุงแต่งรสชาติให้หลากหลาย เช่น รสวานิลา รสสตรอว์เบอรี ช็อกโกแลต มีวัน หมดอายุสั้นมาก เก็บไว้ได้ไม่นาน (และควรเก็บไว้ในตู้เย็น)
- นมสดสเตอริไรซ์ เป็นน้ำนมวัวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส
- นมสดยูเอชที เป็นน้ำนมวัวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส (ข้อดีคือไม่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น)
- นมสดพร่องมันเนย แคลเซียมสูง เป็นนมสดพร่องมันเนย เสริมคุณค่าด้วย แคลเซียมจากนมให้สูงขึ้น แล้วนำมาผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยระบบยูเอชที (เก็บไว้ได้นาน 6 เดือน ไม่ต้องแช่เย็น)
- นมข้นจืด เป็นน้ำนมดิบที่ระเหยน้ำออกบางส่วน แล้วผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ ด้วยความร้อนสูงไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส
- นมข้นไม่หวานแปลงไขมัน เป็นนมข้นไม่หวานที่ใช้น้ำมันพืชแทนมันเนยบางส่วน และนมข้นไม่หวานขาดมันเนย คือนมข้นไม่หวานที่แยกเอามันเนยออกไป
- นมข้นหวาน เป็นน้ำนมข้นที่เติมน้ำตาลประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งแป้ง ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์
- โยเกิร์ต เป็นน้ำนมที่ผ่านกระบวนการหมัก แต่ยังคงคุณค่าสารอาหารเช่น เดียวกับน้ำนมปกติทุกประการ
เนื่องจากชนิดของนมมีความหลากหลายเพราะฉะนั้น นมสำหรับคนท้องควรจะเป็นนมสดพาสเจอไรส์ชนิดพร่องมันเนย เพราะได้คุณค่าสารอาหารที่ต้องการโดยที่ตัวแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องรับไขมันมากเกินไป แต่กรณีที่คุณแม่ดื่มนมชนิดนี้ไม่ได้ก็อาจเลือกนมชนิดอื่นแทน โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอันดับแรกคือ การพิจารณาถึงปริมาณสารอาหาร โดยเฉพาะแคลเซียม (ข้างกล่อง) ว่าชนิดไหนที่มีแคลเซียมมาก นมชนิดนั้นก็น่าจะเหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์มากที่สุดค่ะ

ชนิดของนมสำหรับคนท้อง
ปริมาณอาหาร 1 หน่วยบริโภค ปริมาณแคลเซียมต่อหน่วย บริโภค (มิลลิกรัม)
- นมวัว (ยูเอชที พาสเจอไรซ์) 1 กล่อง 295
- นมยูเอชที พร่องมันเนย 1 กล่อง 440 (แคลเซียมสูง)
- นมผง 1/4 ถ้วยตวง 227
- นมอัดเม็ด 20 เม็ด 120
- นมเปรี้ยวชนิดดื่ม 1 กล่อง 100
- นมเปรี้ยวชนิดข้น 1 ถ้วย 175
- เนยแข็ง 1 แผ่น 126